ตึกหลังนี้เป็นตึกคอนกรีตสูง 5 ชั้น สถาปนิก คือ พันเอก จิระ ศิลปกนก ลักษณะสถาปัตยกรรม เป็นแบบสากลนิยม หลังคาเดิม เป็นดาดฟ้าคอนกรีต ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับกำแพงด้านทิศใต้อยู่ระหว่างตึกบัญชาการ (หลังเก่า) กับตึกที่ทำการไปรษณีย์และโทรเลขสาขาทำเนียบรัฐบาล สร้างขึ้นสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยท่านพิจารณา เห็นว่าหมู่ตึกที่ใช้เป็นสถานที่ราชการเดิมอยู่นั้น เป็นตึกที่คับแคบใช้ประโยชน์ได้น้อย ประกอบกับงานราชการของทำเนียบรัฐบาลเพิ่มขยาย มากขึ้น โดยเฉพาะงานของสำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน) ถึงแม้จะมีตึกบัญชาการ (หลังเก่า) พื้นที่ ก็หาพอเพียงไม่ จึงให้รื้อตึกต่าง ๆ ในบริเวณนี้ออก แล้วสร้างตึกหลังนี้ขึ้น โดยเริ่มสร้างตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2512 เมื่อสร้างเสร็จ แล้วได้ย้ายที่ทำการของนายกรัฐมนตรีมาที่ตึกหลังใหม่ จึงใช้ชื่อว่า ตึกบัญชาการ (หลังใหม่) เช่นเดียวกับตึกบัญชาการ (หลังเก่า) และมี สะพานเชื่อมโยงติดต่อกันได้ตั้งแต่ชั้นที่ 2 ที่ 3 และที่ 4
ปัจจุบันตึกนี้มีห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข้าราชการ การเมืองและกองต่าง ๆ ที่สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมทั้งห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ห้องประชุมคณะกรรมการและอนุกรรมการ ต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดย นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
บริเวณที่ตั้งตึกบัญชาการหลังนี้ สมัยที่ยังเป็นของเจ้าของบ้านเดิม มีตึกอยู่หลายหลัง กล่าวคือ มีตึก 2 ชั้น ชื่อ ตึกสารทูล (ตึกขวาง)ตั้งอยู่ตรงบริเวณที่ทำเป็นห้องอาหารของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน เป็นที่อยู่ของบุคคลในครอบครัว มีชั้นละ 5 ห้อง ที่ชั้น 2 มีทางเชื่อมมีหลังคาคลุมเชื่อมโยงติดต่อไปถึงตึกข้างหน้าด้านทิศเหนือ ซึ่งมีชื่อว่า "พึ่งบุญ" แล้วต่อไปทางด้านตะวันออก เป็น "่ตึกบุญญาศรัย" และ "ตึกเย็น" ตามลำดับ โดยที่ตึกทั้งสามนี้เป็นที่อยู่ของท่านเจ้าของบ้าน มีสะพานหลังคาคลุมเชื่อมโยงถึงกันได้ โดยตลอด และยังมีสะพานเชื่อมต่อไปยังตึกแสงอาทิตย์ เพื่อลงไปยังตึกพระขรรค์
บริเวณบ้านนรสิงห์ สมัยแรกที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งชื่อว่า "ทำเนียบสามัคคีชัย" ได้ใช้ตึกเหล่านี้ เป็นที่ทำการของสำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งนายกรัฐมนตรีและครอบครัวได้พักอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย โดยเฉพาะตึกสารทูล ตึกพึ่งบุญ และตึก ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ตึก 24 มิถุนา"
