วันนี้ (16 พ.ค.56) เวลา 15.00 น. ณ อาคารหอประชุมประจักษ์ศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดหนองคาย อ.เมือง จ.หนองคาย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจชายแดนจังหวัดหนองคาย แผนงาน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ พร้อมมอบนโยบายการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน โดยมีนายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดหนองคาย และประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับ
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจชายแดนจังหวัดหนองคาย แผนงาน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ โดยสรุปว่า จังหวัดหนองคายมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) คิดเป็นมูลค่า 43,914 ล้านบาท รายได้ต่อหัวของประชากรประมาณ 45,049 บาท/คน/ปี เป็นลำดับที่ 65 ของประเทศ เป็นลำดับที่ 8 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นอันดับที่ 3 ของกลุ่มจังหวัด โดยรายได้หลักของจังหวัดหนองคายมาจากการเกษตร พืชเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ข้าว อ้อย สับปะรด มะเขือเทศ พืชผัก ยาสูบและยางพารา จังหวัดหนองคายเป็นเมืองชายแดนที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงของประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุด ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์เพียง 24 กิโลเมตร ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว และตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด ปีละประมาณ 2 ล้านคน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากเป็นอันดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 3,600 ล้านบาท/ปี มีจุดผ่านแดนถาวร จำนวน 2 แห่ง จุดผ่อนปรน จำนวน 4 แห่ง จังหวัดหนองคายมีมูลค่าสินค้าส่งออก-นำเข้า ณ ด่านศุลกากรหนองคาย ในปี พ.ศ. 2555 มูลค่ารวมกว่า 60,000 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์ ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ อาทิ ถังเปล่าสำหรับบรรจุแก๊ส ซิลิคัลเมทัล และรถยนต์
ในโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 คาดว่ามูลค่าสินค้าส่งออก-นำเข้า ณ ด่านศุลกากรหนองคายจะมีมูลค่าสูงขึ้นกว่าปัจจุบันมาก ทั้งนี้ เพื่อให้จังหวัดหนองคายสามารถปรับตัวและก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จังหวัดหนองคายได้เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ดังนี้ 1. กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดตามแผนพัฒนาจังหวัด ปี พ.ศ.2557-2560 โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์จังหวัดหนองคาย “เมืองน่าอยู่ เปิดประตูสู่อาเซียน” มีประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะขับเคลื่อนให้บรรลุวิสัยทัศน์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การยกระดับมาตรฐาน การผลิต การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการบริการมุ่งสู่ประชาคมอาเซียน ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เป็นเมืองน่าอยู่ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมการเกษตรยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างความมั่นคงเพื่อสังคม สงบสุข ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนาระบบการให้บริการประชาชนสู่มาตรฐานสากล 2. กำหนดจุดยืนทางยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด (Positioning) จำนวน 3 เรื่อง คือ (1) เมืองแห่งการท่องเที่ยว (The City of Tourism) (2) การค้าชายแดน (3) ส่งเสริมการเกษตรยั่งยืน
3. กำหนดยุทธศาสตร์จังหวัดเพื่อขับเคลื่อนจังหวัดหนองคายสู่ประชาคมอาเซียน ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความตื่นตัวและความตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้กับทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย รวมทั้งพัฒนาศักยภาพด้านการผลิต ด้านการบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งจังหวัดหนองคายได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 อาทิ จัดนิทรรศการเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน จัดกิจกรรม/เวที วิชาการเพื่อกระตุ้นความสนใจและแลกเปลี่ยน เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน จัดกิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้กับหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนทั่วไปในเรื่องกฎหมายน่ารู้สู่อาเซียน ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และกลไกการติดต่อสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเตรียมความพร้อมด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน ปรับปรุงภูมิทัศน์บนทางหลวงแผ่นดิน ขยายช่องทางจราจรทางหลวงหมายเลข 211 และ 212 จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับการให้บริการของภาคราชการเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จัดตั้งศูนย์ประสานงานความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมอาเซียน จังหวัดหนองคาย การเตรียมความพร้อมด้านภาษา ให้กับส่วนราชการ/หน่วยงาน/ภาคเอกชน จัดฝึกอบรมให้ความรู้ภาษาต่างประเทศให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกระดับอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาด่านพรมแดนหนองคาย
จากนั้น ดร.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ได้นำเสนอข้อมูลที่สำคัญของจังหวัด และการขอรับการสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดในเรื่องต่าง ๆ จากรัฐบาล ตัวแทนภาคเอกชน 8 องค์กรนำเสนอข้อมูลการลงทุนจังหวัดหนองคาย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวบรรยายสรุปเรื่องรถไฟความเร็วสูง
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด และกล่าวพบปะประชาชนสรุปสาระสำคัญว่า จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่กำลังจะมีการวางยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง การลงพื้นที่หนองคายวันนี้ต้องการมาย้ำในส่วนของนโยบายรัฐบาล รวมทั้งมารับข้อมูลตรงจากพื้นที่ เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายของรัฐที่ลงมามีความสอดคล้องตรงกันกับจังหวัด โดยยุทธศาสตร์ประเทศแบ่งเป็น 4 เรื่อง คือ 1. การทำให้ประชาชนมีรายได้ที่เติบโต หลุดพ้นจากปัญหาความยากจนต่าง ๆ ที่ต้องร่วมกันพัฒนาโดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2. การให้โอกาสทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียม ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ จึงเป็นที่มาของการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ 3. การสร้างรายได้ใหม่ควบคู่กับเศรษฐกิจสังคมสีเขียว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่ดี ดูแลเรื่องมลภาวะต่าง ๆ 4. การบูรณาการระบบราชการ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ประเทศจะทำงานอย่างบูรณาการ ยึดพื้นที่เป็นศูนย์กลางในการคิด บอกโจทย์ความต้องการเพื่อให้ส่วนกลางมีส่วนร่วมในการสนับสนุน ขณะที่ยุทธศาสตร์จังหวัดเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของงานพัฒนาทั้งหมด ซึ่งวันนี้งานทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องการค้าการลงทุนที่จะต้องเพิ่มการส่งเสริมการลงทุน เพราะหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ มีวัตถุดิบสินค้าต้นน้ำ มีภาคการเกษตรที่แข็งแรง แต่ยังขาดอุตสาหกรรมกลางน้ำคือการแปรรูป ดังนั้น จึงควรมีการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปให้มากขึ้น ทั้งพืชการเกษตรและพืชพลังงาน โดยเฉพาะการลงทุนแปรรูปยางพารา เพื่อทำให้สินค้าต่าง ๆ มีราคาสูงขึ้นให้กลับมาเป็นรายได้ที่โตขึ้น ทั้งนี้ ขอให้นำจุดต่าง ๆ ที่ต้องพัฒนาให้เข้ามาเป็นจุดยุทธศาสตร์จังหวัด เพราะงบประมาณต่าง ๆ จะจัดสรรให้ชัดเจนลงไปในยุทธศาสตร์จังหวัด รวมทั้งโอกาสของการค้าการลงทุนในจังหวัดหนองคาย เพราะตัวเลขเศรษฐกิจการค้าตามแนวชายแดนของหนองคายเติบโตขึ้นมากอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดหนองคายมีความเป็นไปได้ จึงขอให้พื้นที่ได้คิดรวบรวมสิ่งที่เป็นประโยชน์ในแนวชายแดน เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในคณะกรรมการเศรษฐกิจแนวชายแดนอย่างเร่งด่วนต่อไป
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ ที่ต้องการเห็นการส่งเสริมเอสเอ็มอี โอท็อป การลงทุนกระจายสินค้า เพราะหนองคายมีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ซึ่งจะไปถึงจีนและเวียดนาม ซึ่งหนองคายถือเป็นจุดกระจายสินค้าที่สมบูรณ์ที่สุด จึงอยากเห็นการคิดทั้งระบบ ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนส่งเสริม โดยจะพิจารณาทั้งมาตรการภาษี โครงสร้างการเงินการคลังที่มีอยู่ทั้งหมดอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งรัฐบาล ก็ได้บรรจุเรื่องการปรับปรุงพัฒนาด่านชายแดนไว้ใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทแล้ว โดยจะพัฒนาให้สะดวกขึ้น ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้ดูแลความปลอดภัย ความมั่นคงทั้งสินค้าและคน
“ ดิฉันอยากเห็นการจัดระเบียบตรงนี้ การที่เราจะทำให้ด่านแต่ละด่านสามารถที่จะทำงานได้รวดเร็ว เรื่องฟรีวีซ่าก็ดี การที่ให้ไปทำงานเช้าไปเย็นกลับอย่างสะดวกก็ดี อยู่ในใจแล้วค่ะ และเราก็ได้ตั้งคณะกรรมการในการพูดคุยกันกับทางกลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะทาง สปป.ลาว หรือเวียดนามด้วย” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงภาคการเกษตรว่ารัฐบาลมีโครงการเกษตรโซนนิ่ง เพื่อจัดพื้นที่ควบคุมพืชเกษตรให้เหมาะสม ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการวางแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อภาคการเกษตร ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มผลผลิต โดยสำหรับพื้นที่ของหนองคายยังมีศักยภาพอีกในการส่งเสริมให้เป็นเขตเกษตรอินทรีย์ จึงขอฝากจังหวัดส่งเสริมเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ด้วย ขณะที่ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลมีสองเรื่องใหญ่คือการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยพื้นที่ภาคอีสานประสบกับปัญหาภัยแล้ง และเก็บน้ำไม่ได้ในช่วงน้ำท่วม จึงต้องทำเรื่องแหล่งน้ำให้มากที่สุด ซึ่งรัฐบาลจะนำข้อมูลของหนองคายไปพิจารณาด้วย เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ไปพร้อมกัน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า นอกจากรถไฟรางคู่ที่จะมีการพัฒนาถึงหนองคายแล้ว รัฐบาลจะทำรถไฟความเร็วสูงที่หนองคายแน่นอน เพราะได้บรรจุไว้ใน พ.ร.บ. แล้ว โดยจะมีการเชื่อมต่อถนนทั้งหมดให้เป็นจุด Connectivity อย่างสมบูรณ์ ซึ่งในส่วนของการพัฒนารถไฟความเร็วสูงจะมีการประชุมร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศคือไทย ลาว และจีน เพื่อหารือในเรื่องเส้นทางที่จะเชื่อมเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อทำให้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงนั้นเกิดขึ้นได้เร็ว รวมทั้งจะมีการประชุมจุดเชื่อมโยงระหว่างไทย สปป.ลาว และเวียดนามด้วย นอกจากนี้ อยากเห็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพราะหนองคายมีจุดยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวเป็นเมืองน่าอยู่ ติดกับแม่น้ำโขง มีสถิตินักท่องเที่ยวต่างประเทศมามาก ยังมีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และอยากเห็นหนองคายเป็นเมืองสีเขียว เมืองน่าอยู่ จึงขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้คิดโครงการกำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัด ทั้งภาคการเกษตร ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม เพื่อให้ยุทธศาสตร์ที่ได้มีความสอดคล้อง สิ่งต่าง ๆ จะได้เชื่อมโยงกันอย่างเต็มที่ โดยในอนาคตคงจะเห็นการพัฒนาอย่างก้าวหน้าของหนองคายที่จะกลายเป็น HUB ของภาคอีสานด้วยเช่นกัน
ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะประชาชนที่มารอต้อนรับบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดหนองคาย ก่อนออกเดินทางจากศาลากลางจังหวัดหนองคายไปตรวจเยี่ยมด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย
----------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิมลมาส รัตนมณี รายงาน
ณัฐวุฒิ ศรีสว่าง ถ่ายภาพ