www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ผลการประชุม กรอ. ภูมิภาค ครั้งที่ 6/25

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (กรอ.ภูมิภาค) ครั้งที่ 6/2555 เพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)

วันนี้ (29 ก.ค. 55) เวลา 17.00 น. ณ ห้องรัตนสุวรรณ โรงแรมทองธารินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (กรอ.ภูมิภาค) ครั้งที่ 6/2555 เพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

 

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ร่วมกันแถลงผลการประชุม ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้

 

 

 

ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) รวม 4 ด้าน 19 เรื่อง และประเด็นอื่นๆ อีก 5 เรื่อง รวม 24 เรื่อง รวมทั้งการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามมติ กรอ. ภูมิภาคครั้งที่ 1-5 สรุปได้ดังนี้

 

1. การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ประกอบด้วย 2 เรื่อง (เสนอโดย กกร.)

 

(1) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการศึกษาวิจัยโครงการ "นครราชสีมา : เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ ในอนุภาค" จำนวน 20 ล้านบาท

 

มติที่ประชุม เห็นชอบในหลักการ และมอบหมายกระทรวงมหาดไทย โดย

 

กรมโยธาธิการและผังเมือง รับข้อเสนอการศึกษาโครงการ "นครราชสีมา : เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในอนุภาค" ไปพิจารณาดำเนินการ โดยให้มีผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วมในคณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการ ฯ ด้วย

 

(2) ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลด้านนโยบายและงบประมาณเพื่อศึกษาความเป็นไปได้โครงการจัดตั้งเขตที่เศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรชายแดน ที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

 

มติที่ประชุม เห็นชอบในหลักการ และมอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรม โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

 

2. การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ประกอบด้วย 3 เรื่อง (เสนอโดย กกร.)

 

2.1 การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนน (10 เส้นทาง)

 

(1) ขอรับการสนับสนุนก่อสร้างขยายเส้นทางการจราจร ประกอบด้วย 10 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย (2 ช่วง) (2) การเร่งรัดโครงการสร้างเส้นทางถนนเลี่ยงเมือง จ.สุรินทร์ ระยะทาง 21.30 ก.ม. (3) โครงการขยายเส้นทางจราจรทางหลวงหมายเลข 205 (โนนไทย-หนองบัวโคก ระยะทาง 31 ก.ม. เป็น 4 ช่องจราจร (4) โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 201 ช่วง อ.สีคิ้ว- อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา-บ้านแปรง ต.หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ระยะทาง 52 ก.ม. เป็น 4 ช่องจราจร (5) การเร่งรัดโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 24 (อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ -อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี เป็น 4 ช่องจราจร ตลอดทั้งเส้น (6) โครงการขยายช่องทางจราจร ของ จ. สุรินทร์ จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร จานวน 3 เส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด และกับประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) (7) การขยายทางหลวงหมายเลข 226 (อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา-บ้านหนองกระทิง จ.บุรีรัมย์) ช่วง ก.ม. 22+100 ถึง ก.ม. 78+700 (8) โครงการก่อสร้าง วงแหวนรอบเมือง จ.นครราชสีมา ตอน 2 (ด้านเหนือ) (9) โครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมแบบ 4 ช่องจราจร โดยรถยนต์จาก อ.เสนางคนิคม ถึง อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ (ชายแดน สปป.ลาว) ระยะทาง 50 ก.ม. และ (10) โครงการปรับปรุงช่องการจราจร เส้นทางหมายเลข 2201 (บ้านนาเจริญ-บ้านละลม-บ้านแซร์ไปร์ อ.ภูสิงห์-ช่องสะงา จ.ศรีสะเกษ (เพื่อเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน)

 

มติที่ประชุม มอบหมายกระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักในการทำงานกับภาคเอกชน และให้จังหวัดหารือกับภาคเอกชนในพื้นที่เพื่อให้การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การขนส่งวัตถุดิบและเกษตร และการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวทางการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

 

2.2 การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมระบบราง

 

(1) โครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟรางคู่ จังหวัดนครราชสีมา - บุรีรัมย์ - สุรินทร์ - ศรีษะเกษ - อุบลราชธานี ให้แล้วเสร็จในปี 2562

 

มติที่ประชุม มอบหมายกระทรวงคมนาคม รับข้อเสนอของ กกร. ไปพิจารณาความเป็นไปได้ในการเร่งรัดแผนการพัฒนารถไฟทางคู่ของ รฟท.

 

2.3 การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางอากาศ

 

(1) โครงการยกระดับสนามบินอุบลราชธานี เป็นศูนย์กลางการบินอินโดจีน

 

มติที่ประชุม มอบหมายกระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้แล้ว

 

3. การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบด้วย 2 เรื่อง (เสนอโดย กกร.)

 

(1) ขอรับการสนับสนุนก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำโป่งขุนเพชร บริเวณบ้านแก่งกระจวนตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2557

 

มติที่ประชุม มอบหมายกระทรวงเกษตรฯ เร่งดำเนินการ และพิจารณานำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เพื่อนำเสนอคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) ต่อไป

 

(2) เร่งรัดการก่อสร้างโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน เขื่อนชีบน และเขื่อนยางนาดี จังหวัดชัยภูมิ ให้แล้วเสร็จ

 

มติที่ประชุม มอบหมายกระทรวงเกษตรฯ ประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อมและนำเสนอ

 

4. การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ (สทท.) ประกอบด้วย 3 เรื่อง

 

(1) ขอให้สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินโครงการ "นำช้างคืนถิ่น" และ "คชอาณาจักร"

 

มติที่ประชุม มอบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับไปดำเนินการ โดย

 

ให้คำนึงถึงการแก้ปัญหาให้เป็นระบบ โดยเน้นการดูแลช้างก่อนที่จะดำเนินการในเรื่องสถานที่แบบเบ็ดเสร็จในการดูแลช้าง รวมทั้งดูแลควาญช้าง บูรณาการทำงานร่วมกับมูลนิธิที่ดูแลช้าง เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

 

(2) ขอให้พัฒนาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในเขตอำเภอวังน้ำเขียวให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน

 

มติที่ประชุม มอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเน้นการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวได้ตลอดปี ทั้งนี้

 

(3) ขอให้ส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงอีสานใต้กับประเทศเพื่อนบ้าน

 

มติที่ประชุม มอบหมายกระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและภาคเอกชน นำไปพิจารณาร่วมกันในคณะทำงานด้านการเชื่อมโยงคมนาคมในภูมิภาค (Connectivity) เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญเส้นทางเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รับไปพิจารณารายละเอียดความเป็นไปได้ในการผ่อนปรนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายการนำนักท่องเที่ยวเข้าไทยและการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการนำเที่ยว

 

 

 

 

สำหรับเรื่องอื่นๆ ที่ภาคเอกชนเสนอเพิ่มเติม (เสนอโดย กกร. และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย) รวม 5 เรื่อง

 

 

 

 

1. ผลการประชุม 3rd Asian Business Summit (ABS)

 

มติที่ประชุม รับทราบตามที่ กกร. เสนอผลการประชุม 3rd Asian Business Summit (ABS) และมอบหมายกระทรวงการต่างประเทศรับไปพิจารณาตามความเหมาะสม รวมทั้งรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้ กกร. ทราบต่อไป

 

2. การส่งเสริมการค้าชายแดน โดยการยกระดับจุดผ่อนปรนเป็นด่านถาวร

 

มติที่ประชุม รับทราบตามที่ กกร. เสนอ และมอบหมายกระทรวงมหาดไทย รับไปพิจารณาจุดผ่อนปรนที่มีทั้งหมดในประเทศไทย โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นต้น และนำผลการดำเนินงานเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

 

3. โครงการปรับปรุงพื้นที่ด่านชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

 

มติที่ประชุม รับทราบตามที่ กกร. เสนอ และมอบหมายกระทรวงมหาดไทย โดยจังหวัดสุรินทร์ รับไปพิจารณาในรายละเอียดของข้อเสนอร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง เป็นต้น เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป

 

4. การเร่งรัดจัดตั้งสถาบันพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพารา

 

มติที่ประชุม รับทราบตามที่ กกร. เสนอ และมอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรม ประสานสำนักงบประมาณพิจารณาในรายละเอียดเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าว ทั้งนี้ การพิจารณาให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554

 

5. ข้อเสนอโครงการจัดตั้ง Northeastern Food Valley จังหวัดนครราชสีมา

 

มติที่ประชุม รับทราบตามที่ กกร. เสนอ และมอบหมาย สศช. จัดตั้งคณะทำงานโดยให้มีและกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับไปพิจารณาในรายละเอียดข้อเสนอโครงการฯ

 

6. โครงการให้ความรู้ด้านการเงินแก่ประชาชนในพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

 

มติที่ประชุม รับทราบและมอบหมาย นรม. และ รมว.การคลัง รับไปพิจารณาการสนับสนุนการดำเนินงานตามที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเสนอ

 

ทั้งนี้ ผลการประชุม กรอ. ภูมิภาค ครั้งที่ 6/2555 จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ค. 55)

 

 

...............................................

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

 

(ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)