วันนี้ (29 ก.ค.55) เวลา 15.40 น. ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางไปพบประชาชนและกลุ่มเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพเกษตรกรพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยมีนายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร และประชาชนให้การต้อนรับ
นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวสรุปสถานการณ์แก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกว่า ทุ่งกุลาร้องไห้ มีพื้นที่ 2.1 ล้านไร่ กว้าง 50 กิโลเมตร ยาว 150 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย ร้อยเอ็ด 46.8 % สุรินทร์ 27.3% ศรีสะเกษ 13.8% มหาสารคาม 9.2% ยโสธร 3.1% ซึ่งพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีลำน้ำหลักในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ประกอบด้วย ลำเสียวใหญ่ ลำเตา ลำพลับพลา ลำพังชู และลำเสียวน้อย
สำหรับปัญหาหลักที่ต้องการแก้ไขเร่งด่วน สืบเนื่องมาจากระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานี้ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม จึงต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1.ขุดลอกคลองและลำน้ำหลักในเขตทุ่งกุลาร้องไห้เพิ่มเติมอีกประมาณ 500 กิโลเมตร จากเดิมที่เคยขุดลอกไว้ตั้งแต่ปี 2524 ประมาณ 2,000 กิโลเมตร 2. ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประมาณ 60 แห่ง 3.ก่อสร้างถนนของทางหลวงชนบทที่เป็นถนนลูกรังและที่ชำรุดเสียหายอย่างหนักยาวประมาณ 250 กิโลเมตร และ 4.ผันลำน้ำชีและลำน้ำมูลเข้าสู่พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ทั้งนี้ โครงการเร่งด่วนดังข้างต้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ สามารถแก้ไขปัญหาภัย น้ำท่วมและการคมนาคม ช่วยส่งผลต่อการผลิตข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยสูงขึ้น
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวในโอกาสพบปะกลุ่มเกษตรกรที่มาเสนอปัญหาและมาให้การต้อนรับสรุปสาระสำคัญว่า วัตถุประสงค์ของการเดินทางมาลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อมาพัฒนาพื้นที่แหล่งน้ำและส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ในภาพรวมจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยจะแยกแผนบริหารจัดการน้ำฉุกเฉินขึ้นมาดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานร่วมกับคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ กนอ. และส่วนท้องถิ่น โดยดำเนินการแบบบูรณาการ ทั้งนี้ ขอฝากให้ส่วนท้องถิ่นช่วยกันวางแผนกำหนดพื้นที่ในการดำเนินการเรื่องน้ำเพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ย่อมมีความเข้าใจถึงภูมิศาสตร์ของพื้นที่ดี
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ว่า รัฐบาลได้มีการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงต่าง ๆ และในโอกาสต่อไปจะได้มีการประชุมหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะในเรื่อง Connectivity หรือการเชื่อมต่อ ที่จะเน้นการคมนาคมให้มีความสะดวกเชื่อมโยงกัน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าการเกษตรให้มีความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ซึ่งในเรื่องสินค้าเกษตรขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรเพื่อช่วยเหลือด้านราคาสินค้าเกษตรที่เป็นธรรมต่อประชาชน เพราะรัฐบาลมาจากประชาชน จึงยืนยันมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะกับประชาชน ก่อนออกเดินทางโดยขบวนรถยนต์ไปยังอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีณรงค์จางวาง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อวางพวงมาลาสักการะพระยาสุรินทรภักดีณรงค์จางวาง และกล่าวเปิดงาน "มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง" ก่อนเดินทางต่อไปยังโรงแรมทองธารินทร์ เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) และประชุมร่วมกับคณะผู้ว่าราชการจังหวัดอีสานตอนล่าง 8 จังหวัด
-----------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ สักลอ / รายงาน

