www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมด่านศุลกากร และการค้าขายชายแดนแม่สาย จ.เชียงราย

นายกรัฐมนตรีและคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ตรวจเยี่ยมด่านศุลกากรและการค้าขายชายแดนแม่สาย

วันนี้ (13 ก.พ.56) เวลา 13.40 น. ณ ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลตำรวจตรี ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้ออกเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ไปยังท่าอากาศยานเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อไปปฏิบัติราชการจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่

จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางโดยขบวนรถยนต์ จากท่าอากาศยานเชียงราย ไปยังด่านศุลกากรที่ 2 (ด่านสำหรับบรรทุกข้ามแดน)  อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจชายแดนจังหวัดเชียงราย แผนงาน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ  ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ว่า จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดชายแดนเหนือสุดของประเทศ มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เชื่อมโยงกับกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงหรือ GMS ตอนบน คือ เมียนมาร์ สปป.ลาว และ สป.จีนตอนใต้ (มณฑลยูนนาน)  ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ มีการเชื่อมโยงระบบคมนาคมตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ – ใต้ ( NSEC : North – South  Economic  Corridor) สามารถเดินทางไปถึง สป.จีนตอนใต้ตามเส้นทาง R3 ได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทาง  R3A เชื่อมโยงไทย-สปป.ลาว-สป.จีน และเส้นทาง R3B เชื่อมโยงไทย-เมียนมาร์-สป.จีน  นอกจากนั้นยังมีการคมนาคมขนส่งทางน้ำผ่านแม่น้ำโขงจากท่าเรือเชียงแสนไปยังท่าเรือเชียงรุ่ง มณฑลยูนนาน มีท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศเฉลี่ย 18 เที่ยวบิน/วัน และมีจำนวนเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ คือ เชียงราย- นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน 6 เที่ยวบิน/สัปดาห์

ขณะที่แนวชายแดนจังหวัดเชียงรายมีแนวชายแดนติดกับเพื่อนบ้านถึง 2 ประเทศ คือ เมียนมาร์ มีระยะทาง 153 กิโลเมตร และ สปป.ลาว มีระยะทาง 151 กิโลเมตร รวมระยะทาง 304 กิโลเมตร และมีจุดผ่านแดนถาวร จำนวน 4 จุด ประกอบด้วย จุดผ่านแดนถาวรด้านเมียนมาร์ มี 2 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เขตเทศบาลตำบลแม่สาย และจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ส่วนจุดผ่านแดนถาวรด้าน สปป.ลาว มี 2 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรอำเภอเชียงแสน และจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเชียงของ   ขณะเดียวกันมีจุดผ่อนปรนด้านเมียนมาร์ มี 4 จุด ด้าน สปป.ลาว  มี 5 จุด และมีจุดผ่อนปรนร่วม 1 จุด ที่บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน รวมทั้งสิ้น 10 จุด

สำหรับสถิติการค้าชายแดนนั้น การค้าชายแดนระหว่างปี 2551 – 2555 มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยอัตราการเติบโตในช่วง 4 ปี (2552-2555) มูลค่าการค้ารวมมีการอัตราการเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 28 ต่อปี  การส่งออกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 31 ต่อปี  การนำเข้ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 12 ต่อปี  และดุลการค้ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 35 ต่อปีโดยในปี 2554 มูลค่าการค้ากับเมียนมาร์ มีสัดส่วนสูงสุด คือ ร้อยละ 42 รองลงมาคือ สปป.ลาว ร้อยละ 36 และ สป.จีน ร้อยละ 22 แต่ในปี 2555 มูลค่าการค้ากับ สปป.ลาว มีสัดส่วนสูงสุด คือ ร้อยละ 39 รองลงมา คือ เมียนมาร์    ร้อยละ 37 และ สป.จีน ร้อยละ 24  ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบสินค้าเข้า-ออกในแต่ละด่าน จากมูลค่าการค้ารวม 35,977 ล้านบาท พบว่า ด่านเชียงของมีมูลค่าการค้ารวมสูงสุด 13,309 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 37 รองลงมาคือ ด่านเชียงแสนมีมูลค่าการค้ารวม 12,938 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35 และด่านแม่สายมีมูลค่าการค้ารวม 9,729 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27

สำหรับประเภทสินค้าส่งออก ปี 2555  มีสินค้าที่ส่งออกไป สป.จีน 3 ลำดับแรก คือ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าเกษตร  สินค้าที่ส่งออกไปเมียนมาร์ 3 ลำดับแรก คือ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเบ็ดเตล็ด และสุราต่างประเทศ  ส่วนสินค้าที่ส่งออกไป สปป.ลาว 3 ลำดับแรก คือ สินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และน้ำมันเบนซิน ส่วนประเภทสินค้านำเข้า ปี 2555 เป็นสินค้าที่นำเข้าจาก สป.จีน 3 ลำดับแรก คือ สินค้ากสิกรรม (พืชผักสด ผลไม้ ดอกไม้ ไม้ประดับ) แก๊สอาร์ก้อน และสินค้าอุปโภคบริโภค  สินค้าที่นำเข้าจากเมียนมาร์ 3 ลำดับแรก คือ ผลส้มสด แมงกานีส และแร่อื่นๆ และสินค้าที่นำเข้าจาก สปป.ลาว 3 ลำดับแรก คือ ถ่านหินลิกไนท์ ไม้แปรรูป และสินค้าเกษตรทั่วไป

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวว่า เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ประเทศและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ตามนโยบายของรัฐบาล จังหวัดเชียงรายได้กำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ (Positioning) ในแผนพัฒนาจังหวัด 4 ปี (พ.ศ. 2557-2560) ไว้ 3 ประเด็นคือ 1. เมืองส่งเสริมการค้าชายแดนเพื่อการค้าและการลงทุน 2. เมืองเกษตรกรรม รองรับตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ และ 3. เมืองท่องเที่ยว เชื่อมโยงสู่ GMS และ AEC  โดยจังหวัดเชียงรายเน้นการพัฒนาเมืองหลักเขตเศรษฐกิจชายแดน 3 เมือง คือ 1. อำเภอแม่สาย จะพัฒนาเป็น Trading City รองรับการค้าการลงทุนและบริการทางการเงิน 2. อำเภอเชียงแสน จะพัฒนาเป็น Port City รองรับการนำเข้าส่งออกทางแม่น้ำโขงและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และ3. และอำเภอเชียงของ จะพัฒนาเป็น Logistic City รองรับนำเข้าส่งออกตามเส้นทาง R3A โดยมี ศูนย์กระจายสินค้า (DC) และระบบการขนส่งที่หลากหลาย

นอกจากนี้จังหวัดเชียงรายยังมีโครงการสำคัญเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดเชียงราย ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 และอาคารด่านศุลกากรแม่สาย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทาง R3B  โครงการก่อสร้างท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ และได้ส่งมอบพื้นที่ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยเข้าไปบริหารแล้ว สำหรับสถิติการใช้บริการท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน จากเดือนแรกที่ให้บริการคือเดือนเมษายน 2555 มีจำนวนเที่ยวเรือที่เข้าใช้บริการ 89 ลำ เพิ่มขึ้นมาเป็น 829 ลำในเดือนธันวาคม 2555 ส่วนสถิติสินค้าผ่านท่า จาก 1,379 ตันในเดือนเมษายน 2555 เพิ่มขึ้นมาเป็น 33,011 ตัน ในเดือนธันวาคม 2555

รวมทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้กล่าวถึงโครงการต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชียงของ-ห้วยทราย เพื่อรองรับการคมนาคมขนส่งผ่านเส้นทาง R3A ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ความคืบหน้าการดำเนินการคิดเป็นร้อยละ 74 กำหนดแล้วเสร็จตามสัญญา วันที่ 10 มิถุนายน 2556 โครงการปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินเป็น 4 ช่องจราจรของกรมทางหลวง เพื่อสนับสนุนการคมนาคมขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว ซึ่งบางส่วนได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และอีกบางส่วนคาดจะแล้วเสร็จภายในปี 2556 แต่ก็ยังเหลืออีกบางส่วนรอการอนุมัติงบประมาณ พร้อมเซ็นสัญญา และอยู่ระหว่างการออกแบบ

นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างถนนโครงข่ายทางหลวงชนบท 4 ช่องจราจร เพื่อสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ให้กับท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน จำนวน 4 เส้นทาง ประกอบด้วย 1) โครงการก่อสร้างถนน สายแยก ทล.1129-ทล.1098 อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระยะทาง 14.550 กม. เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2554 กำหนดแล้วเสร็จปี 2556 2) โครงการก่อสร้างถนน สายเชื่อม จ 3-วงแหวนตะวันตก อ.เมือง จ.เชียงราย ระยะทาง 11.446 กม. เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2555 กำหนดแล้วเสร็จปี 2557 3) โครงการก่อสร้างถนน สายแยก ทล.1098-แยก ทล.1 อ.เมือง จ.เชียงราย ระยะทาง 26.075 กม.  เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2556 กำหนดแล้วเสร็จปี 2558 4) โครงการก่อสร้างถนน สาย ชร.4049 แยกทล.1129-บ.ดอนงาม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระยะทาง 17.404 กม. ขณะนี้สำรวจออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอตั้งงบประมาณในปี 2558-2562  อย่างไรก็ตาม เพื่อสนับสนุนให้เชียงรายเป็นเมืองการค้าชายแดน เป็น Gateway เชื่อมโยงกับ GMS และ AEC จังหวัดเชียงรายได้ขอรับการสนับสนุนในเชิงนโยบายจากรัฐบาล เพื่อดำเนินโครงการที่เกินศักยภาพของจังหวัด ดังนี้ โครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ โครงการมอเตอร์เวย์เชียงใหม่-เชียงราย โครงการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ  โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชียงของ โครงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยขอให้เร่งรัดการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สายโครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองเชียงรายด้านตะวันตก ระยะทาง 18 กิโลเมตร โครงการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงราย โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองเชียงของ

โอกาสนี้  นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวโดยเฉพาะในเรื่องด่านชายแดนสำคัญ 3 ด่านที่ติดกับเมียนมาร์ สปป.ลาวและจีน นั้น อยากให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองยุทธศาสตร์ที่ต้องการจะส่งเสริมเมืองการค้าชายแดน ก่อนที่จะตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ  โดยขอให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันคิดในการที่จะส่งเสริมพัฒนาสินค้าที่มีศักยภาพและเป็นจุดแข็งของไทย  เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้ จุดชายแดนของไทยยังไม่มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน  และขอให้มองและพัฒนาสินค้าสามารถส่งสินค้าต่อไปยังประเทศที่สามโดยเฉพาะประเทศจีน เช่น การส่งสินค้าผ่านเมียนมาร์ไปยังประเทศจีน  ซึ่งตรงนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาถึงจุดแข็งและความได้เปรียบของไทยว่าจะส่งเสริมอะไร  โดยให้นำตัวเลขจากศุลกากรมาประกอบการพิจารณาในการดำเนินการดังกล่าว ขณะเดียวกันให้พิจารณาในการที่จะตั้งดิวตี้ฟรีภาคพื้นดิน  โดยนำสินค้า OTOP เข้าไปจำหน่ายด้วย และให้มีการบูรณาการกันทุกจุดเพื่อทำเป็นยุทธศาสตร์ซึ่งมองพื้นที่เป็นตัวตั้งก่อนนำมาพิจารณากันอีกครั้ง  ซึ่งจะพิจารณารวมถึงในเรื่องของข้อกฎหมายทั้งหมดที่มีอยู่และการส่งเสริมเศรษฐกิจด้วย

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังด่านศุลกากรที่ 1 (ด่านสำหรับประชาชนข้ามแดน) อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมด่านและตรวจเยี่ยมการค้าขายชายแดนแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงสถานการณ์การค้าขายชายแดนแม่สายจากผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยความสนใจ ก่อนเดินทางกลับไปยังท่าอากาศยานเชียงราย โดยขบวนรถยนต์ เพื่อออกเดินทางต่อไปยังท่าอากาศทหาร กองบิน 41  จังหวัดเชียงใหม่ โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ

----------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิไลวรรณ มุกเหล็ก รายงาน

ณัฐวุฒิ ศรีสว่าง ถ่ายภาพ