การเดินทางเยือนไทยครั้งนี้ขององค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การหารือกับนายกรัฐมนตรีถึงประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศและมอบรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี 2556 ในโอกาสนี้ ทั้งสองได้หารือครอบคลุมถึงประเด็นปัญหาต่างๆ ได้แก่ แรงงานต่างด้าวและผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา บทบาทด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในอาเซียน เสรีภาพในการแสดงออก สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเด็นโทษประหารชีวิต
ประเด็นปัญหาแรงงานต่างด้าวและผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ทั้งสองฝ่ายหารือถึงสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานต่างด้าวและผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในไทย โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลได้ปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวและดูแลผู้ลี้ภัยภายใต้หลักการพื้นฐานด้านมนุษยธรรมมาโดยตลอด โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปฏิบัติต่อแรงงานและดูแลผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาด้วยหลักปฏิบัติสากล สำหรับเรื่องบทบาทด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในอาเซียน เลขาธิการองค์การนิรโทษกรรมสากล แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยในการให้ความร่วมมือแก่องค์การนิรโทษกรรมสากลอย่างดีมาโดยตลอด รวมทั้งแสดงความชื่นชมบทบาทการเป็นผู้นำของไทยในการยกระดับประเด็นสิทธิมนุษยชนในอาเซียนและการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในแก้ไขปัญหาดังกล่าว เลขาธิการองค์การนิรโทษกรรมสากล หวังว่า ไทยจะยังคงรักษาบทบาทการเป็นผู้นำในการผลักดันความริเริ่มด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียนให้มากขึ้นต่อไป
สำหรับการหารือเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก เลขาธิการองค์การนิรโทษกรรมสากล แสดงความกังวลต่อกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน จึงอยากให้รัฐบาลปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้ นอกจากนี้ ทั้งสองต่างเห็นพ้องร่วมกันว่า เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นสามารถกระทำได้อย่างเต็มที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และเสรีภาพนั้นต้องอยู่บนความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ เลขาธิการองค์การนิรโทษกรรมสากล กังวลว่า อาจมีการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในภาคใต้ ซึ่งนายกรัฐมนตีเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความพยายามแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยสันติวิธี และการเปิดเวทีพูดคุยแก่ทุกฝ่ายในการระดมสมองในการร่วมหาทางยุติความขัดแย้งในพื้นที่ ส่วนประเด็นโทษประหารชีวิต รัฐบาลไทยได้มีพัฒนาการเชิงบวกด้านนโยบายและกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ไทยเป็นภาคี โดยการลดโทษประหารชีวิตแก่เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ห้ามประหารชีวิตนักโทษหญิงมีครรภ์ นักโทษที่มีลูกอ่อน และผู้ป่วยทางจิต
*******************************
วิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก

