www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีแจงจัดงบฯ ปี 57 เสมอภาค เท่าเทียม และให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายกรัฐมนตรียืนยันการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูด้านคมนาคม 2 ล้านล้านบาทไม่ได้เป็นการลงทุนที่สูญเปล่าแต่ก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ภาครัฐทั้งทางตรงและทางอ้อม

วันนี้ (30พ.ค.56) เวลา 10.17 น. ณ อาคารรัฐสภา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชี้แจงแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 วงเงิน 2.52 ล้านล้านบาท ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า รัฐบาลได้มีการหารือกันในเรื่องของยุทธศาสตร์ประเทศมาเป็นเวลาระยะหนึ่งแล้ว และได้นำยุทธศาสตร์นี้มาปรับในการทำงบประมาณฯ

สำหรับการจัดทำยุทธศาสตร์และการปรับปรุงงบประมาณฯ นั้น รัฐบาลได้ระดมสมองจากปลัดกระทรวงและหน่วยราชการที่เทียบเท่าได้สรุปรวม โดยการจัดตั้งจากปัญหาที่สำคัญของประเทศว่า วันนี้ประเทศเรามีปัญหาอะไร เราจะต้องปรับปรุง และยุทธศาสตร์นั้นจะต้องสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศในอาเซียนอื่น ๆ ด้วย เพราะประเทศไทยขาดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นเวลานานและต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ความเหลื่อล้ำทางสังคมมีช่องว่างเรื่องของรายได้ของผู้มีรายได้น้อยกับผู้ที่มีรายได้มากขึ้น และยังไม่มีอัตราที่แคบลง โดยเฉพาะการกระจายความเจริญไปยังภูมิภาคอื่น ๆ และอีกส่วนหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ อย่างแรกคือ รายได้ของประเทศพึ่งพาการส่งออกถึง 70 เปอร์เซ็นต์ วันนี้จะเห็นชัดว่าได้สะท้อนความไม่สมดุลนี้จากความผันผวนของเศรษฐกิจก็จะเห็นว่าในส่วนของค่าเงินบาทที่แข็งค่านั้น ก็มีผลกระทบต่อผู้ส่งออก แน่นอนก็กลับมาสะท้อนถึง GDP ภาพรวมของประเทศ เราจึงต้องมาร่วมกันในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งในส่วนของรัฐบาลเองก็ได้เน้นในเรื่องของนโยบายต่าง ๆ ที่ต้องสร้างความเจริญ โดยเฉพาะการกระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ

สุดท้ายคือปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ขาดความสมดุลเช่นกัน เมื่อปี 2554 เราพูดกันถึงเรื่องของภาวะน้ำท่วม ปีนี้เราพูดถึงภาวะแล้ง ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำอย่างไร ในการบริหารและการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และการดูแลการใช้น้ำอย่างเต็มประสิทธิภาพ ป้องกันน้ำท่วม รวมถึงการที่จะทำอย่างไรให้น้ำนั้นสามารถที่จะใช้เพื่อการบริโภคและเพื่อภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอย่างทั่วถึง

จากที่เราได้มีการสรุปปัญหาทั้งหมดก็เป็นที่มาของยุทธศาสตร์ประเทศ ซึ่งยุทธศาสตร์ประเทศนั้น ได้แบ่งเป็น 4 ด้าน ด้านแรกคือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์นี้ก็เพื่อให้ประเทศไทยมีความสามารถที่จะแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในทุก ๆ มิติ ยุทธศาสตร์ที่สอง คือ การลดความเหลื่อมล้ำ ยุทธศาสตร์ที่สาม คือ การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคือ การปรับสมดุลและการปรับรูปแบบระบบการบริหารจัดการภายในของภาครัฐ เพื่อที่จะได้สะท้อนและตอบโจทย์ในเรื่องของการพัฒนาประเทศต่อไป อีกสักครู่ดิฉันคงจะเรียนในรายละเอียดต่อไป

จากการทำงบประมาณฯ เราได้มีการบูรณาการจาก 2 ส่วน คือการพิจารณาคำขอในพื้นที่ คือหมายความว่า คำขอจากส่วนราชการทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ เพื่อให้ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ซึ่งเรามองการที่ทำงานในส่วนของงบประมาณต้อง แบ่งเป็นสองส่วนคือ งบประมาณทางด้านของการตอบโจทย์การให้บริการพื้นฐานตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐว่า จะต้องมีการเติมเต็มในส่วนของสวัสดิการต่าง ๆ พื้นฐานต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง และอีกส่วนหนึ่งก็คือการที่เราบูรณาการยุทธศาสตร์ชาติ 4 ข้อข้างต้น รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่มีการแถลงไว้ต่อรัฐสภาก็บูรณาการทั้ง 2 ส่วนนี้ เข้ามาด้วยกัน กลายเป็นยุทธศาสตร์ในการจัดสรรงบประมาณ

นายกรัฐมนตรีชี้แจงในส่วนของยุทธศาสตร์ประเทศว่า ถ้าเรามามองอีกมุมหนึ่งของงบประมาณว่าถ้าแบ่งงบประมาณในส่วนของยุทธศาสตร์ 4 ด้านนั้น เราจัดสรรงบประมาณอย่างไร อันนี้ต้องเรียนว่า เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณที่เราจัดสรรเพื่อยุทธศาสตร์ประเทศและเรายังมีในส่วนของทั่วไปก็คือตามพื้นฐานแห่งรัฐเช่นกัน

ในส่วนนี้ถ้าดูจากกราฟจะเห็นว่าเราให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อย่างเรื่องโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นการเชื่อมโยงของ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ให้แน่ใจว่าเมื่อเรามีการลงทุนแล้วก็ต้องเชื่อมโยงไปยังชุมชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเชื่อมโยงจากต้นน้ำ กลางน้ำ ไปยังปลายน้ำด้วย และเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคการเกษตร และในส่วนของงบวิจัย อันนี้เป็นภาพรวมของงบวิจัยก็เรียนยันยืนว่า รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับงานวิจัย และที่สำคัญเราอยากเห็นงานวิจัยของนักวิจัยทั้งหลายที่มีความสามารถของเรานั้น  นำไปสู่ภาคเอกชน ไปสู่ภาครัฐ เพื่อได้ใช้งานวิจัยนี้อย่างเต็มขีดความสามารถ เราจะทำทั้งสองส่วน ปีนี้งบวิจัยเทียบงบประมาณจากปี 2556 นั้น เราเพิ่มขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนั้น รัฐบาลได้มีการบูรณาการในส่วนงานวิจัยทั้งหมดของภาครัฐ เพื่อบูรณาการไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน มีการประชุม 2-3 ครั้ง รวมถึงมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคเอกชนกลุ่ม SMEs ที่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของการใช้งานวิจัย เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์และภาคอุตสาหกรรมด้วย

ส่วนยุทธศาสตร์ที่สอง เรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นปัญหาและปัจจัยหลัก รัฐบาลได้มีการจัดสรรงบประมาณในเรื่องของการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเน้นในเรื่องของการที่จะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงสวัสดิการของภาครัฐอย่างเท่าเทียมกัน และการกระจายลงไปในส่วนจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคที่เน้นในการกระจายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ได้มีการจัดสรรงบประมาณนี้ และยังเป็นงบประมาณในการจัดสรรการจัดสวัสดิการ รวมถึงการสร้างโอกาสให้กับชุมชนด้วย และหลาย ๆ ส่วนรัฐบาลได้มีการบูรณาการการบริหารจัดการในการดูแลให้เข้าถึง และการช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสด้วยโครงการทางด้านของศูนย์ช่วยเหลือสังคม (One Stop Service Crisis Center) : OSCC ซึ่งตรงนี้มีการบูรณาการของภาครัฐร่วมกันที่นอกเหนือจากงบประมาณปกติก็จะมีการจัดการในเรื่องของการบริหารจัดการเช่นกัน

ยุทธศาสตร์ที่สาม เรื่องของการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเมืองที่เจริญ แต่ขณะเดียวกันผู้ที่อยู่ในสังคมเมืองหรือใกล้อุตสาหกรรมก็ต้องการสิ่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและต้องการที่จะมีภาวะต่าง ๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราจึงต้องทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ควบคู่กันไป และมีการจัดสรรในเรื่องของการดูแลทางด้านการจัดทรัพยากรป่าไม้ การบริหารจัดการน้ำ และบริหารทรัพยากรธรรมชาติที่บูรณาการกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะแก้ปัญหาทั้งเรื่องของภัยแล้งและน้ำท่วมไปในคราวเดียวกันด้วย

ยุทธศาสตร์ที่สี่ การบริหารราชการแผ่นดินเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องมาร่วมกันในการปรับปรุง ส่วนตรงนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณสูง แต่จะเป็นการบูรณาการการทำงานของภาครัฐ วันนี้จะเห็นว่าการทำงานมีหลายกระทรวงมากแต่วันนี้รัฐบาล ได้ร่วมกันในการบูรณาการหลาย ๆ โครงการ อย่างเช่นเรื่องของสังคม เช่น เรื่องของการศึกษา ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เราเน้นช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดหรืออยู่ในครรภ์มารดาไปจนถึงตลอดช่วงชีวิต แล้วให้กระทรวงต่าง ๆ บูรณาการเราก็จะทำงานแบบนี้มากขึ้น เพื่อที่จะได้มองในช่วงมิติของคนอย่างครบวงจร

ในส่วนนี้รัฐบาลได้มีการเพิ่มงบประมาณในการจัดสรรเพิ่มจากปี 2556 ในส่วนของปัญหาความมั่นคงทางชายแดนภาคใต้สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 23 % เป็นเม็ดเงินประมาณ 26,000 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการบูรณาการเรื่องของการรักษาความสงบตามกรอบนโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่ได้มีการนำเสนอไว้ต่อรัฐสภา รวมถึงงานพัฒนาต่าง ๆ และการรวมกันในการเสริมสร้างเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

กล่าวโดยสรุปในส่วนของงบประมาณ ในส่วนของการจำแนกตามยุทธศาสตร์ประเทศถ้าดูในส่วนตรงนี้ ในส่วนของยุทธศาสตร์ประเทศนั้น เราจะให้น้ำหนักในส่วนของการลดความเหลื่อมล้ำ นั่นแปลว่า ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านบอกว่า รวยกระจุกจนกระจาย ต้องเรียนว่า นโยบายในส่วนนี้เราเน้นเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ นั่นคือการกระจายและให้โอกาสอย่างเสมอภาค และเท่าเทียมกัน

มีอีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งได้รับการรายงานอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้จาก IMD World Competitiveness Yearbook ว่า ศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในภาพรวมเทียบกับปี 2555 นั้น ดีขึ้น จะเห็นว่าเรามีปัญหาเรื่องของอุทกภัย ความสามารถในการแข่งขันของเราตกจากอันดับที่ 27 มาเป็น 30 วันนี้เรียนว่า ผลออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อคืนนี้ ได้กลับมาอยู่ที่ 27 ถามว่าการปรับปรุงนี้ อันดับที่ 27 จากทั้งหมด 60 ประเทศ มีอะไรบ้างในส่วนที่เราปรับปรุงขึ้น อันแรกก็คือผลงานด้านเศรษฐกิจปรับปรุงจากลำดับที่ 15 เป็นลำดับที่ 9 ก็ดีขึ้น จาก 15 ขึ้นมาเป็น 9 ในส่วนนี้อย่างที่เรียนว่า พื้นฐานของประเทศเรามีความแข็งแกร่ง ถ้าเราช่วยกันบูรณาการอย่างเต็มที่เชื่อว่าเราจะได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตไปได้

ในส่วนของประสิทธิภาพของรัฐบาลจาก 26 เป็น 22 ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจก็ดีขึ้นเช่นกัน ในส่วนของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นมาจากลำดับที่ 23 ไปเป็นลำดับที่ 18 แต่ยังมีในอีกส่วนหนึ่งที่ปรับปรุงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็คือสถานะทางด้านโครงสร้างพื้นฐานเปลี่ยนจากลำดับที่ 49 มาเป็น 48 รวมถึงงานวิจัยด้วย ก็ตรงกับงบประมาณที่เราได้เน้นในส่วนของการเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและงานวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ตอนท้ายนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงข้อสงสัยในส่วนของการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท ว่าไม่ได้เป็นการลงทุนที่เสียเปล่า แต่เป็นการลงทุนเพื่อก่อให้เกิดรายได้กับเข้าสู่ภาครัฐทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้น การลงทุนนี้เราต้องการลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้ ถ้าการที่เราใช้เงินลงทุนแล้วถูกเอาไปเป็นค่าใช้จ่าย อันนี้แน่นอนจะไม่กลับสะท้อนถึงรายได้ประเทศในระยะยาว

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้ก็เหมือนการลงทุนที่จะเป็นสมบัติกลับคืนสู่ภาครัฐ มีโครงสร้างพื้นฐาน มีรถไฟความเร็วสูง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับคนในประเทศและให้ลูกหลานของเราได้ใช้ต่อไป ถ้าถามว่าประโยชน์จากการลงทุนนี้ ก็คือการลงทุนที่มีผลตอบแทนไม่ว่าทางตรง คือการที่เรามีคมนาคมขนส่งที่จะเพิ่มขีดความสามารถ เราจะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อม Connectivity นี้เพื่อให้เกิดรายได้ใหม่ เราประหยัดต้นทุนการขนส่ง และยังไม่รวมในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะได้รายได้จากค่าโดยสาร และค่าขนส่งสินค้า

สำหรับผลตอบแทนทางอ้อมก็คือคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น โดยเฉพาะในต่างจังหวัดสามารถที่จะอาศัยอยู่ในต่างจังหวัดและกลับเข้ามาทำงานในเมืองกรุงฯ ได้ อันนี้ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ครอบครัวมีโอกาสและมีเวลาที่จะได้เจอกันมากขึ้น เพราะระยะเวลาในการเดินทางนั้นร่นลง และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สามารถรองรับได้ในบางพื้นที่ และเกิดความเจริญทางด้านเศรษฐกิจโดยรอบชุมชน จะเห็นว่า อย่างยกตัวอย่างที่จะเห็นหลาย ๆ ครั้ง อย่างเช่นในกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นที่ใดจะเห็นว่าจะมีร้านค้าต่าง ๆ และมีความเจริญของชุมชนเกิดขึ้นติดตามมา เราอยากเห็นอย่างนี้กระจายทั่วประเทศ ขออนุญาตเรียนสรุปกับท่านสมาชิกที่เคารพเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ

 

------------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก