www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการทดสอบประสิทธิภาพกำแพงป้องกันน้ำถาวรของบริษัท นวนครฯ

นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการทดสอบประสิทธิภาพกำแพงป้องกันน้ำถาวรของบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน)  เพื่อสร้างความมั่นใจถึงประสิทธิภาพของกำแพงป้องกันน้ำถาวรว่ามีสมรรถนะที่จะป้องกันอุทกภัยได้จริง

 

วันนี้ (10ส.ค.55) เวลา 15.00 น. ณ บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน)  อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและชมการทดสอบประสิทธิภาพกำแพงป้องกันน้ำถาวรของบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) โดยมี พลเอก อัครเดช ศศิประภา ประธานกรรมการ บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) และบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

 

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพกำแพงป้องกันน้ำถาวรของบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายที่ชัดเจนและมีการดำเนินการให้ความช่วยเหลือนิคมอุตสาหกรรมและเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับภัยพิบัติจากอุทกภัยเมื่อปลายปี พ.ศ.2554 ทั้งด้านการเงินและการจัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐให้คำแนะนำ รวมทั้งการประสานงานแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดจนทำให้ความเดือดร้อนที่นิคมอุตสาหกรรมและเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งได้รับภัยพิบัติจากอุทกภัยคลี่คลายอย่างรวดเร็ว ดังนั้นบริษัท นวนครฯ จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการดังกล่าวโดยรอบพื้นที่รวมความยาวทั้งสิ้น 20.6 กิโลเมตร ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2555 เพื่อสร้างความมั่นใจถึงประสิทธิภาพของกำแพงป้องกันน้ำถาวรว่ามีสมรรถนะที่จะป้องกันอุทกภัยได้จริง รวมทั้งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประกอบการในประเทศไทยซึ่งที่ผ่านมาประสบความเสียหายจำนวนมากจากเหตุการณ์อุทกภัยดังกล่าว ซึ่งการทดสอบครั้งนี้ ได้สร้างสระน้ำขนาดพื้นที่ 1.1 ไร่ (กว้าง 30 เมตร ยาว 60 เมตร) บรรจุน้ำได้ 4,580 ลูกบาศก์เมตร โดยได้ปล่อยน้ำเข้าเต็มสระมีความสูง 5.2 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

 

ทั้งนี้จากการดำเนินการที่ผ่านมาทั้งในด้านการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค และระบบส่งกำลังบำรุงต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาพปกติและให้มีมาตรฐานดีขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งมาตรการการป้องกันอุทกภัยด้วยการสร้างกำแพงป้องกันน้ำถาวร ของบริษัท นวนครฯ นั้น ส่งผลให้มีผู้ประกอบการได้เกิดความเชื่อมั่นต่อมาตรการต่าง ๆ เป็นอย่างดี เห็นได้จากมีผู้ประกอบการเดิมในพื้นที่ขอขยายโรงงาน 7 โรงงาน และมีผู้ประกอบการใหม่มาขอซื้อที่ดินและสร้างโรงงาน 4 โรงงาน และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีก

 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความมั่นใจภายหลังรับฟังรายงานและร่วมชมการทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำของกำแพงป้องกันน้ำถาวรในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนครในวันนี้ พร้อมกล่าวว่า จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่ ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจและทรัพย์สินบ้านเรือนของประชาชน ตลอดจนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนภายในประเทศเป็นอันมาก แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ รวมทั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ทำให้เราสามารถลดความเสียหายและผ่านพ้นอุปสรรคนี้มาได้ ซึ่งในนามของรัฐบาลต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ เหล่านี้แม้อาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้มากนัก แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมในการป้องกันอุทกภัยในปีนี้ รวมทั้งกำแพงป้องกันน้ำถาวรในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรม ในการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ ผู้บริหาร พนักงาน  ที่อยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนครแห่งนี้ รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ด้วย

