www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีประชุมเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติด้านอันดามันร่วมกับผู้ว่าฯ 5 จังหวัดกลุ่มอันดามัน

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติด้านอันดามันร่วมกับผู้ว่าฯ 5 จังหวัดกลุ่มอันดามัน สั่งการให้ซักซ้อมแผนตามขั้นตอนที่เตรียมไว้เพื่อความพร้อมในยามฉุกเฉิน-ให้ทุกหน่วยงานเข้าในพื้นที่เมื่อเกิดเหตุการณ์  พร้อมย้ำให้ดูแลประชาชนเป็นความสำคัญลำดับแรก

 

วันนี้ (15 ก.ย.55) เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกระบี่  อ.เมือง จ.กระบี่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติด้านอันดามันร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดในกลุ่มอันดามัน ประกอบด้วยจังหวัด กระบี่ ภูเก็ต พังงา ตรัง ระนอง  และผู้บัญชาการทัพเรือภาค 3  โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้

การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติด้านอันดามัน แบ่งออกเป็นสองประเภท คือ  ภัยทางทะเล ได้แก่ คลื่นสึนามิ กับภัยทางบก ได้แก่ อุทกภัย น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม ดินสไลด์  โดยการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติของกลุ่มจังหวัดอันดามันได้นำหลัก 2P2R มาเป็นหลักในการทำงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่  ซึ่งประกอบด้วย 1. จัดทำแผนเผชิญเหตุและป้องกันภัยพิบัติ  2. ฝึกซ้อมและป้องกันบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง   และในระดับอำเภออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  แยกตามปัญหาความเสี่ยงภัย  3. ระบบแจ้งเตือนภัย  ที่ดำเนินการติดตั้งหอเตือนภัย ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด  และดำเนินการเชื่อมสัญญาณเสียงกับศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ  โดยมีการทดสอบเปิดสัญญาณเสียงเตือนภัยเป็นเสียงเพลงชาติในเวลา 08.00 น. ของทุกวันที่ 1 และวันที่ 15 ของเดือน  4. การเตือนภัยผ่านข้อความสั้นทางโทรศัพท์ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครและประชาชนในพื้นที่ เป็นระยะ ๆ เมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้น และอาจมีผลกระทบในพื้นที่  และเมื่อได้รับข้อมูลแจ้งเตือนภัยจากศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ  จะมีการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบวิทยุสื่อสาร  ผ่านเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัย  และผ่านมิสเตอร์เตือนภัยในทุกหมู่บ้านชุมชน

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดกลุ่มอันดามันต่างให้ความเชื่อมั่นว่า  ถ้าเกิดเหตุการณ์อุทกภัยขึ้นจะสามารถแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อพยพไปยังจุดที่ปลอดภัย  ช่วยลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน  เพราะมีระบบการแจ้งเตือนภัยและการอพยพที่มีประสิทธิภาพ  และมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดถึงสถานการณ์อุทกภัยระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันอยู่ตลอดเวลา  ขณะที่ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้รายงานถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อเกิดอุทกภัยว่า  มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดเสี่ยงอย่างเพียงพอต่อความช่วยเหลือและทำการฝึกซ้อมอพยพร่วมกับประชาชนเพื่อให้มีความตื่นตัว  มีการซักซ้อมความเข้าใจถึงการอพยพที่ปลอดภัย  ป้องกันการชุลมุนเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง  นอกจากนั้นยังได้ดำเนินการทางวิชาการ  กับมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติให้กับผู้นำระดับท้องถิ่นถึงสาเหตุและผลกระทบ  เพื่อสร้างความเข้าใจและนำไปขยายผลให้กับประชาชนในชุมชนต่อไป

โอกาสนี้  นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดอันดามันที่ได้นำนโยบายของรัฐบาลมาปฏิบัติงานอย่างบูรณาการร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. และกองทัพ  เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน   โดยขอให้มีการซักซ้อมตามขั้นตอนที่ได้มีการเตรียมไว้  เพื่อความพร้อมในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน  และขอให้ทุกหน่วยงานได้เข้าไปในพื้นที่เมื่อเกิดเหตุการณ์   โดยในลำดับแรกให้ดูแลประชาชนเป็นหลัก  รองลงมาคือทรัพย์สิน  ไปจนถึงขั้นตอนของการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ  พร้อมกับฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดูพื้นที่กลุ่มเสี่ยงทั้งหมด  ให้มีการกำหนดแผน จัดทำงบประมาณ  เพื่อนำมาใช้ในการเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีอุทกภัย  โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลัง ปรับหลักเกณฑ์ในการใช้เงินกรณีเกิดอุทกภัย  พร้อมกับต้องการให้มีการติดตั้ง CCTV เพื่อให้ประชาชนได้เฝ้าสังเกตและเฝ้าระวังด้วยตนเอง   และนายกรัฐมนตรียังได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดอันดามันในการอัพเดทข้อมูลทางน้ำขึ้นที่เว็บไซต์ www.waterforthai.com โดยขอให้อัพเดทข้อมูลภัยพิบัติต่าง ๆ ด้วย  เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและมีการเตรียมความพร้อมสามารถใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ  ขณะที่ในส่วนของกองทัพเรือ  นายกรัฐมนตรีกล่าวฝากให้ดูแลเรื่องการลักลอบขนสินค้าเถื่อน และให้ดูแลทรัพยากรที่มีคุณค่าทางทะเล  ให้อยู่คู่ธรรมชาติต่อไปอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งสำรวจที่ดินทำกินของประชาชนทั้งหมด  เพื่อนำมาวางระบบกำหนดขอบเขตแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน  ขณะที่ในเรื่องของการท่องเที่ยว  ขอให้กลุ่มจังหวัดอันดามันได้หาจุดเด่นของแต่ละจังหวัดอย่างเป็นระบบ  และใช้ความสามารถของกลุ่มจังหวัดเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวตลอดทั้งปี   รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว  ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำงานร่วมกับจังหวัด ท้องถิ่น  ให้มีการดูแลจัดระเบียบร้านค้าและดูแลปัญหามาเฟียธุรกิจต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความประทับใจว่าไม่ได้ถูกเอารัดเอาเปรียบ   รวมไปถึงให้มีการดูแลสถานบันเทิง เรื่องอบายมุขต่าง ๆ ให้ปลอดยาเสพติด ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าอยู่และเป็นที่ประทับใจของชาวต่างชาติ

นอกจากนี้  มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มอันดามันช่วยกันวางยุทธศาสตร์สินค้าเกษตร  โดยในอนาคตรัฐบาลจะมาจัดระบบสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดให้ดียิ่งขึ้น และในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีฝากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ  พร้อมกับมอบหมายให้โฆษกรัฐบาลแจ้งข้อเท็จจริงผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากศาลากลางจังหวัดกระบี่ ไปโรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา

ซึึ่งในเวลาประมาณ 18.30 น. ที่ห้องโภคีธรา แกรนด์บอลรูม โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา  นายกรัฐมนตรี จะร่วมงาน Dinner Talk ที่จังหวัดกระบี่ร่วมกับบริษัทในเครือมติชน และโรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา จัดสัมมนาขึ้น ภายใต้หัวข้อเรื่อง “มหัศจรรย์เมืองกระบี่ มรกตงามอันดามัน” โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “นโยบายด้านการท่องเที่ยว (ชายฝั่ง ทะเลอันดามัน)” เมื่อจบการกล่าวปาฐกถาพิเศษแล้ว นายกรัฐมนตรีและคณะ จะออกเดินทางจากโรงแรมฯ  ไปท่าอากาศยานกระบี่ โดยขบวนรถยนต์  เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยเครื่องบินของกองทัพบก  และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมืองในเวลาประมาณ 21.50 น.

 

----------------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

นราวุธ สักลอ / รายงาน

ณัฐวุฒิ ศรีสว่าง / ถ่ายภาพ