www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
2 ตุลาคม 2550
คำกล่าวของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2550 เวลา 20.15 น

สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน

เนื่องจากในขณะนี้ ได้เกิดกรณีคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของผม จำนวน 5 ท่าน ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดความเข้าใจไปได้ต่างๆ นานา ผมจึงขอถือโอกาสนี้ มาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจอย่างถูกต้องตรงกัน และเกิดความชัดเจนต่อการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป

การลาออกจากตำแหน่งของรัฐมนตรีทั้ง 5 ท่าน ประกอบด้วย นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นางอรนุช โอสถานนท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสวนิต คงสิริ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีเหตุผลมาจากการถือครองหุ้นในนิติบุคคล จำนวนเกินกว่าร้อยละ 5 ตามพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วน และหุ้นของรัฐมนตรี พุทธศักราช 2543

ส่วนรัฐมนตรีอีก 3 ท่าน คือ นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายมงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนั้น ทุกท่านได้แสดงหลักฐานว่า ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ไม่ได้มีเจตนาจะปกปิด และได้ดำเนินการชี้แจงข้อมูลต่าง ๆ อย่างครบถ้วนแล้ว

ผมอยากเรียนให้พี่น้องประชาชนทุกท่านทราบว่า การลาออกของรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการแสดงออกถึงมารยาททางการเมือง ถึงความมีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบอย่างมาก และยากที่จะพบเห็นได้ในรัฐบาลอื่นๆ เพราะแม้ว่าพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี จะกำหนดให้รัฐมนตรีมีหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 5 แต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549 ก็ได้มีข้อยกเว้นไว้สำหรับคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันนี้ จึงถือได้ว่าไม่เป็นกรณีที่ผิดต่อกฎหมาย

การที่กฎหมายได้บัญญัติให้รัฐมนตรีถือหุ้นได้ ไม่เกินร้อยละ 5 นี้ มีเจตนาเพื่อป้องกันไม่ให้มีเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์ แต่ถ้ารัฐมนตรีท่านใดมีหุ้นเกินร้อยละ 5 ก็ไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่ให้ดำเนินการแจ้งให้ประธานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรับทราบภายใน 30 วัน และให้ดำเนินการโอนหุ้นนั้นให้กับนิติบุคคล ที่จัดการหุ้นโดยอิสระภายใน 90 วัน เป็นเพียงการป้องกันไม่ให้รัฐมนตรีท่านนั้น ไปเกี่ยวพันกับการบริหารบริษัท หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องนั่นเอง

สำหรับรัฐบาลนี้ ได้เข้ามารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ซึ่งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในครั้งนั้น จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีความต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้คนในสังคม และนานาประเทศทั่วโลก ผมได้เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีเหล่านี้ให้เข้ามาช่วยกันทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง ซึ่งถือว่าเป็นความเสียสละอย่างยิ่ง โดยแต่ละท่านต่างก็ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ประกอบกับเมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้ว ก็ไม่ได้รับแจ้งรายละเอียดของเงื่อนไขในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ในส่วนของหุ้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้เองก็เข้าใจว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่เข้ามาโดยวิถีทางที่ไม่ปกติ และจะเป็นรัฐบาลชั่วคราวใน ช่วงระยะเวลาเพียงสั้น ๆ จึงทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในที่สุด

พี่น้องประชาชนที่รักทั้งหลาย

ผมขอเรียนว่า รัฐมนตรีทุกท่านไม่ได้มีเจตนาที่จะปกปิด หรืออำพรางซ่อนเร้นข้อเท็จจริงใด ๆ อีกทั้งเมื่อได้รับทราบถึงสิ่งที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ก็ได้พยายามที่จะแก้ไข ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาอย่างชัดเจนที่จะปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความจริงใจ

ผมเองได้หารือกับประธานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า ต่อไปการจะทำความเข้าใจให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องรัฐมนตรี ที่อยู่ในข่ายที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้แจ้งมาที่ผม หรือแจ้งให้รัฐมนตรีแต่ละท่านได้รับทราบโดยตรง เพื่อให้ทุกอย่างจะได้อยู่ในกระบวนการดำเนินการอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับรัฐมนตรีที่ได้ตัดสินใจลาออกไปแล้ว ก็ถือได้ว่าได้ทำไปด้วยความรู้สึกที่มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นการดำเนินการก่อนที่จะได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจาก ป.ป.ช. เสียอีก

