www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการชลประทาน จ.พิษณุโลก ระบุขอให้เร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดเพื่อประโยชน์ของประชาชน

นายกรัฐมนตรีและคณะ ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ติดตามการดำเนินโครงการแก้มลิงบึงขี้แร้ง ประตูระบายน้ำบางแก้ว โครงการซ่อมแซมคันกั้นน้ำ DK1 พร้อมขอให้เร่งรัดโครงการขุดลอกคลองเมม-คลองบางแก้ว ให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดเพื่อประโยชน์ของประชาชน

วันนี้ (13 มิ.ย.55) เวลา 13.00 น. ที่บริเวณบึงขี้แร้ง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมาติดตามการดำเนินโครงการแก้มลิงบึงขี้แร้ง พร้อมติดตามเร่งรัดการแก้ปัญหาการบริหารจัดการประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว โดยมี นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายณรงค์ ลีนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก พร้อมผู้บริหารหน่วยงานราชการและประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับ

 

โดยโครงการแก้มลิงบึงขี้แร้งพร้อมอาคารประกอบ ตั้งอยู่ที่ ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ใช้งบประมาณดำเนินการ 47,091,700 บาท มีความคืบหน้าการดำเนินงานร้อยละ 15 ซึ่งบึงขี้แรงเป็นบึงสาธารณประโยชน์ มีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ โดยการขุดลอกบึงขี้แร้งเพื่อทำแก้มลิงดำเนินการในขนาดพื้นที่ 167 ไร่ ขุดลึกเฉลี่ย 3-4 เมตร ทำคันดินล้อมรอบให้สามารถเก็บกักน้ำได้สูงกว่าระดับพื้นที่นาประมาณ 2 พร้อมกับก่อสร้างอาคารชลประทานเพื่อใช้ควบคุมน้ำจำนวน 3 แห่ง หากดำเนินการเสร็จแล้วจะสามารถใช้พื้นที่แก้มลิงกักเก็บน้ำได้ประมาณ 1.73 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 1,800 ไร่ ราษฎรได้รับประโยชน์ 100 ครัวเรือน มีระยะเวลาดำเนินงานตามสัญญา 180 วันโดยจะเสร็จสิ้นในเดือนกันยายนนี้ สำหรับประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว เป็นการก่อสร้างอาคารน้ำล้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความกว้าง 32.20 เมตร ยาว 107 เมตร ขณะนี้มีความคืบหน้าในการก่อสร้างร้อยละ 46 จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้เช่นกัน โดยประตูระบายน้ำบางแก้ว มีวัตถุประสงค์โครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ลงมาถึง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 163,014 ไร่

 

ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานโครงการ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันเร่งรัดดำเนินงานตามแผนงานที่ได้มอบหมาย โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องการเชื่อมต่อระบบการแก้ไขปัญหาเป็นหลัก พร้อมขอให้เก็บสถิติน้ำฝนว่าเมื่อมีโครงการแก้ไขปัญหาแล้วทำให้แก้ไขปัญหาได้มากแค่ไหน เพื่อนำเป็นสถิติ เป็นโมเดลตัวอย่าง สำหรับขยายสู่พื้นที่อื่นต่อไป ส่วนปัญหาเรื่องที่ดินสาธารณะในการใช้ทำแก้มลิง นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำการสำรวจจำนวนพื้นที่สาธารณะที่แท้จริงของจังหวัดโดยด่วน และให้วางแผนในการทำนุบำรุงปรับปรุงทัศนียภาพ บูรณะพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์เป็นสถานที่พักผ่อน โดยให้นำเสนอการขอใช้งบประมาณมาในเฟสที่ 2 ทั้งนี้ สำหรับการสำรวจพื้นที่สาธารณะของทั้งประเทศ มอบหมายให้กะทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานที่ดินของแต่ละจังหวัด ทำการสำรวจแหล่งและจำนวนที่ดินตามธรรมชาติที่มีของประเทศ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้จังหวัดพิษณุโลกเร่งรัดการดำเนินโครงการทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2555 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย โดยจะเพิ่มเวลาการทำงานและเพิ่มอุปกรณ์การทำงานเข้าเสริมเพื่อให้งานเสร็จทันตามเวลาที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินชมพื้นที่บริเวณแก้มลิงบึงขี้แรง ก่อนไปตรวจติดตามการดำเนินงานของประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ซึ่งภายหลังจากที่รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่ชุมชนบริเวณโดยรอบประตูระบายน้ำคลองบางแก้วเป็นพื้นที่น้ำท่วมขังซ้ำซาก จึงขอให้กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และจังหวัด ทำการสำรวจพื้นที่ชุมชนและให้ทำการยกระดับพื้นดินให้เป็นแนวถนน โดยขอให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาเข้าออกพื้นที่ได้อย่างสะดวก สำหรับในระยะยาวจะต้องมีการยกระดับถนนขึ้นอย่างถาวร และขอให้นำข้อมูลไปปรับปรุงในระบบผังเมืองเพื่อประโยชน์ต่อการก่อสร้างบ้านเรือน และเพื่อให้รู้ถึงการคำนวณความสูงในการสร้างบ้านเรือนเพื่อให้พ้นจากน้ำท่วม หรือหากเป็นไปได้ก็ต้องการให้หลีกเลี่ยงการสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่น้ำท่วมดังกล่าว

