วันนี้ (14 มิ.ย.55) เวลา 11.30 น. ที่บริเวณสันเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดร.รอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำเพื่อดูแลบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลการติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ ของนายกรัฐมนตรี และคณะ ระหว่างวันที่ 11-14 มิถุนายน 2555 สรุปสาระสำคัญดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางเพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ สืบเนื่องจากที่ได้สั่งการรัฐมนตรี 31 คนลงพื้นที่ ใน 31 จังหวัดเพื่อติดตามงบประมาณในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อให้แน่ใจว่าได้ใช้งบประมาณตามแผนตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยรัฐบาลได้ติดตามแผนการดำเนินงานจากหลายส่วนทั้งจากระบบ PMOC แผนที่ภาพถ่าย การลงพื้นที่จริง ซึ่งจากการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีที่ได้มีการรายงานกลับมา พบว่าหลายพื้นที่ที่งานยังมีความล่าช้า โดยจะมีการติดตามเร่งแก้ไขปัญหาให้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด
นายกรัฐมนตรีกล่าวสรุปภาพรวมการแก้ไขปัญหาน้ำว่า ได้มีการติดตามในเรื่องของการป้องกัน เช่น การสร้างพนังกั้นน้ำ การซ่อมแซมประตูระบายน้ำให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมในพื้นที่กลางน้ำ การก่อสร้างโครงการต่าง ๆ มีความคืบหน้าแล้วเสร็จ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่พื้นที่ต้นน้ำ มีการดำเนินการโครงการที่ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ โดยได้สั่งการเร่งรัดดำเนินงานให้แล้วเสร็จเพื่อความสมดุลของระบบบริหารจัดการน้ำ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับที่จะเร่งดำเนินการเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามเวลา พร้อมกับจะเพิ่มเวลาและกำลังในการทำงานมากขึ้น โดยในส่วนของรัฐบาลจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเสริมทัพเพื่อให้การทำงานเสร็จสิ้นตามแผนงานด้วย
สำหรับแนวทางในการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ ได้มีการทำแนวป้องกันน้ำเพื่อชะลอน้ำ โดยได้ทำฝายกั้นน้ำชั่วคราว 2,220 ฝาย และฝายถาวร 610 ฝาย โดยจะดำเนินการโครงการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมกับจะใช้ระบบจีพีเอสตรวจสอบการก่อสร้างเพื่อให้แน่ใจว่าโครงการสำเร็จจริง และในระยะยาวจะมีการจัดทำการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์คชอปในการกำหนดพื้นที่ปลูกป่าเพื่อชะลอน้ำ โดยจะกำหนดแผนการทำงานร่วมกับจังหวัดและประชาชน ส่วนการเชื่อมต่อแม่น้ำยมแม่น้ำน่านในส่วนของจังหวัดพื้นที่กลางน้ำ จากเดิมที่ไม่สามารถรองรับน้ำที่ไหลบ่าลงมาได้ รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาโดยจัดระบบเชื่อมต่อแม่น้ำยมไปแม่น้ำน่าน รวมทั้งบูรณาการหาพื้นที่ทำแก้มลิงสำหรับรับน้ำ ซึ่งในการดำเนินการระยะสั้นจะขุดลอกคูคลองเพื่อให้การเชื่อมต่อของลำคลองสามารถระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่การดำเนินงานในส่วนของพื้นที่ปลายน้ำ ได้มีการขุดลอกคูคลอง เพิ่มเครื่องสูบน้ำบริเวณจุดสำคัญต่าง ๆ และในจุดที่น้ำท่วมขัง และจะมีการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อเก็บข้อมูลและคอยเฝ้าติดตามสถานการณ์ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำถึงระยะเวลาในการเสร็จสิ้นของโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยว่า ในพื้นที่ต้นน้ำให้ดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน พื้นที่กลางน้ำให้เสร็จสิ้นภายในเดือน กรกฎาคม และพื้นที่ปลายน้ำให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคมนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ว่า จะยึดหลักความสมดุลเป็นหลัก โดยคณะทำงานจะทำงานแบบ Real Time จะมีการจัดตั้งศูนย์ Single Command เพื่อพิจารณาข้อมูลและตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อให้การตัดสินใจมีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยจะนำข้อมูลเข้าระบบเตือนภัย และแจ้งเตือนต่อประชาชนในพื้นที่และชุมชนที่มีความเสี่ยงให้รับทราบล่วงหน้า และมีการเตรียมตัวก่อนที่จะเกิดอุทกภัย
ส่วนในเรื่องการซ้อมแผนเตือนภัย ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ทำการซ้อมแผนเตือนภัยและทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมกับให้กำหนดเส้นทางสัญจร กำหนดจุดอพยพ โดยให้รวมทั้งในเขตนิคมอุตสาหกรรมและกรุงเทพมหานครด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของแนวทางการป้องกันในเขตนิคมอุตสาหกรรม ขณะนี้มีการทำแนวป้องกันหลายชั้นทั้งในและนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งมีการยกระดับถนนเพื่อเป็นคันกั้นน้ำที่ให้คำนึงถึงการระบายน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำตามธรรมชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการเดินทางมาติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพอใจผลงานของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ามีความพึงพอใจต่อความตั้งใจในการเร่งรัดการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยได้ฝากให้ผู้ว่าราชการเป็นตัวแทนของประชาชนในการติดตามทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ส่วนจะมีการคาดโทษผู้ว่าฯ หรือไม่นั้น การลงพื้นที่ในครั้งนี้ต้องการมาติดตามและตรวจสอบการทำงาน จุดไหนที่ล่าช้ากว่ากำหนด ก็ให้ช่วยกันแก้ไข โดยจะให้ปรับสัญญา และให้หน่วยงานราชการเข้าไปช่วยทำงานให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนด และการลงพื้นที่ในครั้งนี้มาเพื่อแก้ไขมุ่งให้งานสำเร็จ ไม่ต้องการมาเพื่อคาดโทษผู้ว่าฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงในงานที่จะไม่เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลาหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการที่ได้ติดตามงานในจุดใหญ่ ๆ นั้นไม่มีปัญหา เหลือแต่เพียงจุดเล็ก ๆ ที่ต้องเชื่อมต่อกัน ยืนยันว่าจะติดตามงานให้เสร็จทันเวลา โดยการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ต้องเร่งรัดให้เสร็จก่อนเวลาอยู่แล้ว และยืนยันว่าทุกกระทรวงพร้อมทำงานและผู้ที่ทำงานทุกคนมีความตั้งใจในการทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากที่รัฐมนตรีได้ลงพื้นที่และได้รายงานกลับมายังนายกรัฐมนรี นั้นเป็นการรายงานที่ตรงตามพื้นที่จริงหรือไม่และนายกรัฐมนตรีเชื่อในรายงานหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นการรายงานที่ตรงตามการลงพื้นที่เพราะมีรูปภาพถ่ายเป็นหลักฐาน ขอให้เชื่อใจการทำงานของรัฐบาล จุดไหนที่ล่าช้า รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาแล้ว ยืนยันว่าทุกหน่วยงานทำงานเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ยากที่น้ำจะไม่ท่วมทุกพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่รู้ถึงปริมาณน้ำฝนและพายุว่ามีจำนวนเท่าไร จะทราบชัดเจนอีกทีในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะดีขึ้นเพราะมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำพนังกั้นน้ำ ระบบการระบายน้ำ ที่จะระบายน้ำท่วมขังในปีนี้ได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่จุดที่อยู่ใกล้คลองอาจจะมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบบ้างซึ่งรัฐบาลจะช่วยเหลือเต็มที่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความห่วงใยกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ โดยจะได้มีการลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อให้ความช่วยเหลือ หาแนวทางบริหารจัดการน้ำต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ปัญหาครั้งนี้เท่ากับเป็นการแสดงบทบาทและภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล หากยังเกิดปัญหาขึ้นอีกจะมีการรับผิดชอบอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภัยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ประชาชนพิจารณา ซึ่งวันนี้งานทั้งหมดนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือ และการช่วยเหลืออย่างมาก ซึ่งบางอย่างมีปัจจัยที่ยากมากก็ต้องขอความเห็นใจ วันนี้จะขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่และขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการช่วยกันเพื่อแก้ไขปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมีการประเมินผลงานการทำงานของรัฐบาลอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้รอผลการทำงานแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำออกมาก่อน โดยให้ประชาชนเป็นผู้พิจารณาการทำงาน ยืนยันรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ และน้อมรับทุกความคิดเห็นเพื่อมาปรับปรุงการทำงาน ซึ่งวาระการแก้ไขปัญหาน้ำเป็นของทุกคน รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามการรายงานสถานการณ์เป็นระยะ ๆ
ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี กล่าวว่า หน้าที่ของ กบอ. คือทำให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกับน้ำท่วมอีก ด้วยสิ่งที่ทำไปแล้ว 5 อย่าง คือ 1. การมีข้อมูลทางวิชาการเพียงพอต่อการตัดสินใจ 2. การรับข้อมูลแบบปัจจุบันทันด่วน หรือ Real Time จากทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรซ่อนเร้น 3. มีระบบการคำนวณที่จะพยากรณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน 1 สัปดาห์ ซึ่งเพียงพอต่อสำหรับการเตือนภัย 4. มั่นใจว่าจะเตือนภัยให้ประชาชนปลอดภัย สบายใจ และสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต และ 5. ในระยะยาว จะมีการทำแผนการและวิธีปฏิบัติที่ยั่งยืน เพื่อนำน้ำมาใช้ประโยชน์ ไม่ใช่กลัวน้ำเพราะเห็นว่าเป็นโทษ ทั้งนี้ สิ่งที่ตนหนักใจมีเรื่องเดียวคือพื้นที่ในการบริหารจัดการเป็นพื้นที่ใหญ่ มีขอบเขตจังหวัด มีหลายลำน้ำ ที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งยังเป็นจุดอ่อนอยู่ ดังนั้นจะต้องหาทางทำให้ทุกพื้นที่มาเชื่อมต่อกันเป็นแผ่นเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการแบบ Single หรือเป็นจุดเดียวจริง ๆ
ผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับปรุงแม่น้ำท่าจีนซึ่งเคยระบายน้ำได้น้อยในช่วงน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 โดยนายปลอดประสพฯ กล่าวว่า มีการขุดลอกสันดอนอยู่ตลอดเวลา ทำให้เชื่อว่าในปีนี้จะระบายน้ำได้ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการระบายน้ำผ่านบางจังหวัดอย่างจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เคยทำได้ไม่เต็มที่ในปีที่แล้ว โดยในเรื่องนี้ ดร.รอยล จิตรดอน กล่าวว่า ในส่วนของแม่น้ำท่าจีนมีการขยายคลองลัด ทำให้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจากเดิมที่เคยระบายได้ 1-2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากขีดความสามารถ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร จะสามารถระบายน้ำได้ดีขึ้น
พร้อมกันนี้ ดร.รอยลฯ อธิบายเรื่องระดับน้ำในเขื่อนสำคัญต่าง ๆ ว่า การระบายน้ำจากเขื่อนสำคัญ ในปีนี้ดูเรื่องความสมดุลเพราะแต่ละเขื่อนก็มีฝนตกไม่เหมือนกันเลย ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เคยน้ำน้อย ปีนี้กลับมีน้ำมากขึ้น เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ก็มีน้ำมากเช่นกัน แต่การระบายน้ำต้องระวัง ต่างจากเขื่อนสิริกิติ์ เพราะหากระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลมากไปจะส่งผลกระทบต่อการทำนา สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดสระบุรี ที่ยังมีความเป็นห่วงก็จะพยายามคงปริมาณน้ำไว้ไม่ให้เกินร้อยละ 20 จนกระทั่งสัปดาห์สุดท้ายของเดือน สิงหาคม เพราะหลังจากนั้นน้ำจะเข้ามาทันที อย่างปีที่แล้วมีถึงวันละ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์รับน้ำได้เต็มที่เพียง 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นแม้น้ำจะล้นมากแต่ก็น้อยลงบ้าง สำหรับปริมาณฝนปีนี้เท่าที่คาดการณ์แม้จะมากว่าค่าเฉลี่ยแต่จะน้อยกว่าปีที่แล้ว คือราว 1,500 มิลลิเมตร ซึ่งหากฝนตกมาขนาดนั้นอาจจะเกิดน้ำท่วมบ้างโดยเฉพาะในลุ่มน้ำยม
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ กล่าวถึงการทำพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ปลายน้ำว่า กระทรวงคมนาคมทำพนังกันน้ำโดยยึดสมมุติฐานว่าน้ำมาเท่าปีที่แล้วเป็นหลัก โดยจะกั้นพื้นที่สำคัญเป็นสองวง วงใหญ่ เหมือนไข่แดงรอบแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่กรุงเทพมหานครไปจนถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และวงเล็ก เหมือนไข่แดงรอบนิคมฯ ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในเดือน สิงหาคมนี้ เชื่อว่าจะไม่ทำให้นิคมฯ ถูกน้ำท่วมอีก
ภายหลังการแถลงข่าวฯ นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ออกเดินทางจากเขื่อนภูมิพล ไปจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฮลิคอปเตอร์ โดยนายกรัฐมนตรีจะไปรับฟังการบรรยายสรุปความเสียหายจากอุทกภัยปี 2554 และความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาอุทกภัย (Flag ship) ปี 2555 พร้อมกับติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกแก้ไขปัญหาอุทกภัยบริเวณแม่น้ำปิงด้านข้างกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 อำเภอเมือง และติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกแม่น้ำปิง บริเวณฝายท่าวังตาล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง แล้วจะออกเดินทางโดยขบวนรถยนต์ ไปตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด ก่อนเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ กลับกรุงเทพมหานคร
----------------------------------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ สักลอ รายงาน
สุนิสา โรจน์ปีติพงศกร ถ่ายภาพ

