วันนี้ (14 ก.ย.55) เวลา 15.50 น. ณ กองอำนวยการควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ศาลหลวงต้นไทย หมู่ที่ 11 ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง โดยมีนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนให้การต้อนรับ
เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึง ได้สักการะศาลต้นไทร (คลองพระราชดำริชะอวดแพรกเมือง) จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งว่า ป่าพรุควนเคร็ง มีเนื้อที่ประมาณ 480,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ 3 จังหวัด คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอหัวไทร และอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา และอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งเนื่องจากเกิดภัยแล้งทำให้ระดับน้ำในป่าพรุควนเคร็งแห้ง ลดระดับลงต่ำกว่าผิวหน้าดินของพรุ และการลักลอบเผาป่า เพื่อถือครองที่ดินทำการเกษตร รวมไปถึงการเผาป่าเพื่อหาของป่าทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงยากแก่การดับไฟโดยเฉพาะไฟใต้ดิน ซึ่งไฟป่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ป่าพรุเสื่อมโทรมเกิดดินเปรี้ยว น้ำเป็นกรด สัตว์ป่าถูกทำลายและสูญพันธุ์ มีผลกระทบต่อวิถีชุมชน
สำหรับสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุปี 2555 เกิดไฟป่า จำนวน 129 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 12,179 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้ 1. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จำนวน 66 ครั้ง เนื้อที่ 7,336 ไร่ 2. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ จำนวน 36 ครั้ง เนื้อที่ 3,459 ไร่ 3. ป่าสงวนแห่งชาติ (นอกเขตห้ามล่าสัตว์ป่า) จำนวน 25 ครั้ง เนื้อที่ 1,347 ไร่ และ 4. เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อทำการเกษตร จำนวน 2 ครั้ง เนื้อที่ 37 ไร่ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ กองทัพภาคที่ 4 และประชาชนได้มีการสนธิกำลังเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่าพร้อมทั้งดำเนินมาตรการควบคุมและดับไฟป่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 เป็นต้นมา และคงกำลังอัตรากำลังเจ้าหน้าที่เพื่อลาดตระเวน เฝ้าระวังป้องกันการบุกรุกและการจุดไฟเผาป่าไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 ส่งผลให้การจุดไฟเผาป่าลดลง ทำให้สถานการณ์ไฟป่าเริ่มดีขึ้นตามลำดับ
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าพรุควนเคร็งได้แบ่งการดำเนินออกเป็น 3 โครงการ ดังนี้ 1. โครงการจัดทำแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์ให้ชัดเจน โดยการจัดทำแนวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ ดำเนินการขุดคูและทำคันดินรอบแนวเขต ขนาดความกว้าง 4 เมตร ลึก 2 เมตร และท้องร่องกว้าง 2 เมตร เพื่อเป็นแนวเขตป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าพรุ และใช้เป็นทางตรวจการณ์ ทำคันกั้นรักษาระดับในป่าพรุ เป็นแหล่งน้ำสำหรับดับไฟป่าและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุรักษ์และป้องกันป่าพรุ ดำเนินการจัดตั้งหน่วยพิทักษ์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ ซึ่งปัจจุบันยังขาดแคลนหน่วยพิทักษ์ ที่ถือว่ามีความจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ในการตรวจลาดตระเวนในการบุกรุกพื้นที่ล่าสัตว์ป่า และประชาสัมพันธ์ประสานงานกับชุมชนในพื้นที่โดยการจัดตั้งสถานีควบคุมไฟป่าบริเวณศาลต้นไทร ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อเพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์และควบคุมไฟป่าได้ทันท่วงที จัดสร้างหอดูไฟที่มีความจำเป็นในการเฝ้าระวังไฟป่าในฤดูแล้ง เมื่อเกิดไฟป่าจะทำให้ทราบตำแหน่งของไฟป่า สามารถแจ้งให้หน่วยงานดับไฟเข้าดับไฟได้ทันเวลา ลดความเสียหายกับป่าพรุได้ทันเวลา จัดหาอุปกรณ์ไฟป่าที่จำเป็น ได้แก่ เครื่องสูบน้ำและสายส่งน้ำให้เพียงพอ เนื่องจากในพื้นที่ป่าพรุยานพาหนะไม่สามารถเข้าถึง ในกรณีเกิดไฟกลางป่าจะต้องใช้สายส่งน้ำที่มีความยาวเพียงพอ และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่ตอนกลางของป่าพรุที่ขาดแหล่งน้ำ สามารถใช้เป็นแนวกันไฟและเป็นแหล่งน้ำสำหรับดับไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง และ 3. โครงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าพรุ ในพื้นที่ป่าพรุที่ถูกบุกรุกและถูกไฟไหม้ยากที่จะฟื้นฟูเองตามธรรมชาติ มีความจำเป็นจะต้องเร่งฟื้นฟูโดยการนำชนิดพันธุ์ไม้ดั้งเดิมในป่าพรุมาปลูกฟื้นฟูระบบนิเวศ และเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับป่าพรุและความอุดมสมบูรณ์ในระยะยาว
ภายหลังการรับฟังบรรยายสรุป นายกรัฐมนตรีได้กล่าวพบปะกลุ่มพลังมวลชนที่มาให้การต้อนรับ ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมา โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่มาให้การต้อนรับ สำหรับการเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อมาเยี่ยมเยียนประชาชน พร้อมกับมามอบนโยบายในการแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันทำงานอย่างเข้มแข็ง ควบคุมไฟป่าอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งอย่างยั่งยืน จึงมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ร่วมกันหามาตรการดูแลพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง โดยให้กำหนดเขต จัดทำแผนที่ ป้องกันการบุกรุกพื้นที่และลักลอบเผาป่าพรุควนเคร็งต่อไป
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับตัวแทนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะรับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มตัวแทนชาวบ้านที่มายื่นคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล และกลุ่มตัวแทนชาวบ้านที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินพบปะทักทายกับประชาชนที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
แล้วนายกรัฐมนตรีและคณะได้ออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ จากกองอำนวยการควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง อำเภอเชียรใหญ่ ไปปฏิบัติภารกิจต่อไปที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
---------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ สักลอ / รายงาน
ณัฐวุฒิ ศรีสว่าง / ถ่ายภาพ