 

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปตรวจติดตามการซ่อมแซมคันกั้นน้ำ DK1 กับงานขุดลอกคลองเมม-คลองบางแก้ว โดยโครงการซ่อมแซมคันกั้นน้ำ DK1 ตั้งอยู่ที่ ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ใช้งบประมาณดำเนินการ 11,733,000 บาท เพื่อป้องกันความเสียหายพื้นที่การเกษตรกว่า 40,000 ไร่ และป้องกันอันตรายที่จะเกิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระหว่างการเดินทางสัญจรไปมาในช่วงฤดูน้ำหลากได้อย่างปลอดภัย มีลักษณะเป็นการปูดินลูกรังบดอัดแน่นผิวทางหลังคันกั้นน้ำขนาดหนา 0.25 เมตร กว้าง 6.00 เมตร พร้อมปลูกหญ้าบริเวณลาดด้านข้างคันกันน้ำทั้งสองฝั่ง เฉลี่ยฝั่งละประมาณ 1-1.5 เมตร เป็นพื้นที่ 18,384 ตารางเมตร ระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ 30 พ.ค.55 ซึ่งบัดนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ สำหรับงานขุดลอกคลองเมม-คลองบางแก้วมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มาถึง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รวมความยาว 6.500 กิโลเมตร มีขนาดท้องคลองกว้าง 20 เมตร ปากคลองกว้าง 44 เมตร ลึก 8 เมตร เพื่อประโยชน์ในการระบายน้ำและผันน้ำจาก จ.สุโขทัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรเทาป้องกันไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร มีโดยพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 255,000 ไร่ ใช้งบประมาณดำเนินงานทังสิ้น 39,650,000 บาท จะดำเนินงานเสร็จสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวฝากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้สำรวจดูแลกำจัดวัชพืช ผักตบชวา รวมถึงขอนไม้ไม่ให้ไหลไปปิดทางกั้นน้ำ พร้อมกับมอบหมายให้ช่วยเร่งรัดผู้รับเหมาโครงการขุดลอกคลองเมม-คลองบางแก้ว ให้ทำงานแล้วเสร็จก่อนกำหนดเพื่อประโยชน์ของประชาชน จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินดูโครงการซ่อมแซมคันกั้นน้ำ DK1 และงานขุดลอกคลองเมม-คลองบางแก้ว พร้อมกับทักทายประชาชนจำนวนมากที่มาต้อนรับ ก่อนออกที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อไปที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยขบวนรถยนต์ เพื่อตรวจประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ (เพื่อการผันน้ำจากแม่น้ำยมสู่แม่น้ำน่าน)

-----------------------------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

นราวุธ สักลอ รายงาน

ณัฐวุฒิ ศรีสว่าง / ธวัชชัย คุ้มคลองโยง ถ่ายภาพ