คำกล่าวสุนทรพจน์
คำกล่าว ของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี  ในพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ พิธีตั้งจิตอธิษฐาน เจริญจิตภาวนา และเวียนเทียน เนื่องในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี 2550  ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันที่ 31 พฤษภาคม 2550 เวลา 18.10 น.
นมัสการพระพรหมเมธี

ผู้แทนประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชที่เคารพอย่างยิ่ง

พระเถรานุเถระ ที่เคารพอย่างสูง

คณะกรรมการและผู้มีเกียรติทุกท่าน

 

ผมมีความภาคภูมิใจ และรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง  ที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานทำพิธีนำพี่น้องพุทธศาสนิกชน ประกอบการแสดงตนเป็นพุทธมามกะและเวียนเทียน เนื่องในวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา ประจำปี 2550 ในวันนี้  การจัดงานวิสาขบูชาโลก เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชานี้ มีองค์กรทุกภาคส่วนทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต่างมีน้ำใจสมานฉันท์ร่วมกันจัดงานอันยิ่งใหญ่เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาและน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือวันประสูติ ตรัสรู้ และดับขันธ์พระปรินิพพาน ที่ได้เวียนมาบรรจบตรงกันในวันวิสาขบูชานี้ ในนามของรัฐบาลผมขอแสดงความชื่นชมยินดีต่อทุกท่านที่ได้เห็นความสำคัญของวันวิสาขบูชา  และถือเป็นโอกาสอันดีงามที่จะได้ร่วมใจกันปฏิบัติตนเป็นคนดีมีคุณธรรม เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

 

ผมอยากจะขอฝากพี่น้องประชาชนไว้ว่า ประเทศชาติของเรายังต้องได้รับการพัฒนาอีกหลายด้าน โดยเฉพาะด้านสังคมที่ต้องอาศัยศาสนาเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาประชาชน  ไปสู่การนำเอาหลักธรรมคำสอนทางศาสนาไปประพฤติปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต เมื่อทุกคนตั้งมั่นอยู่ในหลักธรรมคำสอนทางศาสนาและยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม อย่างแท้จริงแล้ว  การจะพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนการแก้ไขปัญหาของสังคมแม้ว่าจะมีศาสตร์อยู่มากมาย  แต่หัวใจอยู่ที่พุทธศาสตร์ คือ หลักเหตุและผล หลักธรรมทางศาสนาสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง แม้ว่าในสังคมไทยจะมีหลากหลายศาสนา แต่เราให้ความเคารพทุกศาสนา และในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน  เราจึงเลือกวิธีบริหารตน บริหารคน และบริหารงาน ด้วยวิถีทางพุทธศาสนา

 

ผมต้องการให้คนไทยนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มาเป็นองค์ประกอบในการแก้ปัญหาทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม เศรษฐกิจ  การเมือง  รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผมต้องการเห็นการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชาโลก ก้าวสู่เวทีโลก  สร้างความมั่นใจให้แก่ชาวโลกว่า หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสามารถที่จะนำสันติสุขมาสู่สังคมโลกได้อย่างแท้จริง สมกับที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศรับรองให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลก

 

ท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบคุณคณะกรรมการจัดงานทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมวิสาขบูชาโลก ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในปีนี้ได้อย่างเหมาะสม และขออวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ มีพลังสร้างสรรค์สังคมไทย และรักษาพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองดำรงอยู่คู่กับชาติไทยตลอดไป ขอขอบคุณครับ

------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์  สำนักโฆษก