วันนี้ (17 มิ.ย.55) เวลา 14.45 น. ณ ห้องประชุมออคิด เอบี โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีโดยมี คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารภาคราชการ ผู้บริหารภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สมาคมภัตตาคารไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าการประชุม ภายหลังการประชุม นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมสรุปสาระสำคัญดังนี้
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดการประชุม โดยสรุปว่า การท่องเที่ยวถือเป็นจุดเริ่มต้นเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งเป็นหน้าตาของประเทศ สามารถนำรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก ถ้าประเทศไทยได้ดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี และมีการวางยุทธศาสตร์อย่างจริงจังจะทำให้การท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพ โดยนายกรัฐมนตรีอยากเห็นการบูรณาการร่วมกัน ของการท่องเที่ยวในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งในเชิงวัฒนธรรม สถานที่ที่ดีงาม เอกลักษณ์ของไทย การท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมทั้งทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย ซึ่งถ้ามีการผนึกกำลังกันของทุกฝ่ายก็เชื่อว่ายุทธศาสตร์การท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาทนี้จะสัมฤทธิ์ผล และทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมา ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว และพร้อมรวมพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อส่งเสริมให้การท่องเที่ยวมีความแข็งแรง มีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป 5.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 เมื่อเทียบกับปี 2554 สร้างรายได้ 258,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ออสเตรเลียและฝรั่งเศส มีจำนวนเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุด ซึ่งรวมทั้งปี 2555 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 21.6 ล้านคน ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำเสนอยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนรายได้สู่ 2 ล้านล้านบาท ใน 5 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ 1 สร้างความโดดเด่น แตกต่าง ให้กับประเทศไทย ยุทธศาสตร์ 2 เร่งส่งเสริมตลาดต่างประเทศ ยุทธศาสตร์ 3 กระตุ้นการเดินทางตลาดในประเทศ ยุทธศาสตร์ 4 สร้างกระแสการเดินทางผ่าน World Mega Event ยุทธศาสตร์ 5 กระตุ้นการเดินทางผ่านตลาด MICE โดยแบ่งเป็นโครงการของ ททท. 22 โครงการ งบประมาณ 5,680 ล้านบาท โครงการของ สสปน. รวม 4 โครงการ งบประมาณ 242 ล้านบาท
อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ Tourist Attractions รวม 7 กลยุทธ์ ในแนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิม คือ 1. สร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ ประทับใจ ไม่รู้ลืม อาทิ แผนงานโครงการสีสันสดใส เมืองไทยน่าเที่ยว (แต่งสีประเทศไทย) 2. สร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มจากภาพยนตร์ อาทิ แผนงานโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ 3. สร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ (Creative Mega project) อาทิ แผนงานโครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ 4. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ (Quality Destination) 5. สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ 6. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพ (Sport & Health Tourism) และ 7. พัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเดิม
ในเรื่องโลจิสติกส์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำเสนอแผนงาน โครงการ ระบบ Logistic ทางอากาศ อาทิ แผนงาน โครงการพัฒนาเครือข่ายเส้นทางการบินเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ระบบ Logistic ทางถนน อาทิ แผนงาน โครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ระบบ Logistic ทางเรือ อาทิ แผนงาน โครงการพัฒนาท่าเรือเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทางทะเล และระบบ Logistic อื่น ๆ ที่สนับสนุนการท่องเที่ยว คือแผนงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการตรวจคนเข้าเมือง ผู้แทนภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวได้นำเสนอปัญหาของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และนำเสนอข้อเสนอของภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในประเด็นต่าง ๆ รวม 8 ข้อเสนอ อาทิ พัฒนาเว็บไซต์ทางการท่องเที่ยวให้เป็น Single Web Single Message ในเรื่องแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรม การเดินทาง และผู้ประกอบการ โดยขอให้ ททท. เป็นเจ้าภาพหลัก การขอให้นายกรัฐมนตรีเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้านการท่องเที่ยวซึ่งภาคเอกชนเห็นว่ามีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างมาก ข้อเสนอกระตุ้นจิตสำนึกการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของคนไทย (Good Host) ให้เห็นความสำคัญของการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น เสนอให้มีการวิจัยปริมาณและความต้องการห้องพักในแต่ละแหล่งท่องเที่ยวหลัก เพื่อให้มีการกำกับดูแลปริมาณห้องพักให้เหมาะสมกับการเติบโตของนักท่องเที่ยว เสนอให้เร่งรัดการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของแต่ละคลัสเตอร์ เพื่อขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ โดยให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์กลางที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามระบบ จากนั้น สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ประจำประเทศไทย หรือ PATA ได้นำเสนอข้อเสนอที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย และกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวนำเสนอข้อมูลกรณีการแก้ไขปัญหาเจ็ทสกี และแท็กซี่ป้ายดำ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีความเห็นร่วมกันในเรื่องต่าง ๆ คือ ในเรื่องยุทธศาสตร์
1. ให้กำหนดยุทธศาสตร์ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
2. การทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ให้จัดทำ Segmentation เพื่อศึกษา Lifestyle และความต้องการของนักท่องเที่ยว : แยกนักท่องเที่ยว High, Medium, Low-end และเลือกว่าต้องการ Target segment ใด การพัฒนาสินค้า บริการ และ Package ให้สอดคล้องกับ ความต้องการแต่ละ Segment เช่น ยุโรปราคาต่อหัวสูง ต้องขาย Package ใด, Middle East ให้มีการสร้าง Database ของนักท่องเที่ยวเพื่อ ใช้ศึกษาพฤติกรรมและต่อยอดเป็น CRM
3. เรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข ความปลอดภัย การเอาเปรียบและหลอกลวงนักท่องเที่ยว
4. เสริมสร้างด้าน Logistic ของการท่องเที่ยว เช่น Capacity สนามบิน, Flight จาก Target Destination
5. การจัดเตรียม Facility ทางด้าน Services ให้พร้อม เช่น ตม.
6. ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและรักษาสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติและสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ : กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เลือก Quick win ขึ้นมาทำ
7. การทำ Communications ภายใต้ Branding ให้อยู่ภายใต้ Umbrella ของ Modern Thailand ทำเว็บไซต์ประเทศและเว็บไซต์การท่องเที่ยว Website search by lifestyle and quality รวมถึงการจัด World Event
8. การพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยว จัดอันดับ จัดดาวตาม Lifestyle เช่น กีฬา สุขภาพ ตามคุณภาพและราคา เชิญชวนผู้
ประกอบการเข้าสู่ระบบมาตรฐาน แรงงานด้านการท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์
9. มอบหมายภารกิจแต่ละหน่วยงานโดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ตั้งคณะทำงาน
โดยในเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายผู้รับผิดชอบ และหน่วยงานผู้รับผิดชอบดำเนินการไปดำเนินการ แล้วให้นำมารายงานความก้าวหน้าในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งกำหนดภายใน 2 สัปดาห์ (ไม่เกินวันที่ 2 กรกฎาคม 2555) โดยให้กำหนดแผนงานและระยะเวลาแล้วเสร็จ ดังนี้
1. เรื่องความปลอดภัย การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกรณีอุบัติเหตุ ศูนย์ช่วยเหลือ และการเอาเปรียบและหลอกลวงนักท่องเที่ยวมอบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี
2. การพัฒนาเส้นทาง Logistic เพื่อการท่องเที่ยว (ทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ)และศึกษาและจัดการ Capacity ของแต่ละสนามบิน มอบกระทรวงคมนาคม
3. การวิเคราะห์ Object และ Target Segmentation และ Marketing plan ใช้เทคโนโลยีของ ICT เพื่อทำ Cost Sellingมอบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ททท.
4. Wifi ในสถานที่ท่องเที่ยว มอบกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5. การหาสถานที่เที่ยวใหม่ โดยวางคอนเซปต์ของแต่ละพื้นที่ เทศกาลต่าง ๆ หาของดีในจังหวัด ให้รวมถึงเชิงวัฒนธรรมและอื่น ๆมอบ ททท. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรมกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์
6. โรงแรม ให้มีการ Match demand and supply ของแต่ละ Segment ต้องดูเรื่องใบขออนุญาตและตรวจสอบให้เข้มข้นในส่วน Service Apartment ที่ไม่ควรให้บริการเป็น Hotel มอบกระทรวงมหาดไทย
7. ให้ใช้มาตรฐานเป็นตัว Screen ผู้ประกอบการ เริ่มจากโรงแรม มอบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสมาคมโรงแรม สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
8. การสื่อสารต้องหา Key message ที่เหมาะกับแต่ละ Target Segment เช่น Middle East โปรโมท Medical Hub สื่อสารการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เช่น Smile of Thai people มอบ ททท.
9. ความรวดเร็วของตม. แก้กฎหมาย ยกเลิกการกรอก ตม.6 มอบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี
10. ค่าธรรมเนียม Single Visa ของ Top five tourist country และ Multiple Visa ของประเทศอื่น, Visa on Arrival มอบกระทรวงการต่างประเทศ ตม. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
11. Review ความพร้อมทางด้านจำนวนและคุณภาพของแรงงานด้านการท่องเที่ยว มอบกระทรวงแรงงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงศึกษาธิการ
12. International Marketing ผ่านสื่อของกระทรวงพาณิชย์ เช่น ร้านอาหาร Thai Select มอบ กระทรวงพาณิชย์
-----------------------------------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิมลมาส รัตนมณี / รายงาน

