วันนี้ (12 มิ.ย. 56) เวลา 14.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะกรรมการบริหาร คณะเจ้าหน้าที่ และนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา 4th Asian Indoor & Martial Arts Games 2013 ณ เมือง Incheon สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2556 เข้าเยี่ยมคารวะ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่ออำลาและรับโอวาทก่อนเดินทางไปร่วมการแข่งขัน
ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวรายงานว่า การเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา 4th Asian Indoor & Martial Arts Games 2013 ดำเนินการโดยความร่วมมือระหว่างองค์กรกีฬาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยการกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยทุกสมาคมที่ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน เป็นผู้รับผิดชอบในการเตรียมนักกีฬา คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ฯ ทำหน้าที่ในการคัดเลือก และส่งนักกีฬาไปทำการแข่งขัน โดยมีภาคเอกชน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ให้การสนับสนุน อาทิ เครื่องแต่งกายกีฬา อุปกรณ์ การฝึกซ้อมและการแข่งขัน ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณในการแข่งขันครั้งนี้ จำนวน 39.5 ล้านบาท มีนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 116 คน เป็นนักกีฬาชาย จำนวน 65 คน นักกีฬาหญิง จำนวน 51 คน เจ้าหน้าที่ประจำทีมกีฬา จำนวน 36 คน ผู้ตัดสิน จำนวน 8 คน ฝ่ายแพทย์ จำนวน 12 คน และเจ้าหน้าที่ประจำกองอำนวยการนักกีฬาไทย จำนวน 8 คน รวมทั้งหมด จำนวน 180 คน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้โอวาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ในการเดินทางไปแข่งขันครั้งนี้ว่า กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างความสามัคคี ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในสังคม รวมทั้งช่วยลดช่องว่าง ลดปัญหาสังคม เนื่องจากการเล่นกีฬา เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นการฝึกความมีระเบียบวินัยของนักกีฬาเพื่อเป็นเบ้าหล่อหลอมให้นักกีฬาเคารพกฎกติกาในการแข่งขันและเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัยในตนเอง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การกีฬาของไทยจะพัฒนาต่อไปไม่ได้หากปราศจากความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญและมีนโยบายส่งเสริมการกีฬาในหลายมิติ อาทิ การจัดโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬาให้เพียงพอ จัดสรรงบประมาณในการพัฒนานักกีฬาที่มีศักยภาพไปสู่กีฬาอาชีพ เป็นต้น เพื่อพัฒนาการกีฬาไทยให้มีศักยภาพ และมีมาตรฐานเทียบเท่าสากล ด้วยการส่งเสริมให้นำวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง และบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความต่อเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการพัฒนาการกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ เพื่อพัฒนากีฬาที่มีศักยภาพไปสู่กีฬาอาชีพ พร้อมกับการพัฒนาผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสินให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ หากมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง และมีเป้าหมายเดียวกันก็จะสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกันได้อย่างแท้จริง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องการจะเสริมสร้างวงการกีฬาในหลาย ๆ มิติด้วยกัน เช่น การจัดโครงสร้างพื้นฐานทางด้านกีฬา อุปกรณ์ สถานที่ เครื่องมือที่จะช่วยในการฝึกสอน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณในการที่จะร่วมกันพัฒนาการกีฬาพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศอย่างมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล พร้อมทั้ง ต้องการเห็นการพัฒนาการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างแท้จริง รวมถึงการบูรณาการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง การพัฒนาผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสินให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ซึ่งเชื่อว่าหากมีโครงสร้างที่เข็มแข็งและการตั้งเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน การได้รับความร่วมมือในการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน กลไกเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนกีฬาของประเทศไทยก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นต่อไป
************************************************
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ชมพูนุท / รายงาน