www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือให้กับ ผวจ. กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน-ภาคเอกชน พร้อมเป็นประธานประชุม ผวจ. ทั่วประเทศเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่

นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือให้กับผวจ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1-2 และภาคเอกชน พร้อมเป็นประธานเปิดการประชุม ผวจ.ทั่วประเทศเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ระบุขอให้น้อมนำพระราชดำรัสในหลวง ทำให้คนไทยอยู่กันด้วยความรัก ความเมตตาธรรม ร่วมแก้ไขปัญหาให้ประเทศก้าวสู่ความมั่นคง พร้อมให้น้อมนำเป็นหลักทำงานในหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต

วันนี้ (27 ธ.ค.55) เวลา 08.30 น. ณ ห้องเชียงแสน ชั้น 3 โรงแรมเซ็นทารา ดวงตะวัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และ 2 และภาคเอกชน ในเรื่อง “การพัฒนาภาคเหนือตอนบนในภาพรวม”  โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคเอกชน เข้าร่วมการประชุม

จากนั้น เวลา 10.00 น. ณ ห้องดวงตะวัน แกรนด์ บอลรูม ชั้น 3  นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมพร้อมมอบนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ในการวิเคราะห์ศักยภาพและตำแหน่งจุดยืนทางยุทธศาสตร์ (Positioning) ของกลุ่มจังหวัดและจังหวัด  และการปลูกป่าและพื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ  โดยมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นผู้แทน ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ รวมถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวอวยพรปีใหม่ 2556 พร้อมมอบของที่ระลึกแด่นายกรัฐมนตรี  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวมอบโอวาทพร้อมอวยพรปีใหม่แก่ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนว่า  ความสุขของนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงที่เราทุกคนได้สามัคคีกันร่วมมือกันทำงานเพื่อประเทศ โดยการทำงานต่าง ๆ ที่ผ่านมารัฐบาลทำเพียงฝ่ายเดียวไม่เพียงพอ  ต้องการพลังที่เกิดจากการขับเคลื่อนของผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่จะทำให้นโยบายต่าง ๆ กลับไปสู่ประชาชน  สำหรับการทำงานปี 2555 ที่ผ่านมานี้มองว่าดีขึ้นกว่าปี 2554 แต่เป็นการทำงานที่หนักขึ้น  เพราะต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เป็นผลพวงจากสถานการณ์อุทกภัยในปี 2554 ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคน  และหน่วยงานทุกกระทรวงทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่ทำให้เราพร้อมใจกันสามารถกู้สถานการณ์ได้ในไตรมาสที่ 3 ทั้งนี้ เชื่อว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 จะดีขึ้น ซึ่งเกิดจากพลังที่เราทำงานร่วมใจกัน เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทั้งปีอันเป็นสิ่งที่น่าชื่นใจ  ขณะที่มีสิ่งที่น่าเห็นใจหน่วยงานราชการคือทุกครั้งที่มีวันหยุด หน่วยราชการก็ไม่สามารถหยุดได้เพราะต้องทำหน้าที่ดูแลความทุกข์ยากของประชาชนและเป็นหน้าที่ของทุกคน  ซึ่งหวังว่าความทุ่มเทเสียสละของทุกคนที่มีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ต่อความสุขของคนไทย จะส่งผลที่จะกลับมาให้พวกเราทุกคนมีแต่ความสุข  รวมถึงส่งผลถึงพลังความมุ่งมั่นของทุกคนที่จะต่อยอดเป็นพลังในการทำงานต่อไปในปี 2556

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ขอให้ปี 2556 เป็นปีที่เราทุกคนมีแต่ความสุข มีรอยยิ้ม โดยขอให้ทุกหน่วยงานทั่วประเทศน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2555 มาร่วมกันทำให้คนไทยอยู่กันด้วยความรัก ความเมตตาธรรม คิดร่วมกันในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย ก้าวสู่ความมั่นคงได้  และหวังว่าทุกคนจะน้อมนำพระราชดำรัสมาเป็นหลักในการทำงานในหน้าที่ของตนเองอย่างซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ของเราให้เต็มที่  เพราะคือสิ่งที่จะทำให้เกิดความสุขความเจริญกลับมายังทุกคน รวมทั้งครอบครัว และส่งผลถึงความเจริญรุ่งเรืองของหน้าที่การงานและสร้างความภูมิใจให้ประเทศ ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีขอขอบคุณทุกคนที่จะได้ร่วมทำงานขับเคลื่อนกันต่อไป  และหวังว่าพลังที่ได้รับมาใน 1 ปีกว่าที่ผ่านมา จะเป็นพลังต่อไปในปี 2556

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกคนเคารพนับถือ  และขอพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้คุ้มครองดลบันดาลให้ทุกคนมีแต่ความสุขความสำเร็จ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคง จะได้เป็นกำลังใจในการร่วมกันสร้างความเจริญให้กับประเทศต่อไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่

สรุปประเด็นการมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติราชการการประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ของนายกรัฐมนตรี มีดังนี้

1. การบูรณาการการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด

1.1 ขอให้ สศช. และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ร่วมกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศและยุทธศาสตร์ของอาเซียน โดยให้ สศช.กำหนดรูปแบบ ให้เป็นแบบเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ให้เกิดความเป็นเอกภาพ

1.2 ขอให้จังหวัดแปลงยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาระดับจังหวัด ในปี 2556-2557 สู่การดำเนินการระยะยาว ทั้งนี้จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มกราคม 2556

2. ข้อเสนอแนะของนายกรัฐมนตรีต่อการวิเคราะห์ศักยภาพและตำแหน่งจุดยืนทางยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดและจังหวัด

2.1 จังหวัดพิษณุโลก หากมีความประสงค์จะทำวิจัยด้านการเกษตรต้องทำในสินค้าทางการเกษตรที่เป็นจุดเด่นของจังหวัด และขอให้ดูรายงานการวิจัยด้านการเกษตรของหน่วยงานอื่น ๆ เทียบเคียง เช่น กรมการข้าว เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน

2.2 จังหวัดขอนแก่น การกำหนด positioning ของจังหวัดจะต้องกำหนดให้เหมาะสม คำนึงถึงจุดเด่นของจังหวัด เช่น เมืองผ้าไหม โดยยุทธศาสตร์ของจังหวัดควรเอื้อประโยชน์ต่อจังหวัดข้างเคียง

2.3 จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้จังหวัดฉะเชิงเทรา นำข้อได้เปรียบเรื่องการมีระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งมีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างผ่านจังหวัด มากำหนดเป็นแผนงานโครงการของจังหวัดให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกัน เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และการเชื่อมโยงระบบการขนส่งสินค้าเข้ากับการขนส่งมวลชนโดยระบบรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งการลดความแออัดของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยองมายังจังหวัดฉะเชิงเทรา

2.4 จังหวัดภูเก็ต ขอให้จังหวัดภูเก็ตให้ความสำคัญกับปัญหาความแออัดพื้นที่ โดยขอให้พิจารณากำหนดยุทธศาสตร์ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งเอื้อกับจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้มีการกระจายการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดข้างเคียง และให้ความสำคัญกับกลุ่มนักท่องเที่ยว Hi Spending ซึ่งมีกำลังซื้อสูง

2.5 จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ขอให้จังหวัดกลับไปทบทวนแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับศักยภาพในการพัฒนาที่แท้จริงของจังหวัด

3. สินค้า OTOP (1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์)

ขอให้กระทรวงมหาดไทยและกรมการพัฒนาชุมชน พิจารณาดำเนินการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพสินค้า OTOP ให้เหมาะสมกับกลุ่มของสินค้า OTOP ทั้ง 4 กลุ่ม ตามแนวทางที่วางไว้ ให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นฐานสนับสนุนข้อมูลผู้ประกอบการ OTOP ให้หน่วยงานอื่นเพื่อพัฒนาต่อยอดต่อไป ในการนี้ให้กรมการพัฒนาชุมชนทำแบบสำรวจข้อมูลความต้องการของผู้ประกอบการถึงความต้องการในการพัฒนาสินค้า OTOP

4. การปลูกป่า และฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ โดยรองนายกรัฐมนตรี (นายปลอดประสพ สุรัสวดี)

ในการดำเนินการปลูกป่าตามโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินี ขอให้พิจารณาถึงปัญหาการรุกล้ำป่าสงวน เพื่อเสนอทางเลือกในการประกอบอาชีพแก่ประชาชน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะมีการใช้ดาวเทียมในการสำรวจเขตพื้นที่

 

-------------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิมลมาส รัตนมณี รายงาน

ฐานันดร์ นาคยุติ ถ่ายภาพ

(ข้อมูลสรุปจากสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย)