วันนี้ (17 มิ.ย 55 ) เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ รับฟังรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการ ในภาพรวมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 และรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานกรณีไฟไหม้บริษัท บีเอสที อีลาสโตเมอร์ จำกัด เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 โดยมีนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรายงานความคืบหน้า
ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในภาพรวมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 ว่า การช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ไดรับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้บริษัท บีเอสที อีสาสโตเมอร์ จำกัด กรณีผู้เสียชีวิตจำนวน 11 รายว่า ได้รับเงินชดเชยจากภาครัฐ และภาคเอกชน ดังนี้ 1.ประกันสังคมจังหวัดมอบเงินค่าทดแทน รายละ 30,000 บาท มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง มอบเงินค่าทดแทน รายละ 10,000 บาท การนิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมมอบเงินช่วยเหลือรายละ 20,000 บาท และทางจังหวัดได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546
สำหรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีตามแผนเร่งด่วน ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์ประมวลข้อมูลข่าวสารในการบัญชาการ การเชื่อมข้อมูลจากศูนย์อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยไปยังศูนย์ข้อมูลของสำนักนายกรัฐมนตรี การจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงและป้องกันภัย จัดตั้งคณะกรรมการตรวจพื้นที่เกิดเหตุเพื่อยืนยันว่าไม่มีสารพิษตกค้าง และการให้บริการตรวจสุขภาพประชาชนผ่านหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ใน 10 ชุมชน ที่ได้รับผลกระทบ ทางจังหวัดร่วมกับไตรภาคีภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชนดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีตามแผนระยะยาว เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ป้องกันภัยพิบัติเชื่อมกับผู้นำชุมชน ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับชุมชน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดทำแผนฉุกเฉินเพิ่มเติม เสร็จแล้วจำนวน 16 ชุมชน โดยจะดำเนินการจัดทำให้ครอบคลุมพื้นที่มาบตาพุดจำนวน 33 ชุมชนภายในเดือนธันวาคมนี้ และข้อสั่งการที่ให้นิคมอุตสาหกรรมฯ สอบทานแผนความเสี่ยง โดยให้มีการซ่อมแซม ตรวจคุณภาพอย่างเข้มข้น เช็คสถานะทุกไตรมาส รวมทั้งการเข้มงวดอนุมัติการต่อใบอนุญาตโรงงาน นั้น ทางจังหวัดระยองและการนิคมอุตสาหกรรมฯ ร่วมกับผู้แทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชนในพื้นที่ ผู้ประกอบการลงพื้นที่สำรวจความเสี่ยงโรงาน พบว่าโรงงานส่วนใหญ่ได้มีการจัดทำรายงานประเมินความเสี่ยงตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ทางการนิคมอุตสาหกรรมฯ จะรายงานผลการตรวจสอบให้ทราบเป็นประจำทุกเดือน
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานว่า การช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ไดรับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้บริษัท บีเอสที อีสาสโตเมอร์ จำกัด กรณีผู้เสียชีวิตจำนวน 11 ราย บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าชดเชยสำหรับพนักงานผู้เสียชีวิต ในขั้นต้นมีเงินประกันอุบัติเหตุ 36 เท่าของเงินเดือน (ดำเนินการจ่ายแล้วครบทุกราย) บริษัทฯ ช่วยเหลือเพิ่มอีกคนละ 1 ล้านบาท และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการทำศพจำนวน 100,000 บาท รวมถึงรับผิดชอบค่าเล่าเรียนบุตร จำนวนเงิน 20,000 บาท สำหรับระดับประถมศึกษา จำนวนเงิน 30,000 บาท สำหรับระดับมัธยมศึกษา จำนวนเงิน 35,000 บาท สำหรับการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวนเงิน 40,000 บาท สำหรับการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และจำนวนเงิน 50,000 บาท สำหรับการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากนั้นยังมีแนวทางการหางานให้ภรรยาผู้เสียชีวิต และเงินช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต โดยพิจารณาจากการทำงานของผู้เสียชีวิต คือ ทำงาน 10 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินช่วยเหลือ 75% ของเงินเดือน ถ้าทำงานน้อยกว่า 10 ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 50% ของเงินเดือน เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ กรณีพนักงานผู้รับเหมาที่เสียชีวิต บริษัทฯ ช่วยเหลือเงินจำนวน 500,000 บาท และค่าทำศพจำนวน 100,000 บาท
สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปลอบขวัญให้กับผู้บาดเจ็บทุกรายตามอาการ และติดตามการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่าง ๆ นอกจากนั้นมีการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตามชุมชนต่างๆ ทั้ง 33 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด และผู้บริหารบริษัทฯ ได้ลงพื้นที่พบปะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อภาคประชาชน รวมถึงการสื่อสารข้อมูล กิจกรรมที่บริษัทดำเนินการในแต่ละวันให้กับโรงงานข้างเคียงได้รับทราบเพื่อคลายความกังวล ทั้งนี้ ทางบริษัทได้จัดตั้งกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 10 ล้านบาท โดยดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการไตรภาคี 2 คณะ คือ 1.คณะกรรมการด้านทรัพย์สิน และการประกอบอาชีพ 2.คณะกรรมการด้านสุขภาพ ซึ่งทั้งสองคณะมีคณะกรรมการมาจากภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรมร่วมกันดำเนินการ โดยได้มีการมอบเงินกองทุนจำนวน 10 ล้านบาทให้คณะกรรมการทั้งสองคณะแล้วเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา
นอกจากนั้น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมกับมูลนิธินิคมอุตสาหกรรมไทย และพันธมิตรร่วมสนับสนุนเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตรายละ 20,000 บาท รักษาตัวที่โรงพยาบาลกรณีเกิดเหตุบริษัท บีเอสที อลาสโตเมอร์ จำกัด ช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท และกรณีเกิดเหตุบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมิคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ช่วยเหลือรายละ 1,000 บาท สำหรับความช่วยเหลือด้านอื่นๆ มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย จำนวน 289 หลัง ซึ่งบริษัท ฯ ได้ดำเนินการซ่อมแซมแล้ว จำนวน 188 หลัง อยู่ระหว่างการดำเนินการจำนวน 101 หลัง โดยจะเสร็จทั้งหมดภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ในส่วนของชุมชนที่ได้รับผลกระทบทางบริษัทฯ ได้ตั้งงบประมาณในการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่างๆ ในชุมชนเบื้องต้นจำนวน 10 ล้านบาทผ่านคณะกรรมการไตรภาคีร่วมกันพิจารณาจ่ายเงินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม
ภายหลังการรับฟังรายงานความคืบหน้า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันติดตามแผน และข้อสั่งการที่ให้ไว้ พร้อมทั้งฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประยุกต์แผนให้เข้ากับกรณีการเกิดอุทกภัยตามธรรมชาติ เพราะกระบวนการทำงานเหมือนๆ กัน โดยการบูรณาด้านการให้ความช่วยเหลือ การอพยพ การเคลื่อนเครื่องจักรเพื่อลดความเสียหาย และสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมฯ ผู้ประกอบการ จัดทำแผน Green Environmental คือ สิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อบุคลากรและชุมชน โดยการทำกำแพงต้นไม้ ปลูกต้นไม้บริเวณนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ต้องการเห็นจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นมิตรต่อประชาชน มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ดูระบบผังเมืองของจังหวัดระยองกำหนดพื้นการที่สีเขียว พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามเพื่อใช้เป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนได้พักผ่อน และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมหารือร่วมกันจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมเพื่อสั่งการให้จังหวัดดำเนินการตามแผนที่ร่วมกันจัดทำขึ้น
ทั้งนี้ กรณีโรงงานอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้คุณภาพ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมโรงงานควบคุมการออกใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะโรงงานที่กำลังจะเปิดกิจการใหม่เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล สำหรับโรงงานเก่าที่ยังไม่ได้มาตรฐานให้ดำเนินการแก้ไขให้ได้มาตรฐานอย่างเคร่งครัด
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมปลูกต้นไม้ บริเวณสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม ก่อนจะชมการซ้อมแผนปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุด และเดินทางต่อไปตรวจแถวรับความเคารพจากหน่วยตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ณ บริเวณ ถนนนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ระหว่างการเดินทาง นายกรัฐมนตรีได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านกลุ่มต่าง ๆ ที่เดือนร้อน โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาทั้งหมด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนจังหวัดระยองช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และขอให้เห็นใจรัฐบาล ขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงาน โดยความคืบหน้าการพิจารณาจะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าราชการจังหวัดระยองรายงานให้ทราบเป็นระยะๆ ขอให้ประชาชนอดทนอีกนิดหนึ่ง
------------------------------------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ รายงาน
ฐานันดร์ /จักรกฤช ถ่ายภาพ

