วันนี้ (29 ก.ค.55) เวลา 14.20 น. ณ โรงสีสหกรณ์เกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดตัวโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร และเปิดตัวสปอตโฆษณาโทรทัศน์โครงการบัตรสินเชื่อเกษตรชุด "ฉ่อยหน้านา" โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงาน ซึ่งมีคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้บริหาร ธ.ก.ส. ผู้บริหารภาคราชการ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น เกษตรกรและประชาชนให้การต้อนรับ
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวถึงวัตถุประสงค์โครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรว่า โครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร มีเป้าหมายในการจัดทำบัตรสินเชื่อเกษตรกรให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ จำนวน 2 ล้านบัตร และติดตั้งเครื่องรูดบัตร (EDC) จำนวน 3,000 เครื่อง โดยในเบื้องต้นจะจัดทำบัตรสินเชื่อเกษตรกรให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อให้เกษตรกรจัดหาปัจจัยการผลิตประเภทที่จำเป็น เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) อยู่ระหว่างขยายการจัดทำบัตรสินเชื่อเกษตรกรไปยังเกษตรกรผู้ปลูกพืชชนิดอื่นโดยกำหนดแผนการดำเนินงานตามโครงการไว้เป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ - 31 มีนาคม 2555 ได้ดำเนินการนำร่องในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี อุดรธานี และเชียงใหม่ โดยออกบัตรสินเชื่อเกษตรกรไปแล้วจำนวน 5,522 บัตร และติดตั้งเครื่องรูดบัตรหรือเครื่อง EDC จำนวน 15 เครื่อง ระยะที่ 2 ตั้งแต่ 1 เมษายน - 31 ธันวาคม 2555 มีแผนดำเนินการครอบคลุมทั่วประเทศ โดยจะออกบัตรสินเชื่อเกษตรกรจำนวน 2 ล้านใบ และติดตั้งเครื่องรูดบัตรหรือเครื่อง EDC จำนวน 3,000 เครื่อง และ ระยะที่ 3 ให้มีการพัฒนาระบบงานบัตรเพิ่มเติม เพื่อรองรับการจัดหาปัจจัยการผลิตประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงและการรับการสนับสนุนจากภาคเอกชน รวมถึงขยายการจัดทำบัตรสินเชื่อเกษตรกรไปยังเกษตรกรผู้ปลูกพืชชนิดอื่นและขยายการจัดหาปัจจัยการผลิตให้ครอบคลุมหลากหลายมากยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดตัวโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร และเปิดตัวสปอตโฆษณาโทรทัศน์โครงการบัตรสินเชื่อเกษตรชุด "ฉ่อยหน้านา" สรุปสาระสำคัญว่า จากการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนได้รับทราบปัญญาเรื่องของการเกษตร การขาดเงินทุน และแหล่งน้ำสำหรับใช้ในการเกษตร โดยได้นำความคิดเห็นที่ได้รับมาผลักดันเป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดี ส่งเสริมคุณภาพขีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน โดยจะพัฒนาแหล่งน้ำให้ประชาชนสามารถใช้แหล่งน้ำในการทำการเกษตร เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น สำหรับโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชน โดยโครงการดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรมีทุนในการซื้อปัจจัยการผลิต เข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดดอกเบี้ย สำหรับวงเงินสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตของเกษตรกร ธ.ก.ส.ได้กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 ของผลผลิต ส่วนที่เหลือเพื่อขาย ในส่วนของบัตรสินเชื่อการเกษตร ธ.ก.ส.จะกำหนดวงเงินตามความจำเป็นและความเหมาะสมของเกษตรกรแต่ละราย ซึ่งวงเงินที่เกษตรกรแต่ละรายจะได้รับไม่เกินจำนวน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 7 และเมื่อเกษตรกรได้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิพิเศษฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตร ค่าธรรมเนียมรายปี และปลอดดอกเบี้ย30 วันแรกเมื่อใช้บัตรแต่ละครั้ง
นายกรัฐมนตรีกล่าวหวังให้บัตรสินเชื่อการเกษตร เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อปัจจัยการผลิต ช่วยให้ประชาชนลดค่าใช้จ่าย และจะทำให้สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งขอขอบคุณร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมกับยืนยันว่าในการดำเนินการต่อไปรัฐบาลจะส่งเสริมให้ร้านค้าเข้าร่วมโครงการจำนวนมากขึ้น ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประทเศไทย พร้อมกับจะเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับร้านค้าและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการด้วย
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบ Mock up บัตรสินเชื่อเกษตรกรให้แก่ผู้แทนเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 1 ราย และมอบบัตรสินเชื่อเกษตรกรให้ตัวแทนเกษตรกรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 19 ราย ก่อนเยี่ยมชมการสาธิตการใช้บัตรสินเชื่อเกษตรกรซื้อปัจจัยการผลิตผ่านเครื่องรูดบัตร EDC พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงสีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด รับฟังการบรรยายสรุปโครงการ Value Chain ชมผลิตภันฑ์ (A-rice) ของสหกรณ์การเกษตร อีกทั้งนายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมร้านค้าธงฟ้าในมหกรรมสินค้าราคาถูก และตลาดนัดเครื่องจักรกลด้วย
ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะกับประชาชนที่มารอให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มคนพิการผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล อ.สุวรรณภูมิ และ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 50 กว่าคนได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีขอให้เพิ่มโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้กับกลุ่มคนพิการผู้ค้าสลากฯ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้าไปดูแลให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้พบกับคุณยายชาลี สิงห์จันทร์ อายุ 78 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 38 บ้านสำโรง หมู่ที่ 7 อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ที่เข้ามาหอมแก้มให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี พร้อมกับบอกนายกรัฐมนตรีว่าตนเองปวดขา ขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงอาการพร้อมกับมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือดูแลด้วย
จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางต่อไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อไปพบประชาชนและกลุ่มเกษตรกร พร้อมรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพเกษตรกรพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
-------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ สักลอ / รายงาน