ผมรู้สึกภูมิใจที่ท่านรัฐมนตรีเหล่านี้ สมัครใจลาออกเอง ทั้งๆที่ตนเองไม่ได้มีความผิดภายใต้กฎหมายปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ทุกท่านก็ได้ช่วยกันทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง และในวันนี้ ท่านรัฐมนตรีเหล่านี้ก็ได้แสดงให้เห็นเป็นแบบอย่างที่ดี ในเรื่องของจริยธรรมทางการเมือง ความมีคุณธรรม และความรับผิดชอบ ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นตัวอย่างให้แก่นักการเมืองของไทยในอนาคตต่อไป

อย่างไรก็ตาม การบริหารประเทศชาติจะหยุด ชะงักไม่ได้ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการเมือง หรือเรื่องสังคมและเรื่องอื่นๆ จะต้องดำเนินต่อไป เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งต่อประชาชน ต่อนักลงทุน และนักธุรกิจ ดังนั้น การทำงานของคณะรัฐมนตรีในช่วงที่เหลืออยู่นี้ ผมมีความจำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมมีความตั้งใจว่า จะเชิญบุคคลจากภายนอกเข้ามาร่วมในคณะรัฐมนตรีให้น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นการทำงานใน ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ผมคงยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อคณะรัฐมนตรีใหม่ได้ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงมา

ในช่วงเวลาที่เหลือจากนี้ไป รัฐบาลจะมุ่งดำเนินการในเรื่องหลักๆ คือ เรื่องที่ยังมีความต่อเนื่องในระยะเวลาก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องที่เป็นนโยบายจะไม่มีการดำเนินการใดๆ หลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งแล้ว

รัฐบาลจะผลักดันกฎหมายสำคัญ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองอย่างเต็มที่ และขอยืนยันหนักแน่นที่จะวางรากฐานในด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่สังคมไทย เพื่ออนาคตของลูกหลานของเราสืบไป

ส่วนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลจะวางรากฐานทั้งในด้านความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจและการต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ปีนี้เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา รัฐบาลจะร่วมกับพี่น้องประชาชน จัดงานเฉลิมฉลองให้สมพระเกียรติ เพื่อแสดงความจงรัก ภักดี ด้วยความสำนึกและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พี่น้องประชาชนที่รักทั้งหลาย

รัฐบาลจะสนับสนุนการทำงาน ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีความเป็นธรรม โปร่งใส เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย ตามกำหนดเวลาที่ได้ประกาศไว้ คือ วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2550 เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของชาวต่างประเทศ ที่ขณะนี้มีความเชื่อมั่นในกระบวนการฟื้นฟูประชาธิปไตยของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลได้ดำเนินการตามกรอบระยะเวลาต่างๆ ที่กำหนดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวต่างประเทศเข้าใจในเจตนารมณ์ และความจริงใจของรัฐบาล ที่เข้ามาทำหน้าที่ในช่วงระยะเวลาอันสั้น เพื่อนำพาประเทศกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย ดังปรากฏให้เห็นในระยะหลังว่า มีภาค เอกชนเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน ที่ได้แสดงความจำนงที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในไม่ช้านี้ เนื่องจากเล็งเห็นถึงบรรยากาศทางการเมือง ที่มีความชัดเจนขึ้น และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานรากของไทย ที่นับวันจะเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

พี่น้องประชาชนที่รักครับ

ทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมาแล้ว เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมาย และความตั้งใจของรัฐบาล ที่จะดำเนินการต่อไปในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ แต่โดยส่วนตัวของผมเองแล้ว ผมเห็นว่าผมมีความรับผิดชอบ ที่จะต้องทำให้เป้าหมายของการได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีบรรลุผลสำเร็จ คือการนำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใส และยุติธรรม

ขอขอบคุณครับ

-----------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก