ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการไทยและวานูอาตู (Memorandum of Understanding on Technical Cooperation and Development) ด้วย เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาในสาขาที่ไทยมีศักยภาพตามความต้องการของวานูอาตู 5 สาขา ได้แก่ ด้านการศึกษา การเกษตร สาธารณสุข การพัฒนาแบบยั่งยืน และการส่งเสริมการค้าและการลงทุน รวมทั้งการท่องเที่ยว ซึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 40 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของวานูอาตู
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับวานูอาตูเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2525 ปัจจุบัน มีคนไทยอาศัยอยู่ในวานูอาตู 17 คน ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยและนวดแผนไทย วานูอาตูถือเป็นประเทศ ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ที่มีความสำคัญอันดับต้นของไทย เนื่องจากเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของอุตสาหกรรมประมงไทย โดยในปี 2555 มูลค่าการค้ารวมระหว่างสองประเทศคิดเป็น 176 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.28 พันล้านบาท) โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยถือเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของวานูอาตู สินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป โดยเฉพาะปลาทูน่า ส่วนสินค้าที่ไทยส่งออกไปวานูอาตู ได้แก่ อุปกรณ์และส่วนประกอบของรถยนต์ อาหารกระป๋องและอาหารแปรรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูปและผ้าผืน และน้ำตาลทราย
ที่มา: กระทรวงการต่างประเทศ
***********************************
วิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก

