www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมการดำเนินการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดเชียงใหม่

นายกรัฐมนตรีและคณะ ตรวจเยี่ยมการดำเนินการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ แนะให้วางแผนธุรกิจล่วงหน้าก่อนพระราชกฤษฎีกาพิงนครประกาศใช้

วันนี้ (26 ธ.ค.55) เวลา 16.20 น. ณ  ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ถ.คันคลองชลประทาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหารือข้อราชการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมด้วย  ซึ่งมีนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหารจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับพร้อมนำเยี่ยมชมส่วนต่าง ๆ ภายในศูนย์ประชุมฯ

ภายหลังการประชุม ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการดำเนินการของสถาบันพัฒนาพิงคนคร ในระหว่างที่ร่างพระราชกฤษฎีกาสำนักงานพัฒนาพิงคนครกำลังอยู่ในระหว่างการทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธย  ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่า การก่อตั้งสถาบันพิงคนครขึ้นนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งโดยปกติแล้วในภูมิภาคนี้มีรายได้หลักส่วนหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว แต่ช่วงระยะเวลาในการสร้างรายได้นั้นยังมีระยะเวลาสั้นแค่ 4 เดือนในช่วงไฮซีซัน จึงอยากที่จะให้สถาบันพัฒนาพิงคนครซึ่งควบรวมเอาศูนย์ประชุมฯ และเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมาอยู่ในการบริหาร รวมทั้งมีการสร้างความร่วมมือกับอุทยานหลวงราชพฤกษ์ สามารถช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคได้ตลอดทั้งปี

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า หากในอนาคตสำนักงานพัฒนาพิงคนครจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมใด ๆ ก็ตามขึ้นอีกนั้น ทางรัฐบาลไม่ขัดข้องและยินดีให้การสนับสนุน  แต่ต้องการให้ทางสำนักงานสามารถหารายได้เลี้ยงองค์กรได้อย่างเพียงพอในระยะยาวด้วย รวมทั้งการดำเนินงานจะต้องมีส่วนช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและท้องถิ่น  ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังได้เสนอแนะให้ทางสำนักงานพัฒนาพิงคนครพิจารณาถึงการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคเอกชน ในการวางแผนการดำเนินงานและสร้างรายได้ด้วย

ขณะที่ในส่วนของแผนการบริหารจัดการสำนักงานในระยะเริ่มต้นนั้น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หลังจากที่พระราชกฤษฎีกาประกาศใช้แล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมการชั่วคราวเข้ามาดูแล โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะรับผิดชอบในการรับโอนหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาสังกัดสำนักงานพัฒนาพิงคนคร รวมถึงการกำหนดข้อบังคับต่างๆ สำหรับทำการคัดเลือกคณะกรรมการถาวรชุดแรกเข้ามาทำหน้าที่บริหารสำนักงาน ซึ่งในการนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไว้ว่า คณะกรรมการชั่วคราวควรจะมีการจัดทำแผนทางด้านธุรกิจควบคู่กันไปในช่วงดังกล่าวด้วย  โดยเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและภาคเอกชนในพื้นที่ร่วมกันหาแนวทาง ในการวางแผนเพื่อสร้างรายได้ให้กับศูนย์ประชุมฯ และหน่วยงานอื่น ๆ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้คาดการณ์ว่า จะสามารถจัดการประชุมครั้งแรกที่ศูนย์ประชุมฯ ได้ในเดือน พฤษภาคมปี 2556 รวมทั้งจะสามารถผลักดันให้มีการจัดงานประชุมภายในศูนย์ประชุมฯ ได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556  ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกคงจะให้ความสำคัญในเรื่องของการเตรียมการต่าง ๆ ก่อน นอกจากนี้ยังได้เสนอให้สร้างความเชื่อมโยงระหว่างศูนย์ประชุมฯ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และอุทยานหลวงราชพฤกษ์ในด้านการทำการตลาดด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนะให้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีพิจารณาถึงการเพิ่มกิจกรรมในช่วงเวลาอื่น ๆ นอกเหนือจากเวลาเดิมที่มีการจัดกิจกรรมอยู่ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับสำนักงานพัฒนาพิงคนคร

พร้อมกันนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า จากการตรวจเยี่ยมจุดต่าง ๆ ภายในศูนย์ประชุมฯ นั้นนายกรัฐมนตรีมีความพอใจกับผลการดำเนินงานก่อสร้าง พร้อมทั้งยังได้แนะนำฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้พยายามจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ภายในศูนย์ประชุมฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของศูนย์แสดงสินค้าเอสเอ็มอี  เพื่อให้ศูนย์ประชุมฯ มีส่วนช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ (Chiang Mai Thailand, The International Convention and Exhibition Centre Commemorating His Majesty’s 7th Cycle Birthday Anniversary หรือ CMICE) ชูจุดศูนย์กลางสำคัญอุตสาหกรรมเมืองแห่งไมซ์ (MICE City Centre) รองรับตลาดหลักในประเทศ ตั้งเป้าดึงงานจากสมาคมและสมาพันธ์ต่างประเทศสู่เชียงใหม่ สนองนโยบายรัฐดันไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคเอเชีย ในปี 2559 และเพิ่มศักยภาพให้เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองแห่งไมซ์ของประเทศหรือ MICE City โดยจังหวัดเชียงใหม่มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพในการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมธุรกิจไมซ์ของประเทศสู่ระดับนานาชาติ รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผ่าน 4 อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ได้แก่ Meeting ธุรกิจการจัดประชุม Incentive ธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล Convention ธุรกิจการจัดประชุมนานาชาติ และ Exhibition ธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้า/นิทรรศการ

สำหรับจุดเด่นของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา เป็นศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าที่มีขนาดใหญ่ มีความสามารถในการรองรับงานในระดับนานาชาติและระดับชาติ ได้พร้อมกันมากถึง 10,000 คน มีขนาดพื้นที่ทั้งหมด 326 ไร่ หรือพื้นที่รวม 521,600 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่จัดงานภายในอาคารกว่า 60,000 ตารางเมตร พื้นที่จัดงานภายนอกอาคารกว่า 7,443 ตารางเมตร และที่เหลือเป็นพื้นที่ใช้สอยสาธารณะอีกกว่า 365,000 ตารางเมตร และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานระดับสากล ทั้งระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ศูนย์บริการทางธุรกิจ ภัตตาคารและศูนย์อาหารภายในอาคารและภายนอกอาคาร ห้องรับรองบุคคลสำคัญ ห้องละหมาด ห้องดูแลเด็ก และห้องปฐมพยาบาล รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของที่ระลึก ไปรษณีย์ เอทีเอ็ม  ถือได้ว่าเป็นศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาค ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และศูนย์ประชุมฯ สามารถดัดแปลงเพื่อการจัดงานได้หลากหลาย เช่น การจัดงานทางวัฒนธรรม งานโชว์ งานคอนเสิร์ต ต่าง ๆ โดยเทคโนโลยี การก่อสร้างห้องจัดแสดง (ที่ไม่มีเสา) เช่นเดียวกับศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี และศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  ด้านความคืบหน้าของ CMICE ในปัจจุบันการก่อสร้างดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังคงเหลือบางส่วนและระบบสาธารณูปโภคเพิ่มเติม ทั้งนี้ การเปิดบริการของศูนย์ฯ ดังกล่าวและนโยบายผลักดันเชียงใหม่เป็นนครแห่งไมซ์ จะส่งเสริมให้อุตสาหกรรมไมซ์ของเชียงใหม่เติบโตมากขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการศูนย์ประชุมฯ แล้ว นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เยี่ยมชมส่วนต่าง ๆ ภายในศูนย์ประชุม  ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะ จะออกเดินทางไปสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมงานเลี้ยงแบบขันโตก

----------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิมลมาส รัตนมณี รายงาน

ฐานันดร์ นาคยุติ ถ่ายภาพ