www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่างๆภายหลังพิธีเปิดการประชุม

นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับผู้นำที่เข้าร่วมการประชุม ACD หวังเร่งผลักดันความร่วมมือและกลไกทวิภาคีให้เกิดผล โดยเฉพาะการเร่งส่งเสริมการค้า การลงทุน รวมทั้งความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน

วันนี้ ภายหลังพิธีเปิดการประชุม ACD ในเวลา 13.00 น ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชาธิบดีบาห์เรน โดยไทยและบาห์เรนได้ตอกย้ำความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันโดยสองฝ่ายจะร่วมผลักดันและติดตามความร่วมมือต่างๆให้มีความคืบหน้า ทั้งความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การเงิน และส่งเสริมให้ภาคเอกชนทั้งสองประเทศมีความร่วมมือด้านการลงทุนให้มากขึ้น และใช้กลไกภาคเอกชนผลักดันความร่วมมือทั้งสองประเทศให้เดินหน้า โดยในโอกาสนี้ ไทยและบาห์เรนจะแสวงหากรอบความร่วมมือที่กว้างขึ้นผ่านความร่วมมือในกรอบ GCC - ASEAN โดยมีไทยและบาห์เรนเป็นศูนย์กลาง คาดว่าจะจัดการประชุมในโอกาสอันใกล้นี้ในฐานะที่บาห์เรนเป็นประธาน GCC  ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสมเด็จพระราชาธิบดีฯ ณ เรือนรับรอง Failaka 2
จากนั้น เวลา 15.30 น. นายกรัฐมนตรีหารือกับนายราชา เปอร์เวซ อัชรอฟ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณสำหรับพระพุทธรูปปางทุกรกิริยาที่ปากีสถานมอบให้ไทยในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ 60ปี ทั้งนี้ ไทยและปากีสถานต่างชื่นชมในความร่วมมือทางการค้าระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นร้อยละ10 ทุกๆปี โดยทั้งสองฝ่ายเชื่อว่ายังมีสาขาอื่นๆที่สามารถขยายต่อความร่วมมือได้ เช่น การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน พลังงาน รถยนต์ สินค้าเกษตร อัญมณี อาหารฮาลาล และการท่องเที่ยว ในการนี้ ไทยและปากีสถานเห็นว่าเพื่อให้สาขาความร่วมมือดังกล่าวบรรลุเป้าหมายจะต้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันให้มากขึ้น ในโอกาสนี้ ปากีสถานได้กล่าวแสดงการสนับสนุนไทยในเวที OIC เกี่ยวกับการแก้ปัญหาภาคใต้ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงพัฒนาการการแก้ปัญหา โดยยึดการน้อมนำแนวพระราชดำริ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เป็นแนวทางหลักในการแก้ปัญหา โดยรัฐบาลได้เน้นการพัฒนาด้านการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำ และการสาธารณสุข และขอบคุณปากีสถานสำหรับการสนับสนุนไทยใน OIC ด้วย
นอกจากนี้ ไทยและปากีสถานจะผลักดันการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมที่ว่างเว้นไปนาน ให้เกิดขึ้นในเดือนมกราคมนี้ เพื่อเป็นเวทีหารือในประเด็นต่างๆ ทั้งนี้ ปากีสถานยังได้ชื่นชมประชาธิปไตยในไทยที่มีการเลือกตั้งที่สมบูรณ์ และมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพพัฒนาประเทศต่อไป โดยเห็นว่าเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคงจะนำมาซึ่งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ต่อจากนั้น เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีหารือกับนายมหินทะ ราชปักษา ประธานาธิบดีศรีลังกา โดยสองฝ่ายเห็นพ้องจะเพิ่มพูนการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เพราะไทยเห็นว่ายังมีศักยภาพที่จะขยายได้อีกมากทั้งเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมเกษตร อีกทั้งยืนยันจะสนับสนุนนักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในศรีลังกาและยินดีช่วยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกของศรีลังกาด้วย นอกจากนี้ จะได้มีการร่วมฉลองโอกาส 260 ปี การก่อตั้งพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา โดยสองฝ่ายจะจัดให้มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานจัดกิจกรรมต่อไป

-------------------------------------------------