วันนี้ (28 พ.ค.56) เวลา 14.10 น. ณ บริเวณหน้าตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีที่คณะรัฐมนตรีเรียกให้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาชี้แจงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เป็นการหารือในวาระ ครม.ที่ได้ให้ทางกระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเสนอกรอบนโยบายการแก้ไขปัญหาสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ ซึ่งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้นมีทั้งหมด 3 ด้าน คือ การเงิน การคลัง และมาตรการเฉพาะด้านที่เป็นมาตรการของแต่ละกระทรวง วันนี้เราเลยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมแผนงานที่ให้ทุกกระทรวงดำเนินการ และที่เราได้สั่งการให้ ครม.ทั้งหมด เป็นแผนแบบบูรณาการที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและรับฟัง ซึ่งเราได้เชิญนายประสารเข้ามาฟังด้วย เพราะว่าเป็นผู้ที่ถ้าเห็นพ้องตามแผนก็จะได้นำรายละเอียดนี้ไปปฏิบัติ เพราะขั้นตอนในการปฏิบัติต้องเป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่จะต้องไปทำ
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของรัฐบาลมีหน้าที่ในการบูรณาการด้านนโยบายภาพรวม แต่ทางด้านธปท.จะเป็นในแง่เทคนิคที่เราไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ ซึ่งตรงนี้เป็นที่มา โดยเบื้องต้นมติ ครม.และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นชอบและรับทราบแผนว่าสอดคล้องต้องกัน ถือว่าเป็นการบูรณาการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม เราเองถ้าแก้ปัญหาในด้านใดด้านหนึ่ง โดยไม่ได้บูรณาการกัน ก็จะทำให้ประสิทธิภาพไม่ได้เกิดอย่างเต็มที่ จึงรวบรวมมาตรการต่าง ๆ ทั้งมาตรการเร่งด่วนภายใน 6 เดือน และมาตรการระยะยาวด้วย ในการที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกันในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจขนาดนี้ และได้ขอให้ทางนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รวบรวมและติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรายงานต่อ ครม.เป็นระยะ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และนายประสาร ไตรรัตน์ ไม่มีอะไรติดใจกันแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีค่ะ เพราะเราก็ทำงานกันได้ แต่บางครั้งอาจจะมีการพูดคุยกันไม่ตรงในด้านของเทคนิคมากกว่า แต่มาวันนี้ก็ชัดเจน ในแง่ของนโยบายภาพรวมก็สอดคล้องต้องกัน แต่เทคนิคนั้นก็ถือว่าต้องให้ผู้ที่รับผิดชอบนั้นดำเนินการ แต่เราก็คงคอยติดตามในเรื่องของผลมากกว่า
-------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ รายงาน

