www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ภาคเอกชนไทยศึกษาดูงานด้านการพัฒนา SMEs และด้านโลจิสติกส์ของญี่ปุ่น

(22 พฤษภาคม 2556) เวลา 10.00 น. คณะภาคเอกชนไทย ซึ่งประกอบไปด้วยภาคธุรกิจ 4 สาขา ได้แก่  สาขาอุตสาหกรรมสนับสนุน (supporting industries) สาขาอาหาร สาขาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชน (OTOP) และสาขาแฟชั่นดีไซน์และไลฟสไตล์ ซึ่งร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนกรุงโตเกียว ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม The Future of Asia ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 21 – 25 พฤษภาคม 2556 เดินทางไปยัง Incubation Center จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาดูงานการพัฒนา OTOP และ SMEs ของญี่ปุ่น โดยนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดดังนี้

การนำคณะภาคเอกชนเข้าศึกษาดูงานการพัฒนา OTOP และ SMEs ของญี่ปุ่นครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ภาคเอกชนของไทยได้นำความรู้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และหาช่องทางการจัดจำหน่ายต่อไป ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นต้นแบบและมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการพัฒนา OTOP และ SMEs  โดยกลุ่มธุรกิจOTOP และ SMEs ของญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 99.7 จากธุรกิจทั้งหมด และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจญี่ปุ่นมาโดยตลอด ส่วนสำคัญสำหรับการพัฒนา SMEs ของประเทศญี่ปุ่นก็คือ การมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และเน้นบทบาทของรัฐบาลที่เข้มแข็ง โดยรัฐบาลจะมีการส่งถ่ายนโยบายจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของรัฐบาลกลาง รวมทั้งการประสานงานระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นต่างๆ (Prefecture Government)และหน่วยงานที่ดูแล SMEs (SMEs Agency)  ให้ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลกลางและช่วยส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้ SMEs ดำเนินกิจการประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ หน่วยงานที่ดูแล SMEs (SMEs Agency) เป็นหน่วยงานสำคัญในการส่งเสริม SMEs ของญี่ปุ่น จะทำหน้าที่คิดแผนนโยบายขึ้นมาและให้หน่วยงานสนับสนุน SMEs (SMEs Support)นำไปปฏิบัติ หลังจากนั้น หน่วยงานสนับสนุน SMEs(SMEs Support)ก็จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจ SMEs ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งไปจนถึงการสนับสนุนธุรกิจนั้นให้เติบโตบนพื้นฐานที่มั่นคง รวมทั้งป้องกันธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นบริษัทลูกล้มละลายจากการที่บริษัทแม่ล้มละลายไปด้วย

สิ่งสำคัญของธุรกิจ SMEs ของญี่ปุ่นในการประสบความสำเร็จนั้น นอกจากจะมีการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและการมีหน่วยงานต่างๆที่ประสานงานกันอย่างดีแล้ว ยังมีการประกาศใช้กฎหมายพื้นฐานของ SMEs (The Small and Medium Enterprises basic Law) เพื่อส่งเสริมความสามารถพื้นฐานทางการบริหารของ SMEs ให้มีประสิทธิภาพและมีรากฐานที่มั่นคง โดยในปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวกลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐานสำคัญในการเป็นแม่แบบในการพัฒนา SMEs ของประเทศญี่ปุ่นด้วย

สำหรับ Incubation Center นั้น เป็นศูนย์การพัฒนา SMEs ของ SMRJ (Organization for Small & Medium Enterprises and Regional Innovation, JAPAN) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนต่าง ๆ มีสํานักงานทั้งหมด 10 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น โดย Incubation Center เป็นองค์กรซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และสินค้าจากท้องถิ่นให้ได้รับความช่วยเหลือและความร่วมมือในด้านต่าง ๆ จากหน่วยงานรัฐบาลองค์กรเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันวิจัย มีอยู่ทั้งหมด 4  แห่ง โดยศูนย์การพัฒนา SMEs ซึ่งนำคณะภาคเอกชนไทยไปครั้งนี้ อยู่ภายใน Venture Plaza ของมหาวิทยาลัยโตเกียว

หลังจากนั้น เวลา 15.00 น. คณะภาคเอกชนไทย เดินทางไปยัง AEON Lake Town จังหวัดไซตามะ เพื่อศึกษาดูงานด้านโลจิสติกส์และระบบระบายสินค้า โดยบริษัท AEON Lake Town มีความโดดเด่นในเรื่องของการศึกษาและพัฒนา (R&D) ด้านระบบการกระจายสินค้าเพื่อนําผลการศึกษามาปรับปรุงแผนโลจิสติกส์ โดยมีเป้าหมายให้การใช้พลังงานในการกระจายสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสุงสุด ทั้งนี้ AEON Lake Town เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญที่่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีการออกแบบอาคารภายใต้แนวคิดอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้วัสดุรีไซเคิลในการก่อสร้าง การใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การตกแต่งภายในมีความเป็นเอกลักษณ์เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้สึกมีส่วนร่วมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม