วันนี้ (8 ส.ค.55) เวลา 08.30 น. ณ พื้นที่ศูนย์ฝึกอาชีพนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 บ้านหนองผึ้ง หมู่ที่ 7 ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงาน ซึ่งมีนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหารภาครัฐ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น และประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับและเข้าร่วมงาน
เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางถึง ได้ชมการแสดงต้อนรับ ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จะกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เปิดกรวยถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา พร้อมกับผู้เข้าร่วมงาน
ต่อจากนั้น นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานพลเรือน ตำรวจ ทหาร องค์กรเอกชน มูลนิธิ องค์กรมหาชน องค์กรการกุศล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ดำเนินการ “โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนในทุกพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการปลูกป่าประชาอาสาน้อมเกล้าฯ ถวายในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 โดยเพื่อร่วมกันฟื้นฟูและเพิ่มที่ป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในท้องถิ่นและชุมชน และผืนป่าต่าง ๆ เพื่อเป็นการสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในด้านการฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการ รวม 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2555 – 2559 และรณรงค์ปลูกจิตสำนึก สร้างความตระหนักให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้มีส่วนร่วมในการดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยจิตอาสา โดยชุมชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าในทุกหนแห่ง สำหรับเป้าหมายของโครงการฯ มีเป้าหมายดำเนินการปลูกป่าประชาอาสาใน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมพื้นที่ปลูกไม่น้อยกว่า 4 ล้านไร่ คิดเป็นจำนวนกล้าไม้ที่ใช้ในการดำเนินการ รวม 800 ล้านกล้า เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 โดยถือเอาวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2555 เวลา 08.00 น. เป็นวันเปิดตัวโครงการฯ พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับพิธีเปิดตัวโครงการฯ 4 ภาคในวันนี้ ประกอบด้วยในภาคเหนือ จัดขึ้น 2 จุดคือที่ จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นในพื้นที่ศูนย์ฝึกอาชีพนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 บ้านหนองผึ้ง หมู่ที่ 7 ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง โดยมีข้าราชการ หน่วยงานพลเรือน ตำรวจ ทหาร องค์กรภาคประชาชน ภาคเอกชน องค์กรมหาชน องค์กรการกุศล มูลนิธิ และพี่น้องประชาชนทั้งคนเมืองและบนดอยมาร่วมในพิธีประมาณ 3,000 คน เพื่อร่วมกันปลูกป่าประชาอาสา จำนวน 16,000 กล้า ในเนื้อที่ 80 ไร่ สำหรับในภาคเหนือนอกจากที่นี่แล้ว ที่จังหวัดน่าน มีนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการเช่นเดียวกัน ที่ภาคใต้จัดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ที่ภาคกลาง จัดที่จังหวัดอุทัยธานี มีนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดที่จังหวัดนครราชสีมา มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวให้โอวาทแก่ประชาชนที่มาร่วมงานและกล่าวเปิดงานสรุปสาระสำคัญว่า มีความภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีอันเป็นมหามงคล คือ“โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินี” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ในวันนี้ โดยต้องขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันดำเนินโครงการที่เป็นจิตอาสาโดยแท้จริง ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ที่เชียงใหม่รวมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานในอีก 4 ภาค ซึ่งการที่ทุกคนได้มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้เป็นจิตอาสาที่จะรณรงค์ปลูกป่าตลอด 5 ปีในทุกภูมิภาค ถือเป็นภารกิจและกิจกรรมอันสำคัญที่แสดงถึงพลังความรักความสามัคคี พร้อมทั้งมีจิตสำนึกในการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ โดยในส่วนของรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ใน 3 แนวทาง ตั้งแต่เริ่มแรกคือการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการอย่างเคร่งครัดที่จะร่วมกับทุกภาคส่วน ในการควบคุม ป้องกันเรื่องการบุกรุกทำลายป่า โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร เขตอุทยานแห่งชาติ รวมถึงเขตรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าด้วย ซึ่งนอกจากการอนุรักษ์แล้วจะต้องทำโครงการฟื้นฟูสภาพป่าและปลูกป่าควบคู่กันไปด้วย เพื่อจะได้รณรงค์ให้มีการปลูกป่า รักษาต้นน้ำลำธาร เก็บพื้นที่ป่าให้เปลี่ยนเป็นพื้นที่ใช้สอยสำหรับชุมชน เพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์อย่างยั่งยืน การฟื้นฟูสภาพป่า ซึ่งจะต้องให้เกิดประโยชน์ทั้ง 3 อย่างตามแนวพระราชดำริ รวมทั้งการปลูกป่าที่เป็นป่าไม้เนื้อแข็งมีรากลึก เพื่อช่วยในการอนุรักษ์ดินและสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นผิว รวมถึงการผสมด้วยไม้เนื้ออ่อนที่โตเร็วเพื่อที่จะสามารถให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อมีการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ปลูกป่าแล้ว จะต้องมีการพัฒนาส่งเสริมเพื่อให้ให้ชุมชนกับป่าไม้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดยจะเน้นในเรื่องการบริหาร ส่งเสริมและฟื้นฟูให้ชุมชนมีส่วนร่วมและมีความเป็นเจ้าของที่จะดูแลรักษาผลประโยชน์ รักษาต้นไม้ให้เจริญงอกงามต่อไป รวมถึงร่วมกันสร้างความเข้าใจในประโยชน์ของป่าไม้เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างธรรมชาติกับทรัพยากรทั้งน้ำ ดิน ป่าไม้ เพื่อร่วมกันสร้างความสมดุลระหว่างธรรมชาติกับการดำรงชีวิตอยู่ให้มีความสุขในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้คือนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นโครงการในการปลูกป่าในวันนี้ถือเป็นโครงการที่สำคัญ เพราะนอกจากเราจะได้ร่วมกันเป็นประชาอาสาที่จะร่วมกันแสดงความจงรักภักดีเนื่องในวันพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา แล้ว โครงการปลูกป่าครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้มีความสมดุลอย่างยั่งยืน เพื่อที่จะรักษาพื้นที่ต้นน้ำลำธารโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความจำเป็นต่อประเทศ รวมถึงการเป็นแหล่งผลิตน้ำธรรมชาติในการดูดซับและป้องกันปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติทั้งอุทกภัย ดินโคลนถล่ม และปัญหาภัยแล้งด้วย
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การปลูกป่าในวันนี้จะเห็นพื้นที่ป่าไม้มีจำนวนลดน้อยลงทุกขณะ ทุกคนจึงต้องร่วมกันทำกิจกรรมให้เหมาะสม ดำรงรักษาป่าไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ เพิ่มความเขียวของป่าไม้ร่วมกัน จึงขอให้ทุกคนในที่นี้และที่อยู่ในแต่ละภูมิภาคได้ร่วมกันตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้ รวมถึงระบบนิเวศ และขอให้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องการปลูกป่าแบบไม่ปลูก ซึ่งหมายถึงการปล่อยให้ป่านั้นฟื้นตัวขึ้นมาเองโดยไม่ให้มีสิ่งใดรบกวน เพราะธรรมชาติจะจัดการกับตัวเอง และป่าก็จะเจริญเติบโตเป็นป่าที่สมบูรณ์ต่อไป รวมถึงแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการให้คนอยู่กับป่า ที่หมายความว่าเมื่อคนได้ใช้ประโยชน์จากป่า ป่าก็อยู่ได้ คนก็อยู่ได้ และแนวพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก็คือการปลูกป่า ปลูกคน ที่ทรงให้ความสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และการปลูกป่าเพื่อให้ใช้เป็นแนวทางในการทำงาน สร้างให้เกิดงาน เกิดรายได้ สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และรวมถึงการช่วยกันรับผิดชอบที่จะฟื้นฟูดูแลรักษาป่าไม้ให้เป็นความสมบูรณ์ของระบบนิเวศต่อไป ดังนั้น ขอให้ทุกหน่วยงานได้นำแนวพระราชดำรินี้ไปน้อมนำ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อทำให้ป่าไม้ของเราได้อยู่อย่างยั่งยืน เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีโอกาสเห็นความสดชื่นและชุ่มชื้นของป่าไม้ในการดูแลรักษาธรรมชาติและความสมดุล รวมถึงการทำให้ป่าไม้เป็นปัจจัยสำคัญ เป็นแหล่งพันธุ์ธัญญาหารที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าด้วย ซึ่งในที่สุดจะเกิดความสมดุลขึ้นและเกิดเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคนต่อไป
ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ลั่นฆ้องชัย 3 ครั้ง ก่อนมอบเกียรติบัตรให้กับ 6 หน่วยงาน มอบเมล็ดพันธุ์ให้กับผู้บังคับการกองบิน 41 เพื่อนำไปโปรยในพื้นที่ป่าต่าง ๆ พร้อมมอบกล้าไม้ให้แก่ 8 ตัวแทนชุมชนที่มาร่วมงาน แล้วนายกรัฐมนตรีได้ร่วมปลูกป่า และเยี่ยมชมนิทรรศการ
--------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ สักลอ / รายงาน
จักรกฤช พันธุ์หอ / ถ่ายภาพ

