รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และผู้มีเกียรติทุกท่าน
ผมมีความยินดีที่ได้มีโอกาสมาร่วมในพิธีประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือในการลดภาวะโลกร้อนภายใต้คำขวัญ “หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง” ในวันนี้
นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาพบว่า ภาวะโลกร้อนเกิดจากแก๊สเรือนกระจก ที่กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ได้ปล่อยออกมาสะสม จนเข้มข้นมากเกินไปในชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้ม โลกอยู่ ทำให้โลกเก็บกักความร้อนไว้มากเกินความจำเป็น ส่งผลให้อุณหภูมิโดยรวมของโลกสูงขึ้น เกิดเป็นปรากฏการณ์โลกร้อน เป็นภัยคุกคามทุกมวลชีวิตบนพื้นโลกแห่งนี้ จึงเป็นภาระและหน้าที่ของทุกคนบนโลกที่จะต้องช่วยกันจำกัดและลดภาวะโลกร้อน เพื่อความยั่งยืนของทุกชีวิตบนโลก
เมื่อมองจากมิติของการพัฒนาจะเห็นได้ว่า โลกร้อนคือผลพวงที่เกิดจากกระบวนทัศน์ของการพัฒนา ที่มุ่งแต่จะรุกราน เบียดเบียน และตักตวงผลประโยชน์จากธรรมชาติ ไม่ใส่ใจว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบใหญ่หลวงในทางทำลายล้าง และตัดรอนโอกาสอยู่เย็นเป็นสุขของคนในอนาคต ประเทศไทยโชคดีที่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา จึงได้มีโอกาสฉุกคิด และเรียนรู้จากปัญหาต่างๆ ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ก่อนที่จะถลำลึกลงสู่วังวนแห่งการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน ซึ่งดำเนินสืบทอดกันมานานนับศตวรรษ ขณะเดียวกันก็โชคดีเป็นทวีคูณที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ มีสายพระเนตรยาวไกล ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันไพศาล ทรงศึกษาค้นคว้าและได้พระราชทานพระราชดำริตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เป็นอนุสติแก่พสกนิกรและรัฐบาล เพื่อรั้งบังเหียนให้ประเทศไทยหันกลับสู่ครรลองแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน เข้าถึงความสุขตามอัตภาพ และรู้จักการพึ่งพาตนเอง
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นแนวทางการพัฒนาบนทางสายกลางที่พึ่งพิงตนเองได้ ไม่โลภมาก ไม่เบียดเบียน เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อความสมดุล มั่นคงและยั่งยืน ก่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน ประเทศชาติ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นชุมชนไปตลอดจนประชาคมโลก หลักปรัชญาดังกล่าวทำให้เกิดการดำเนินชีวิตที่พอเพียง สร้างการอยู่ร่วมกันที่มีความสุขในสังคม และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ที่เกื้อกูลสร้างสรรค์ให้บังเกิดขึ้น
ประเทศไทย รัฐบาลไทย และประชาชนไทย ตระหนักดีในปัญหาโลกร้อน และพร้อมที่จะผนึกกำลังร่วมกับประชาคมโลก เพื่อแสวงหาทางออกและแก้ไขปัญหาโลกร้อนในทุกระดับ ด้วยกฎหมายและมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องกลไกการพัฒนาที่สะอาด อันประกอบด้วย การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานสะอาดและพลังงานที่นำกลับมาใช้ได้ใหม่ และการเก็บกักและทำลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สเรือนกระจกอื่นๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก แต่อย่างไรก็ตามตราบเท่าที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์การพัฒนาเสียใหม่ ให้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนและเข้าถึงชีวิตที่พอเพียงไม่โลภมาก ไม่เบียดเบียนโลกด้วยเพลิงแห่งความอยาก ปัญหาโลกร้อนก็คงจะยุติลงไม่ได้ และคงจะเกิดปัญหาใหม่ๆ ติดตามมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทย ให้ผนึกกำลังร่วมใจกันดำเนินชีวิตที่พอเพียง ลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ของตนเอง ช่วยกันประหยัดพลังงาน ใช้การคมนาคมทางเลือก รู้จักวิธีผลิตพึ่งตนเอง ไม่หลงไปกับกระแสบริโภคนิยม รวมทั้งช่วยกันปลูกป่า รักษาดินและน้ำ และดำเนินชีวิตที่พอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทำให้ประเทศไทยร่มเย็นเป็นสุข และสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่าเพื่อส่งต่อให้แก่ลูกหลานในวันข้างหน้า ขอขอบคุณครับ
-----------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ลัดดา/ถอดเทป/เรียบเรียง