วันนี้ (31 พ.ค.) เวลา 10.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีสำคัญ ได้แก่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ในโอกาสเยือนอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และต่อยอดความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษาระหว่างกัน
ภายหลังเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการพบกับผู้แทนภาคเอกชนไทย ณ โรงแรมฮิลตัน โคลัมโบ ซึ่งประกอบด้วยนักธุรกิจชั้นนำของไทยที่สนใจลงทุนในศรีลังกาจากสาขาธุรกิจต่างๆ จำนวน 30 คน จากสภาธุรกิจ สมาคม และสาขาธุรกิจต่างๆ ใน 6 สาขา ได้แก่ อาหาร พลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อัญมณีและเครืองประดับ ก่อสร้าง และการศึกษา โดยภาคเอกชนเหล่านี้ จะได้พบกับภาครัฐและเอกชนของศรีลังกา และมีกิจกรรมจับคู่ ( Business Matching ) และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ รวมทั้งการพบหารือกับผู้บริหารหน่วยงานของศรีลังกาตามรายสาขา เช่น สาขาอาหารจะมีการพบกับผู้บริหารของบริษัท Cargills และสำรวจตลาดที่ Food City
โดยนายกรัฐมนตรี สนับสนุนให้มีการขยายการลงทุนในศรีลังกาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ศรีลังกา ตลอดจนการสร้างเครือข่ายในระดับภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้ ที่มีความใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้กล่าวถึงโอกาสการขยายการลงทุนในแต่ละสาขา ศักยภาพ และอุปสรรคปัญหาที่ต้องการรับการสนับสนุนจากรัฐบาล พร้อมทั้ง ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ให้ความสนใจและสนับสนุนส่งเสริม ซึ่งการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มช่องทางและเครือข่ายแต่ละสาขา รวมทั้ง การแก้ปัญหาอุปสรรคอย่างตรงจุด ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อภาคการลงทุนในภาพรวมเป็นอย่างยิ่ง
ศรีลังกาเป็นประเทศที่กำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ภายหลังที่รัฐบาลประสบความสำเร็จในการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอิแลมในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ศรีลังกาจึงเปิดกว้างและต้อนรับนักลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม ตลอดจนการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากปัจจุบันศรีลังกามีปริมาณความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นทุกปี ศรีลังกายังมีศักยภาพเป็นแหล่งลงทุนสำหรับตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากจีน เนื่องจากมีความตกลง FTA กับอินเดีย ทำให้มีรายการสินค้าที่สามารถส่งออกไปอินเดียโดยปลอดภาษีนับพันรายการ นอกจากนี้ ศรีลังกากำลังอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทางตอนเหนือของประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีตลาดการค้าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย
---------------------------------------
กลุ่มวิเทศสัมพันธ์/สำนักโฆษก

