www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก รับฟังบรรยายสรุปเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด

นายกรัฐมนตรีและคณะลงพื้นที่ อ.แม่สอด รับฟังบรรยายสรุปติดตามเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด พร้อมรับฟังข้อเสนอการพัฒนาการค้าชายแดนจากภาคเอกชน

วันนี้ (20 ม.ค.56) เวลา 10.10 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าอัญมณีและการท่องเที่ยว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ รับฟังบรรยายสรุปเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด โดยมี นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก ผู้บริหารส่วนราชการ ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นจังหวัดตาก ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

ผู้ว่าราชการจังหวัดตากกล่าวบรรยายสรุปข้อมูลพื้นฐานจังหวัดตากว่า จังหวัดตากมีพื้นที่ 16,406  ตร.กม. มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของประเทศ และลำดับที่ 2 ของภาคเหนือ รองมาจากจังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ป่าไม้คิดเป็น 70% ของพื้นที่ทั้งหมด   การปกครองแบ่งออกเป็น 9 อำเภอ แบ่งเป็นพื้นที่ฝั่งตะวันออก 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบ้านตาก อำเภอสามเงา อำเภอวังเจ้า มี 5 อำเภอฝั่งตะวันตกติดชายแดน ได้แก่ อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง อำเภออุ้มผาง  ฝั่งตะวันตกมีเนื้อที่คิดเป็น 65% ของเนื้อที่ทั้งหมด  การปกครองส่วนท้องถิ่นแบ่งออกเป็น 1 อบจ.  1  เทศบาลนคร 1  เทศบาลเมือง 14  เทศบาลตำบล  52  อบต. 63  ตำบล 559  หมู่บ้าน ประชากรทั้งสิ้น 531,018 คน มีชนเผ่า 6 เผ่า ได้แก่ กะเหรี่ยง ม้ง มูเซอ ลีซอ เย้า และอีก้อ จำนวน 196,889 คน

ผู้ว่าราชการกล่าวต่อไปว่ายุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดตาก (2557-2560) คือ 1.ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งมีศักยภาพด้านพื้นที่ ทำให้มีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์  และธรรมชาติ เช่น น้ำตกทีลอซู  ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระธาตุบ้านตาก ไม้กลายเป็นหิน  2. การพัฒนาสินค้า OTOP และแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP เป็นการจัดระดับผลิตภัณฑ์เพื่อพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ในแต่ละประเภทตามศักยภาพของผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ  3. การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการทำความเข้าใจพร้อม ๆ กับส่งเสริมการปลูกป่า ไม้ผลยืนต้น และปลูกกาแฟ สร้างรายได้ให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ แทนการเก็บของป่าทำไร่หมุนเวียน ทำการเกษตรพืชเชิงเดียว ซึ่งมีการขยายพื้นที่การเพาะปลูกล้ำพื้นที่ป่า และ 4.การพัฒนาด้านการค้าและการลงทุน เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงเส้น East – West Economic Corridor (EWEC) เปรียบเสมือนประตูสู่อาเซียนที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการขยายการส่งออกและในด้านการค้าและการลงทุน และรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตากบรรยายสรุปเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดว่า ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนแม่สอด มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะมีมูลค่าการค้าสูงประมาณปีละ 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2555 มูลค่าการค้าชายแดนไทย – พม่า เติบโตสูงถึง 80% จากปี 2554 คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 39,337 ล้านบาท โดยสินค้าหลักในการส่งออก 10 อันดับแรกของปี 2555 คือ เบียร์ทำจากมอลต์ น้ำมันเบนซิน น้ำมันพืช ผ้าพิมพ์ฝ้าย น้ำมันดีเซล โทรทัศน์ ผงชูรส กาแฟชนิดผลสำเร็จรูป รถจักรยานยนต์ และยารักษาโรค สำหรับสินค้านำเข้า 10 อันดับแรกปี 2555 คือ เฟอร์นิเจอร์และสิ่งประดิษฐ์ไม้ โค – กระบือมีชีวิต สินค้าอื่นๆ กระเพาะปลาตากแห้ง สินแร่พลวง ปลาเบญจพรรณ ปลายข้าว 100 % ถ่านไม้สัก – ไม้แดง แร่เหล็ก และรถจักรยานเก่าใช้แล้ว  ทั้งนี้ ปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดนแม่สอดคือสะพานมิตรภาพไทย – พม่า ที่ชำรุดไม่สามารถรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่มีจำนวนมากขึ้น และไม่สามารถรับปริมาณการส่งออกและรถบรรทุกที่มีจำนวนมาก รวมไปถึงไม่สามารถรองรับรถบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักเกินกว่า 25 ตันขึ้นไป ทำให้ต้องถ่ายเทสินค้าลงจากรถแล้วบรรทุกรถเล็กขนข้ามสะพานอีกทีทำให้เสียเวลาในการขนส่ง

ประธานหอการค้าจังหวัดกล่าวต่อไปว่าสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเห็นการพัฒนาการค้าชายแดนไทย – พม่า คือ การจัดตั้งเขตการค้าการลงทุนร่วมแม่สอด – เมียวดี โดยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นทั้งสองประเทศ เพื่อให้คำปรึกษาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการสำรวจ/ออกแบบ พื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด 14,753 ไร้ให้เป็นรูปธรรม พร้อมเปิดรองรับ AEC ในปี 2558  การเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับความเป็น Connectivity ของอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทยพม่าแห่งที่ 2 และถนนเชื่อมโยง จัดทำศูนย์ One stop service คอยให้บริการโดยรวมส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน พัฒนาถนนเส้นทางตาก – แม่สอด ให้เป็นทางสมัยใหม่ มีการเจาะอุโมงค์ และทำสะพานเชื่อมเพื่อย่นระยะทาง ขยายท่าอากาศยานแม่สอด ผลักดันให้มีการบินเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพมหานคร – แม่สอด – ย่างกุ้ง และเส้นทาง กรุงเทพมหานคร – แม่สอด – เมาะละแหม่ง และให้รัฐบาลเจรจาให้มีการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างชายแดนไทย – พม่า โดยใช้บอร์เดอร์พาส ตามข้อตกลงไทย – พม่า ว่าด้วยเรื่องการข้ามแดนปี 1997 ทั้งนี้ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทยรองรับเป็นประตูตะวันตกเชื่อมโยงระบบ Connectivity รองรับ AEC ในปี 2558 เพื่อเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน ได้ประโยชน์ร่วมกันตามข้อตกลงในเขตการค้าเสรี และสิทธิประโยชน์ทางภาษี มีกรอบลงทุนขั้นพื้นฐานอย่างชัดเจน ทั้งพื้นที่และเงินทุนที่สามารถตอบสนองนักลงทุนได้ รวมไปถึงประโยชน์ในการกำหนดพื้นที่ให้ควบคุมปัญหาด้านความมั่นคงได้ทั้งด้านแรงงานและด้านอื่นๆ ต่อไป

 

------------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์

นราวุธ รายงาน

ธวัชชัย ถ่ายภาพ