www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ภาคเอกชนไทยร่วมกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) กับภาคเอกชนญี่ปุ่น

(23 พฤษภาคม 2556) เวลา 10.30 น. คณะภาคเอกชนไทย ประกอบไปด้วยภาคธุรกิจ 3 สาขา ได้แก่  สาขาอาหาร สาขาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชน (OTOP) และสาขาแฟชั่นดีไซน์และไลฟ์สไตล์ ซึ่งร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนกรุงโตเกียว ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม The Future of Asia ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 21 – 25 พฤษภาคม 2556 ได้ร่วมกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) กับภาคเอกชนญี่ปุ่น ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเพนนินซูล่า กรุงโตเกียว โดยนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดดังนี้

การจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นซึ่งสนใจในธุรกิจเดียวกัน ได้พบปะ เจรจาการค้าและเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจระหว่างกัน ทั้งนี้ ภายในงานภาคเอกชนไทยทั้ง 3 สาขาได้แก่  สาขาอาหาร สาขาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชน (OTOP) และสาขาแฟชั่นดีไซน์แบ่งเป็นทั้งหมด 23 โต๊ะ โดยการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching)ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนญี่ปุ่นอย่างมาก ภายในงานเต็มไปด้วยความบรรยากาศของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยและญี่ปุ่น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผลิตภัณฑ์ซึ่งกันและกัน

หลังจากนั้น เวลา 14.00 น. คณะภาคเอกชนไทย เข้ารับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่องแนวโน้มตลาดสินค้าสปาและสินค้าเพื่อสุขภาพสําหรับตลาดผู้สูงอายุในญี่ปุ่น โดยตลาดสำหรับผู้สูงอายุของญี่ปุ่นมีการเติบโตสูง เนื่องจากสังคมญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุจำนวนมาก และมักจะใช้จ่ายในผลิตภัณฑ์และการบริการซึ่งตนไม่สามารถใช้ได้ในวัยทำงาน อันเป็นผลมาจากการต้องทำงานอย่างหนัก และตลาดของญี่ปุ่นจะมีความสนใจในผลิตภัณฑ์และการบริการที่น่าสนใจ และแปลกใหม่ สินค้าและการบริการของไทยซึ่งมีลักษณะมาตราฐานทั่วไปจึงอาจจะเจาะตลาดญี่ปุ่นได้ยาก ดังนั้น สิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดญี่ปุ่นจะต้องเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ต้องเลือกจับธุรกิจที่กับบริษัทที่มีความน่าสนใจ มีภาพลักษณ์ดี

เคล็ดลับสำคัญสำหรับสินค้าไทยที่จะเจาะตลาดญี่ปุ่น คือ ความสวยงาม ความแปลกใหม่ และการคงไว้ซึ่งมาตราฐานและคุณภาพของสินค้า นอกจากนี้ ภาคเอกชนญี่ปุ่นยังไม่มีความรู้ในสินค้าของไทยมากนัก ภาคเอกชนไทยจึงต้องนำเสนอข้อมูลให้แก่ภาคเอกชนญี่ปุ่นอย่างชัดเจน รวมถึงการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดอื่นๆเพิ่มเติม อาทิ การให้ชิมหรือทดลองใช้จริง การสร้างความสนุกสนานในการซื้อสินค้าผ่านการขายออนไลน์ และการสร้างประโยชน์ให้สังคม ซึ่งจะช่วยให้สินค้ามีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาคนญี่ปุ่น

หลังจากนั้น เวลา 15.00 น. ภาคเอกชนไทยทั้ง 3 สาขา เดินทางไปเยี่ยมชม KITTE ซึ่งเดิมเป็นไปรษณีย์กลางของโตเกียว โดยส่วนนึงยังคงของเดิมไว้ ส่วนที่ปรับปรุงใหม่ทำเป็นร้านค้าและพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ใกล้สถานีโตเกียวและแหล่งรวบรวมสินค้าที่มีชื่อเสียงจากทั่วญี่ปุ่น