วันนี้ (21 ต.ค.55) เวลา 10.30 น. ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ประกอบด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลในการนำเสนอพระธาตุสู่มรดกโลก ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร โดยมีนางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ผู้บริหาร ข้าราชการ และประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับ
เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้กราบนมัสการพระเทพวินยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จากนั้น นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวรายงานการดำเนินงานของรัฐบาลในการนำเสนอพระธาตุสู่มรดกโลก ว่า การขึ้นทะเบียนมรดกโลก คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้มีการคัดเลือกและมีการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2515 เพื่ออนุรักษ์และเชิดชูคุณค่าของแหล่งมรดกโลก ซึ่งมีทั้งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น และมนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น และเพื่อปกป้องรักษาให้ดำรงคงอยู่เป็นมรดกแห่งมวลมนุษยชาติต่อไป โดยประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ถึง 5 แห่งด้วยกัน เป็นทั้งแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม และแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ประกอบด้วย 1) อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้ชื่อ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร เมื่อปี พุทธศักราช 2534 2) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปีพุทธศักราช 2534 3) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง เมื่อปี พุทธศักราช 2534 4) แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เมื่อปีพุทธศักราช 2535 และ 5) อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อปีพุทธศักราช 2548 โดยในส่วนของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 ได้เสนอเพื่อบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น ต่อศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในนามประเทศไทยเพียงแห่งเดียว ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 ศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส ก็ได้นำชื่อวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ขึ้นบัญชีเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่อไป คณะทำงานจะได้วางแผนดำเนินการ โดยการจัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์ ทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2556 และจะได้ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารตามแบบที่กำหนด ซึ่งจังหวัดฯ ได้จัดทำแผนแม่บทการนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พ.ศ. 2556 – 2559 เพื่อจะได้จัดทำงบประมาณและใช้เป็นแนวทางในการจัดทำปฏิทินลำดับความสำคัญเร่งด่วนของการดำเนินการต่อไป
ภายหลังการรับฟังการรายงานดำเนินงานของรัฐบาลในการนำเสนอพระบรมธาตุสู่มรดกโลก นายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีลั่นฆ้อง 3 ครั้ง เพื่อรณรงค์สนับสนุนพระบรมธาตุสู่มรดกโลกในนามของรัฐบาลและชาวไทยทั้งประเทศ แล้วนายกรัฐมนตรีได้ร่วมทำพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุโดยการถือผ้าพระบทเพื่อนำไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทักทายประชาชนที่มาให้การต้อนรับว่า ถือเป็นฤกษ์ดีที่ได้มาร่วมกันทำพิธีสวดมนต์และร่วมกันรณรงค์ผลักดันพระบรมธาตุสู่มรดกโลก โดยนายกรัฐมนตรีต้องการเห็นความก้าวหน้าของพุทธศาสนาซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนคนไทย สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อมาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร โดยจะมีการพิจารณาโครงการเร่งด่วนรวมถึงโครงการระยะยาวต่าง ๆ เพื่อพิจารณาอนุมัติและดำเนินการต่อไป จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายประชาชนที่มาให้การต้อนรับอย่างใกล้ชิดด้วย
ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะออกเดินทางจากวัดมหาธาตุวรมหาวิหาร ไปร้านอาหารเขาพลายดำ รีสอร์ท อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยขบวนรถยนต์ เพื่อร่วมรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชน และผู้ประกอบการการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามโครงการ “นครศรี ดี๊ดี”
--------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ สักลอ รายงาน
ธวัชชัย คุ้มคลองโยง ถ่ายภาพ

