นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่มีโอกาสพบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากที่ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17-18 มกราคม 2556 ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความยินดีที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกันในทุกระดับ และญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ เห็นควรให้มีเวที เพื่อเป็นช่องทางในการหารืออย่างสม่ำเสมอ โดยจะมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบ
ทั้งนี้ในภูมิภาค ไทยต้องการเห็นสันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนและถาวร โดยทุกประเทศต้องร่วมกันรักษาบรรยากาศที่ดีของความร่วมมือระหว่างประเทศ และใช้การพูดจาเป็นแนวทางในการสร้างความเข้าใจระหว่างกัน
สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ โดยนายกรัฐมนตรีย้ำถึงบทบาทของไทยในฐานะผู้ประสานงาน อาเซียน-จีน ยืนยันการสนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เนื่องจากประเด็นมีความละเอียดอ่อนที่เกี่ยวกับสันติภาพ เสถียรภาพ จำเป็นที่จะต้องเริ่มมีการเจรจาเพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติ COC โดยจีนจะจัด Special Foreign Ministers Meeting ในช่วงเดือนสิงหาคม หรือกันยายน นี้ ซึ่งจะเป็นเวทีที่ให้ทุกฝ่ายได้หันหน้ามาพูดคุยกัน ทั้งนี้ ความมั่นคงทางทะเลถือเป็นเรื่องสำคัญต่อการเจริญเติบโตและเสถียรภาพร่วมกันของภูมิภาค
นอกจากนี้ ไทยยินดีที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีหันหามาสู่เจรจา เพื่อแก้ไขปัญหาและก่อให้เกิดสันติภาพ และปลอดอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร
ส่วนความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในเมียนมาร์ โดยไทยสนับสนุนญี่ปุ่นให้ เข้ามามีบทบาทสำคัญในโครงการเพื่อพัฒนาพื้นที่และท่าเรือทวาย โดยร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญตลอดจนนิคมอุตสาหกรรม อันจะเป็นการช่วยขยายตลาดการค้าและฐานการลงทุนในภูมิภาคของญี่ปุ่นได้ เนื่องจากโครงการจะมีการเชื่อมต่อภูมิภาคจากมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรอินเดีย
โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในโครงการทวาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่าเมื่อวานนี้ ( 22 พฤษภาคม 2556 ) ได้มีการนำเสนอรายละเอียดโครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงการลงทุนพัฒนาเครือข่ายคมนาคม 2 ล้านล้านบาทของไทย รวมทั้ง โครงการพัฒนาท่าเรือและเขตเศรษฐกิจทวาย แก่นักลงทุนญี่ปุ่น และได้มอบข้อมูลเบ้องต้นแก่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เพื่อเป็นใช้ในการตัดสินใจในการสนับสนุนโครงการดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นได้แสดงคามสนใจการลงทุนในดาวเทียมและรถไฟความเร็วสูงในไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเรื่องดาวเทียมว่ารัฐบาลกำลังศึกษารายละเอียด ส่วนรถไฟความเร็วสูง ไทยต้องเห็นญี่ปุ่นเข้ามาเสนอการลงทุน โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นโครงการที่ไทยให้ความสำคัญอย่างมาก
ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายมีความยินดีที่ประชาชนมีการไปมาหาสู่กันมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันในทุกระดับ โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ได้ริเริ่มโครงการ JENESYS 2.0 รวมทั้งการที่ญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและเยาวชนกับอาเซียน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น และยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในระยะยาว
******************************************
กลุ่มวิเทศสัมพันธ์/สำนักโฆษก