วันนี้ (31 พ.ค.) เวลา 12.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ สำนักเลขาธิการประธานาธิบดี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ ร่วมหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะกับฝ่ายศรีลังกา นำโดยนายมหินทะ ราชปักษา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือข้อราชการในประเด็นความร่วมมือต่างๆ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการต้อนรับจากรัฐบาลและประชาชนชาวศรีลังกา ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีมหินทะ ราชปักษาได้เดินทางเยือนประเทศเพื่อเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชาโลกเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา และการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการแสดงความมั่นใจต่อประเทศศรีลังกาว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับศรีลังกาในฐานะเป็นมิตรประเทศที่สำคัญของไทยในเอเชียใต้ ซึ่งพร้อมที่จะส่งเสริมการขยายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างรอบด้านและในทุกมิติ
ในการนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีศรีลังกา ร่วมชื่นชมพัฒนาการความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกา ที่มีมาอย่างยาวนานและเพิ่มพูนต่อเนื่อง ด้วยมีพื้นฐานความสัมพันธ์ทางศาสนาที่เข้มแข็ง โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความชื่นชมต่อการเติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจศรีลังกา ภายหลังรัฐบาลศรีลังกาประสบความสำเร็จในการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอิแลมในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไทยพร้อมที่จะสนับสนุนความพยายามของประธานาธิบดีศรีลังกาในการสร้างประเทศให้มีความรุ่งเรืองและประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้สุขสงบ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย – ศรีลังกา ครั้งที่ 3 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดผลความคืบหน้าในระดับทวิภาคีเป็นอย่างดี แม้จะว่างเว้นจากการประชุมร่วมกันเกือบ 10 ปี
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีได้หารือกันในประเด็นต่างๆ ทั้งการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือมือในกรอบทวิภาคี และความเป็นพันธมิตรที่ดีในเวทีพหุภาคี ดังนี้
ความร่วมมือด้านศาสนา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณทางรัฐบาลศรีลังกาที่ได้สนับสนุนการจัดงานอุปสมบท ซึ่งจัดโดยวัดพระเขี้ยว เพื่อเป็นการต้อนรับและเป็นเกียรติเนื่องในโอกาสการเยือนครั้งนี้ รวมทั้ง เป็นการจัดงานเพื่อเฉลิมฉลอง 260 ปี นิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา ที่จะมีการจัดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ในศรีลังกา ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าถือเป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงให้เห็นว่าไทยและศรีลังกามีความเชื่อมโยงและผูกพันกันด้วยศาสนาอย่างลึกซึ้ง ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณศรีลังกาที่ได้มอบทุนการศึกษาแด่พระภิกษุสงฆ์ของไทยเพื่อเข้ารับการศึกษาในศรีลังกาและการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาสำหรับผู้แสวงบุญชาวพุทธ ในโอกาสเฉลิมฉลองครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของการพัฒนาการท่องเที่ยวระหว่างกันอีกด้วย
ด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการกระตุ้นบรรยากาศที่เอื้อการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยผู้นำทั้งสองยืนยันจะให้การสนับสนุนหน่วยงานส่งเสริมการการค้าการลงทุนของทั้งสองประเทศได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสและแลกเปลี่ยนข้อมูลในสาขาธุรกิจต่างๆที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงโครงการหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งประธานาธิบดีศรีลังกาได้กล่าวเชิญชวนให้นักลงทุนไทยเข้ามาลงทุนในศรีลังกา โดยเฉพาะในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก การผลิตเพื่อส่งออก เป็นต้น ซึ่งในโอกาสการเยือนครั้งนี้ กลุ่มนักธุรกิจชั้นนำทั้งสองประเทศในสาขาต่างๆ ที่มีความสนใจร่วมกันจะได้พบปะเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นด้วย
ความร่วมมือทางด้านวิชาการ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ในทั้งสองประเทศด้วยการแลกเปลี่ยนดูงานของครูอาจารย์ โดยเฉพาะการจัดระบบบริหารโรงเรียนและการพัฒนาการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
การส่งเสริมความเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรีได้หารือกับประธานาธิบดีศรีลังการถึงการลดอุปสรรคด้านการเดินทางทางอากาศ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างไทยและภูมิภาคในเอเชียให้มีความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ไทยแสดงความสนใจในการลงทุนด้านอากาศยานและการท่าในประเทศศรีลังกาซึ่งพร้อมที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางการศรีลังกาได้ร่วมงานกับทางการไทยอย่างใกล้ชิด
ความร่วมมือในกรอบพหุภาคี ทั้งสองฝ่ายตกลงที่เสริมสร้างความร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ โดยเฉพาะในกรอบองค์การการค้าโลก (WTO) การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและพัฒนา (UNCTAD) กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลเพื่อความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) และความร่วมมือเอเชีย (ACD) เป็นต้น
ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีศรีลังกาได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 4 ฉบับ ได้แก่ 1) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ 2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว 3) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 4) บันทึกความเข้าใจเพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและเมืองแคนดี้
จากนั้น นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีได้ร่วมแถงข่าวถึงผลการหารือที่ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีและพึงพอใจกับพัฒนาการความสัมพันธ์และการส่งเสริมความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และการเชื่อมโยง
***********************
วิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก

