วันนี้ (14 ก.พ.56) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรับรอง มูลนิธิโครงการหลวง จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เข้าเฝ้าหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง พร้อมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการสนับสนุนโครงการหลวง ครั้งที่ 1/2556 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมดอยคำมูลนิธิโครงการหลวง สรุปสาระสำคัญดังนี้
ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานโครงการหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปีงบประมาณ พ.ศ.2555 รวมทั้งที่ประชุมได้มีการพิจารณายุทธศาสตร์ แผนงาน และคำของบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนับสนุนโครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ 2557
ทั้งนี้ สืบเนื่องคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการแผนแม่บทศูนย์โครงการหลวงระยะ 5 ปี (พ.ศ.2555-2559) และแผนแม่บทโครงการขยายผลโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2555-2559) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานและการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนในพื้นที่เป้าหมาย ดังนี้ 1) พื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 38 แห่ง ใน 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา และลำพูน จำนวน 500 กลุ่มบ้าน ประชากร รวม 172,309 คน โดยมีหน่วยงานของรัฐร่วมปฏิบัติงานภายใต้แผนแม่บท จำนวน 21 หน่วยงาน มีกิจกรรม 124 กิจกรรม งบประมาณรวม 3,312,898,146 บาท 2) พื้นที่โครงการขยายผลโครงการหลวง28 แห่งในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน กำแพงเพชร ตาก และกาญจนบุรี จำนวน 184 กลุ่มบ้าน ประชากรรวม 120,325 คน โดยมีหน่วยงานของรัฐร่วมปฏิบัติงานภายใต้แผนแม่บท จำนวน 14 หน่วยงาน มีกิจกรรมรวม 117 กิจกรรม งบประมาณรวม2,250,659,717 บาท
โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการยุทธศาสตร์ แผนงาน และคำของบประมาณประจำปี พ.ศ. 2557 ที่สนับสนุนศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 38 แห่ง จำนวน 505,543,512 บาท และโครงการขยายผลโครงการหลวง จำนวน 29 แห่ง จำนวน 473,016,095 โดยมอบให้สำนักงบประมาณรับไปพิจารณาให้การสนับสนุนตามความเหมาะสมต่อไป
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ในปีที่สองของการบริหารงานของรัฐบาล นั้น จะเน้นย้ำในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งการส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืนโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ยังต้องการการพัฒนาอีกมาก รวมถึงการเสริมสร้างอาชีพ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และให้ชุมชนสามารถอาศัยอยู่กับธรรมชาติโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็เน้นให้มีการปลูกป่าเพื่อรักษาต้นน้ำ และส่งเสริมให้เกษตรกรมีการปลูกพืชที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และปริมาณน้ำ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของโครงการหลวงก็ได้มีการวิจัยและพัฒนาพืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสนำงานที่โครงการหลวงได้ทำการวิจัยค้นคว้าซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่น่าภาคภูมิใจมาให้เกษตรกรได้เรียนรู้ ก็จะทำให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการหลวงและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอื่น ๆ รวมทั้งจะน้อมนำโครงการตามแนวพระราชดำริไปปฏิบัติต่อไป
ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้ออกเดินทางจากมูลนิธิโครงการหลวง โดยขบวนรถยนต์ ไปยังหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการ “ชุมชน รักษ์ สิ่งแวดล้อม”
----------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/รายงาน
ณัฐวุฒิ/ถ่ายภาพ