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการดำเนินการป้องกันปัญหาอุทกภัยของรัฐบาลในขณะนี้ที่ได้มีการบูรณาการทุกภาคส่วนในการเตรียมพร้อมการป้องกันและรับมือกับอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และน้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทยให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ว่า รัฐบาลได้มีการดำเนินการป้องกันเริ่มตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ โดยเน้นการเพิ่มความสามารถในการดูดซับน้ำและชะลอน้ำ โดยการสร้างฝายชะลอน้ำถาวรและกึ่งถาวร ประมาณ 2,800 แห่ง คาดแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2555 รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ที่ลาดชัด เพื่อช่วยในการชะลอน้ำด้วย ส่วนพื้นที่กลางน้ำ รัฐบาลได้มีการดำเนินการในเรื่องของวิธีการกักเก็บน้ำไว้ การระบายน้ำในเขื่อน และให้มีพื้นที่รองรับน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำไหลทะลักมาเร็วเกินไป ทั้งการขุดลอกคูคลอง  พื้นที่แก้มลิง  เพื่อให้สามารถรองรับน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้การดำเนินการดังกล่าวมีความคืบหน้าไปโดยลำดับ

 

ขณะที่พื้นที่ปลายน้ำ ที่ถือได้ว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆนั้น จะเน้นการระบายน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด และปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำทางแม่น้ำสายหลัก และให้มีการยกระดับถนนเป็นชั้นๆ เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 3 ชั้นด้วยกัน ได้แก่ ชั้นนอก ฝั่งตะวันออกได้ดำเนินการปรับปรุงยกระดับถนนตั้งแต่เขื่อนพระรามหก (แม่น้ำป่าสัก) มาตามแนวคลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลอง 13 และคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต สำหรับฝั่งตะวันตก ปรับปรุงคันกั้นน้ำและยกระดับถนนริมคลองพระยาบันลือ แม่น้ำท่าจีน  ในส่วนของชั้นกลาง ฝั่งตะวันออกได้ดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงถนนเลียบคลองระพีพัฒน์แยกตก และชั้นใน ฝั่งตะวันออก มี 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 การเสริมแนวป้องกันฝั่งตะวันออกชั้นในเป็นคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ ส่วนที่ 2 สร้างคันกั้นน้ำจากปากคลอง ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ถึงคลอง 7 และเลี้ยวมาตามแนวถนนนิมิตใหม่ บรรจบกับคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริลงไปถึงถนนกิ่งแก้ว ฝั่งตะวันตก ตรวจสอบและซ่อมแซมถนนริมคลองพระพิมล ทางรถไฟริมคลองมหาสวัสดิ์  ซึ่งการยกระดับถนนดังกล่าว จะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและพื้นที่นวนครได้ ประกอบกับกำแพงป้องกันน้ำถาวรที่ได้สร้างขึ้นนี้ก็จะเป็นสิ่งที่กระชับความมั่นใจให้แก่นักลงทุน ผู้ประกอบการและชาวบ้านในพื้นที่นวนครแห่งนี้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้

 

อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมขังในปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลจะได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยผลักดันน้ำให้การระบายน้ำไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันได้มีการเสริมการเฝ้าระวังติดตามการป้องกันน้ำท่วมตามจุดต่าง ๆ ทั้งประตูระบายน้ำและเขื่อน โดยการติดตั้งโทรมาตรวัดระดับน้ำอัตโนมัติ รวมถึงการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อจะได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและป้องกันได้อย่างทันท่วงที และมีการเชื่อมโยงจุดการเตือนภัยมายังนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วย  ตลอดจนได้มีการตั้งคณะกรรมการในการระบายน้ำและติดตามการเคลื่อนไหวของน้ำในทุกส่วนอีกทางหนึ่ง เพื่อให้การทำงานมีความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้วยพลังความสามัคคีที่ทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการฝ่าฟันวิกฤตในปีที่ผ่านมานั้น เชื่อว่าปีนี้เราจะสามารถผ่านพ้นจากสถานการณ์ต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี และร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในการลงทุนภาคอุตสาหกรรมนี้ต่อไป ทั้งในส่วนของนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศอันจะนำมาซึ่งการขยายตัวและเติบโตของระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

 

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารของเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนครทุกคน ที่ได้ร่วมกันสนับสนุนการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการต่อการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย จนส่งผลให้มีการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น และรัฐบาลยืนยันพร้อมให้การสนับสนุนและดูแลป้องกันเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่

 

 

 

-------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

 

วิไลวรรณ/รายงาน

 

ธวัชชัย/ถ่ายภาพ