วันนี้ (30มี.ค.56) เวลา 11.30 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ห้องพระยายอ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อำเภอเมือง จังหวัดปราจีน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรพร้อมมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นางสาวจิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายแพทย์วิชาญ เกิดวิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภิเบศร นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ (ปราจีน) เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวรายงาน ว่า จังหวัดปราจีนบุรี ได้กำหนดตำแหน่งจุดยืนทางยุทธศาสตร์ (Positioning) “เมืองอุตสาหกรรมสีเขียว” และสังคมแห่งปัญญาและการเรียนรู้ (Knowledge Base Society) ตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาจังหวัด 4 ปี (พ.ศ. 2557-2560) โดยเฉพาะเน้นเรื่องสำคัญทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ คือ การเป็นเมืองน่าอยู่ด้วยการพัฒนาทุนทางสังคม และความมั่นคงสู่สังคมเป็นสุข ส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมสีเขียว (Green industry)/รองรับ AEC และตลาดโลก ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และยกระดับ SME ของจังหวัดปราจีนบุรี การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความสำคัญ ในด้านการให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีน กล่าวว่า จากแนวทางที่จังหวัดได้กำหนดทิศทางการพัฒนาดังกล่าวจะทำให้การพัฒนาจังหวัดในอนาคตต่อไป คือ 1. การเป็นเมืองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) 2. เป็นสังคมปัญญาแห่งการเรียนรู้ 3. เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เน้นอัตลักษณ์ของจังหวัดโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
รวมทั้ง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำโครงการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ในกรอบ 100 ล้านบาท ดังนี้ 1) โครงการสวนสุขภาพของชุมชนในจังหวัดปราจีนบุรี 7 แห่ง งบประมาณ 50 ล้านบาท กรมโยธาธิการและผังเมือง 2) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม งบประมาณ 20 ล้านบาท กรมเจ้าท่า 3) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อภาคการเกษตรกรรม ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี งบประมาณ 25.65 ล้านบาท กรมชลประทาน และ 4)โครงการปรับปรุงคันกั้นน้ำท่าแห กรมชลประทาน
ขณะเดียวกันจังหวัดปราจีนบุรีได้เสนอขอรับการสนับสนุนในส่วนของโครงการกลุ่มจังหวัดปราจีนบุรีตอนกลาง คือ โครงการแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์และสุขภาพวิถีไทย งบประมาณ 20 ล้านบาท โครงการตลาดน้ำอาเซียน จังหวัดปราจีนบุรี (Asian Floating Market Prachinburi ) และขออนุมัติคณะรัฐมนตรีในหลักการ 2 โครงการ งบประมาณ 2,800 ล้านบาท ได้แก่ 1. โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 319 เป็น 4 ช่องจราจร 2. โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 33 เป็น 4 ช่องจารจร ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นการพัฒนาเส้นทางรองรับเศรษฐกิจอาเซียน
ส่วนทางด้าน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เสนอโครงการพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีและสุขภาพวิถีไทย พื้นที่ตำบลบางเดชะ จังหวัดปราจีนบุรี งบประมาณ 20,024,200 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี (พ.ศ.2556) เพื่อเพิ่มศักยภาพของเมืองในการเชื่อมโยงโอกาสจากประชาคมอาเซียนในลักษณะเมืองสุขภาพด้วยการฝึกอบรม และสร้างตลาดด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางผสมสมุนไพร เครื่องดื่ม และอาหารจากสมุนไพร ตลอดจนเป็นแห่งเรียนรู้การผลิต การจำหน่าย และการบริการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ของเกษตรกร ประชาชน และนักท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดเบญจบูรพาสุวรรณภูมิ
รวมทั้งพัฒนาโครงการอภัยภูเบศรเวชนคร เฮลธ์คอมเพล็กเขาใหญ่ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้การดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวมด้วยแพทย์แผนไทย และเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้การจัดการสปาไทยต้นแบบ อีกทั้งขอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ให้วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เป็นวิทยาลัยอิสระ มีตำแหน่งข้าราชการให้อาจารย์ เพื่อรองรับการพัฒนาคน การสนับสนุนงบประมาณในโครงสร้างพื้นฐานของโครงการแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์และสุขภาพวิถีไทย ในพื้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูมเบศร ซึ่งได้ของบประมาณบางส่วนจากคณะรัฐมนตรี 2556 ศูนย์ฝึกอบรมการดูแลสุภาพองค์รวม พิพิธภัณฑ์หมอแผนไทยบ้านหมอพลอย ศูนย์สาธิตการจัดการวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ครบวงจร ศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพร สวนสมุนไพรอาเซียนเป็นเป็นห้องรับแขกด้านการดูสุขภาพด้วยแพทย์ดั้งเดิมให้กับประเทศไทย
ขณะที่ ผู้แทนบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ได้กล่าวว่า บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มีแนวทางดำเนินธุรกิจทั่วโลกที่ชัดเจนคือต้องการเป็นบริษัทที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ ดังนั้นนอกจากการดำเนินธุรกิจที่มีคุณธรรมแล้ว บริษัทยังมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ขับขี่ปลอดภัย และด้านมนุษยธรรม อีกทั้งบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังมีการจัดตั้งกองทุนกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย เพื่อจัดเตรียมเงินไว้ใช้ในยามจำเป็น เช่น กรณีภัยพิบัติทางธรรมชาติ และนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้กองทุนฯ มีเงินสะสมทั้งสิ้น 400 ล้านบาท และยังจะมีการสะสมเพิ่มอย่างต่อเนื่องต่อไป
