www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับผู้นำบังคลาเทศและประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสมัยที่ 67 ภายหลังการประชุมผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Water Summit) ครั้งที่ 2 นายกรัฐมนตรีพบหารือกับนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศและประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

การหารือกับนางชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ถือเป็นการหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าประเด็นต่าง ๆ ที่ได้หารือกันระหว่างการเยือนบังกลาเทศอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม 2555 ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศที่เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯ และได้ร่วมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ตึกถล่มในบังกลาเทศ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน  ในการนี้ รัฐบาลไทยอาจแสดงอัธยาศัยไมตรีด้วยการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่รัฐบาลบังกลาเทศ โดยประสงค์ที่จะส่งทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญไปให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ในส่วนของด้านการส่งเสริมการค้าการลงทุน ก็เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่กระทรวงพาณิชย์ทั้งสองฝ่ายได้จัดการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการค้าไทย – บังกลาเทศ ครั้งที่ 3 (Joint Trade Committee: JTC) ระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2556 ซึ่งผลการหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการลงนามต่ออายุบันทึกความเข้าใจเรื่องรัฐบาลไทยตกลงที่จะขายข้าวให้รัฐบาลบังกลาเทศ ปีละไม่เกิน 1 ล้านตัน ออกไปอีก 3 ปี จนถึงปี 2559 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอีกด้วย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณรัฐบาลบังกลาเทศที่ช่วยดูแลปัญหาด้านการลงทุนให้แก่ บริษัทของไทยด้วยดีเสมอมา และทางการไทยแสดงความพร้อมที่จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปค้าขายและลงทุนในบังกลาเทศในสาขาที่นักธุรกิจไทยมีศักยภาพเพิ่มขึ้น เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การผลิตสินค้าอุปโภค บริโภค และการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น

การหารือทวิภาคีกับนาย Vuk Jeremic ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 67 โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงบทบาทของไทยในฐานะสมาชิกสหประชาชาติที่ต้องมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนและวาระการพัฒนาภายหลังปี ค.ศ.2015 (Post 2015 Agenda) ซึ่งไทยได้เน้นย้ำถึงนโยบายและวิสัยทัศน์ของเกี่ยวกับการจัดการบริหารน้ำ ซึ่งร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของไทยจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 ในการประชุมสุดยอดผู้นำด้านน้ำฯ ในครั้งนี้ด้วย ตลอดจนการเชื่อมโยงเรื่องความมั่นคงทางน้ำกับความมั่นคงทางอาหารและสุขอนามัยของประชากรโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องบูรณาการร่วมกัน อีกทั้งยังกระทบต่อประเด็นอื่นๆ ทั้งการต่อสู้กับความยากจนและการลดความเหลื่อมล้ำของรายได้อีกด้วย

*************************

วิเทศสัมพันธ์  สำนักโฆษก