www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุม กรอ. ภูมิภาค ครั้งที่ 2/2556

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 2/2556

วันนี้ (30 มี.ค. 56) เวลา 17.00 น. ณ ห้องประชุมโชคอนันต์ ชั้น 2 อาคารเรียนรวมและอำนวยการ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 2/2556 เพื่อพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนในประเด็นด้านเศรษฐกิจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สรุปสาระสำคัญดังนี้

1. การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ประกอบด้วย 4 เรื่อง (เสนอโดย กกร.)

1.1 ขอรับการสนับสนุนโครงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบ้านป่าไร่ จ.สระแก้ว โดยกำหนดรูปแบบ/สิทธิประโยชน์สอดคล้องกรอบความร่วมมือยุทธศาสตร์ ACMECS ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษและการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมชายแดน โดยเน้นให้ประเทศสมาชิก ACMECS เป็น “ฐานการผลิตเดียว”

มติ มอบหมาย สศช. รับไปพิจารณาศึกษาข้อมูล ความต้องการ และศักยภาพของพื้นที่ รวมทั้งจะมีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป

1.2 ขอรับการสนับสนุนโครงการ Eco Industrial Town จ.สมุทรปราการ และ จ.ปราจีนบุรี เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย “การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” สู่การปฏิบัติ ดังนี้ (1) ประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการ และชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย (2) อบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในเรื่อง Eco Industrial Town และ (3) ให้มีการศึกษารูปแบบของ Eco Industrial Town ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมของ จ.สมุทรปราการ และ จ.ปราจีนบุรี

มติ มอบหมาย ก.อุตสาหกรรม ร่วมกับ ก.มหาดไทยและก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศึกษาคู่ขนานสำหรับพื้นที่อุตสาหกรรมเกิดใหม่ (ฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี) และพื้นที่อุตสาหกรรมเก่า (สมุทรปราการ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และสมุทรสาคร)

1.3 ขอให้เร่งรัดโครงการย้ายตลาดสะพานปลากรุงเทพ (ยานนาวา) ไปตั้งที่ปากน้ำสมุทรปราการ ภายในปี 2556 เพื่อลดความแออัดในพื้นที่กรุงเทพฯ

มติ มอบกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้รองนายกรัฐมนตรี (นายปลอดประสพ สรัสวดี) เป็นที่ปรึกษาทำการศึกษาภาพรวม ความเหมาะสม ความจำเป็น และความเป็นไปได้ในการย้ายหรือพัฒนาตลาดสะพานปลากรุงเทพ (ยานนาวา) รวมทั้งการพิจารณาใช้ประโยชน์จากสะพานน้ำสมุทรปราการด้วย

1.4 ขอรับการสนับสนุนโครงการจัดตั้งสถาบันมะม่วงแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาสายพันธุ์มะม่วง ส่งเสริมการผลิต การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนด้านการตลาดอย่างครบวงจร

มติ มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราศึกษาในเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ครบวงจร

2. การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ประกอบด้วย 5 เรื่อง (เสนอโดย กกร.)

2.1 ขอให้เร่งรัดโครงการพัฒนาโครงข่ายทางถนนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยการขยายช่องจราจร และขอการสนับสนุนการปรับปรุงและก่อสร้างเส้นทาง รวม 7 เส้นทาง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2558

มติ มอบหมายกระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอการพัฒนาปรับปรุงโครงข่ายทางถนนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา รวม 7 เส้นทางให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

2.2 ขอให้เร่งรัดโครงการขยายเส้นทางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 319 “หนองชะอม จ.ปราจีนบุรี - พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา” จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่นและลดการเกิดอุบัติเหตุ

มติ มอบหมายกระทรวงคมนาคมพิจารณาเร่งรัดการดำเนินการตามแผนงานของกรมทางหลวง

2.3 ขอรับการสนับสนุนการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจราจรสู่ จ.นครนายก และภาคตะวันออก โดยการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 “รังสิต-นครนายก”

มติ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม รับข้อเสนอดังกล่าวไปประกอบการศึกษาความเหมาะสมของโครงการฯ ทั้งนี้ เห็นควรให้ความสำคัญกับการพิจารณาความเหมาะสมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงแผนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่กำหนดไว้แล้วด้วย

2.4 ขอรับการสนับสนุนโครงการศึกษาแนวทางการขยายเส้นทางไปยังด่านคลองลึก จ.สระแก้ว เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรของรถบรรทุกขนส่งที่ผ่านจุดผ่านถาวรบ้านคลองลึก และเพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้าการขนส่งข้ามแดน จากการเข้าสู่ AEC ในปี 2558

มติ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอของภาคเอกชนไปประกอบการพิจารณาศึกษาความเหมาะสมในการสนับสนุนโครงการศึกษาแนวทางการขยายเส้นทางไปยังด่านคลองลึก จ.สระแก้ว ให้สอดคล้องกับการเปิดด่านหนองเอี่ยนและด่านคลองลึก

2.5 ขอรับการสนับสนุนโครงการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าโมโนเรล จากสถานีรถไฟฟ้าบางปู – แอร์พอร์ทลิงค์ สุวรรณภูมิ เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาการจราจร โดยระบบการขนส่งมวลชนแบบระบบราง

มติ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอของภาคเอกชนประกอบการพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการให้สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ทั้งในด้านการพัฒนารถไฟฟ้าและการพัฒนารถโดยสารสาธารณะในเขตกรุงเทพและปริมณฑล

3. การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบด้วย 1 เรื่อง (เสนอโดย กกร.)

3.1 ขอให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน (ปากน้ำ บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ) เพื่อป้องกันแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างบูรณาการและเป็นระบบ

มติ มอบหมายคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) รับไปพิจารณาเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน (ปากน้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ) และดำเนินการศึกษาการบริหารจัดการน้ำ

ภาคตะวันออกทั้งระบบ

4. การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ ประกอบด้วย 4 เรื่อง (เสนอโดย กกร./สทท.)

4.1 ขอรับการสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว “ขุนด่านแลนด์” (ถนน-สะพาน-ภูมิทัศน์) จ.นครนายก โดยพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก

มติ มอบหมายจังหวัดนครนายก สศช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารูปแบบการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก

4.2 ขอให้เร่งรัดการพัฒนาพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำทับลาน จ.ปราจีนบุรี เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงเกษตรที่สมบูรณ์

มติ มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลักรับไปพิจารณาดำเนินการโดยให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4.3 ขอให้แยกช่องทางการผ่านด่านชายแดนของนักท่องเที่ยวออกจากด่านการค้า โดย  (1) ขอให้แยกเส้นทางการผ่านด่านชายแดนของนักท่องเที่ยวออกจากการค้าที่ด่านคลองลึก จ.สระแก้ว และปรับปรุงด่านให้ได้คุณภาพและมาตรฐานสากล (2) ขอให้ยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าที่มีอยู่ในสระแก้ว 2 แห่งจะเป็นที่ใดที่หนึ่งก็ได้ เพื่อให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรเพิ่ม ได้แก่ บ้านเขาดิน-กม.13 ของพระตะบอง หรือจุดหนองปรือ-พนมมาลัย จ.บันเตียเมียนเจย

มติ มอบหมายกระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอของภาคเอกชนไปศึกษาในรายละเอียดการแยกช่องทางการผ่านด่านชายแดนของนักท่องเที่ยวออกจากด่านคลองลึก โดยให้คำนึงถึงการจัดระเบียบในด่านคลองลึกทั้งในส่วนของการค้าและการท่องเที่ยวให้เป็นระบบ

มอบหมายคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชารับไปศึกษาในรายละเอียด

4.4 ขอให้พัฒนาเส้นทางช่องบะระแนะ หรือช่องตากิ่ว ซึ่งอยู่ติดชายแดนกัมพูชา เพื่อให้เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ให้กับ อ.ตาพระยา อาทิ เส้นทางแหล่งตัดหิน สระเพลง ศูนย์อพยพเก่า เกษตรผสมผสาน และแหล่งโบราณสถานยุคขอมอีกมาก

มติ มอบกระทรวงคมนาคมศึกษารายละเอียดในการเพิ่มจุดผ่านแดน

ทั้งนี้ มติ กรอ. จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค. 56)

******************

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ลัดดา / รายงาน