พร้อมยืนยัน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้ย้ายฐานการผลิตจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 240,000 คัน แต่เป็นการขยายฐานการผลิตแห่งใหม่ในประเทศไทยมาที่นิคมอุตสาหกรรมโรจะ ณ จังหวัดปราจีนฯ ให้มีกำลังการผลิต 280,000 คัน โดยโรงงานแห่งใหม่มีแผนการลงทุนจำนวน 17,000 ล้านบาท ภายในพื้นที่ 1600 ไร่ ซึ่งไม่รวมมูลค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ โดยจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2556 และเริ่มสายการผลิตในเดือนเมษายน 2558 โดยมีกำลังการผลิตเบื้องต้น 120,000 คัน และสามารถปรับเพิ่มเป็น 2 เท่า ได้ตามความต้องการของตลาด ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด คาดจะเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นของประเทศไทย
ส่วนนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ถือเป็นศูนย์อุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์ที่ยาวนานและมีจุดเด่นของการเป็นศูนย์อุตสาหกรรมแนวหน้าของประเทศไทย โดยมีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมที่มีความพร้อมและชัดเจน ดังนั้นบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ พร้อมที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับจังหวัดปราจีนฯ เพื่อให้จังหวัดปราจีนฯ เป็น green growth city ให้ได้
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยกล่าวถึงโครงการตลาดน้ำอาเซียนที่ทางจังหวัดปราจีนเสนอว่า เป็นแนวคิดที่ดีซึ่งถ้าทำได้ก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ทั้งนี้การเดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต้องการเห็นโครงการที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน จึงขอฝากผู้ว่าฯ ให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าในการดำเนินการดังกล่าว และต้องมีการวางแผนระยะยาว รวมทั้งพิจารณาถึงความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว เช่นนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น ขณะเดียวกันอยากเห็นการจ้างงานของชุมชนที่เกิดจากการดำเนินโครงการนี้ด้วย โดยการดำเนินโครงการอยากให้เป็นการลงทุร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน
ส่วนยุทธศาสตร์จังหวัดปราจีนบุรีที่มุ่งเน้นเมืองอุตสาหกรรมสีเขียวและสังคมแห่งปัญญาและการเรียนรู้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมและเป็นแหล่งรองรับการขยายตัวและความแออัดของอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งตรงนี้ขอฝากกระทรวงคมนาคม ดูในเรื่องของเส้นทางคมนาคมเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมของจังหวัดปราจีนฯ ในอนาคต อีกทั้งต้องการเห็นการพัฒนาอุสาหกรรมควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมของจังหวัดปราจีนฯ เป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น รวมถึงต้องการให้รักษาเอกลักษณ์ในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาต่างๆ ของนิคมอุตสาหกรรมที่จะต้องมีการดูแลบำบัดน้ำเสีย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
สำหรับการพัฒนาอภัยภูเบศรเวชนครเป็นเมืองสุขภาพอาเซียน (Traditional Medical Hub) นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ แต่ขอให้มีการต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับรูปลักษณ์ packaging ให้ทันสมัยและสะดวกในการใช้งาน รวมถึงการดำเนินการทางการตลาดและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนา Medical Hub นั้น ต้องการเห็นการพัฒนาเป็น 2 ระดับ คือ ระดับแรก Medical ที่ดูแลเรื่องสุขภาพ และสปา และระดับสอง ความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์ โดยเฉพาะการพัฒนาแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โดยฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบูรณาการร่วมกับแพทย์แผนไทยในการดำเนินการดังกล่าวต่อไป รวมทั้งต้องการเห็นโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นแหล่งการผลิตการพัฒนาแพทย์แผนไทยและสมุนไพรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และเป็นเมืองสุขภาพอาเซียน (Traditional Medical Hub) อย่างไรก็ตามการดำเนินการในเรื่องของสวนสมุนไพรอาเซียนเพื่อเป็นห้องรับแขกด้านการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์ดั้งเดิม นั้น ขอให้อยู่ใกล้กับแหล่งชุมชนและสามารถที่จะพัฒนาต่อยอดต่อไปได้ ซึ่งในอนาคตคงจะมีการทำ Workshop ของจังหวัดปราจีนฯ ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางยุทธศาสตร์จังหวัดลงในรายละเอียดของพื้นที่ให้เกิดความชัดเจนต่อไป
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนฯ กำหนดโซนนิ่งในการพัฒนาแหล่งน้ำให้ชัดเจน พร้อมขอบคุณบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่จะมีการขยายการผลิตและการลงทุนเพิ่มขึ้นที่จังหวัดปราจีน
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและเยี่ยมชมนิทรรศการที่ทางโรงพยาบาลได้จัดแสดงไว้ ก่อนออกเดินทางไปค่ายจักรพงศ์ อำเภอเมืง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยังสนามจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลหัวสำโรง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจเยี่ยมโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า (เกตเวย์)
-----------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/รายงาน
ณัฐวุฒิ/ถ่ายภาพ

