วันนี้ (28 พ.ค.56) เวลา 14.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงว่า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยกำชับให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลในการชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใน 2 มุมมอง คือ 1) เนื้อหาของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับแต่ละกระทรวง และ 2) การชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 16 ข้อ ซึ่งอาจจะมีการพาดพิงเกี่ยวข้องกับการทำงานของหลายกระทรวง ดังนั้น นายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานกับกระทรวงต่าง ๆ ว่ากระทรวงใดจะเป็นแม่งานรับผิดชอบในการชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีการอภิปรายพาดพิงประเด็นใดให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งกระทรวงสามารถที่จะลุกขึ้นชี้แจงได้ แต่เพื่อให้การชี้แจงมีความเป็นเอกภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงให้มีการกำหนดเจ้าภาพในการอธิบายนโยบายเฉพาะเรื่องด้วย
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับคณะรัฐมนตรีว่า ในการประประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ครั้งนี้ ให้คณะรัฐมนตรีแสดงตนโดยไม่ต้องโหวตเพื่อให้เป็นไปตามหลักการมีส่วนได้ส่วนเสียตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550
ขณะเดียวกัน นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบว่า จากการที่ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้ได้ข้อยุติในเรื่องกรอบเวลาการประชุมสภาฯ แล้ว โดยในวันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2556 จะเริ่มการประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น. – 24.00 น. และในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2556 จะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 24 .00 น. และมีการลงมติในช่วงเช้าของวันที่ 31 พฤษภาคม 2556 รวมเวลาอภิปราย 30 ชั่วโมง แบ่งเป็นเวลาอภิปรายของฝ่ายค้าน 15 ชั่วโมง และฝ่ายรัฐบาล 15 ชั่วโมง ซึ่งกรอบเวลาในการประชุมสภาฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการกำหนดระยะเวลาใกล้เคียงกับการประชุมที่ผ่านมาก่อนหน้านี้
สำหรับการอภิปรายในครั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยให้ประชาชนได้รับทราบด้วย และในระหว่างนี้จะมีกำหนดการระยะเวลาการแปรญัตติของคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 30 วัน โดยในส่วนของวุฒิสภาก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมายควบคู่ไปด้วยเช่นเดียวกัน
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายในเรื่องของนโยบายรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนั้น รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในการโจมตีโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องของแนวทางการชี้แจงการอภิปรายที่อาจจะบิดเบือนข้อเท็จจริงโครงการรับจำนำข้าวอย่างไม่เป็นธรรม ประกอบด้วย นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
นอกจากนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวข้อกล่าวหามีการทุจริตโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการเสนอแนะข้อคิดเห็นมายังรัฐบาลว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.แต่อย่างใด โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) รับข้อเสนอ ป.ป.ช.ไปศึกษาและให้ยึดหลัก 3 ข้อ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของทางราชการ ประกอบด้วย 1. รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีจะดำเนินการทุกวิถีทางให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุดในการดำเนินโครงการดังกล่าว 2. เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต และ 3. มอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กบอ. ร่วมกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หารือกับชุมชนที่จะต้องมีการดำเนินโครงการฯ ร่วมทั้งให้พิจารณาข้อเสนอแนะที่ ป.ป.ช. เสนอมา ซึ่งหากข้อเสนอแนะใดของ ป.ป.ช. มีประโยชน์และไม่ขัดต่อหลักกฎหมายขอให้นำข้อเสนอของ ป.ป.ช. มาปฏิบัติ แต่ถ้ามีกรณีที่อาจจะเกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือมีอุปสรรคในเรื่องของข้อกฎหมาย ให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หารือในประเด็นนี้กับ ป.ป.ช. ต่อไป
อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กบอ. ชี้แจงผลการหารือต่าง ๆ ให้สาธารณชนได้รับทราบเพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการดำเนินโครงการดังกล่าวและไม่ต้องการเห็นการทุจริตเกิดขึ้น
-----------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/รายงาน
ดวงฤดี/ตรวจ

