• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวหน้าต่อยุคโลกาภิวัตน์

Sufficiency Economy

Implications and Applications

 

The strength of Thai Nation has been nurtured and developed by His Majesty, King Bhumibol Adulyadej, who is the considered to be the soul of the nation. Through his caring leadership, His Majesty has earned the abiding love and profound respect of his people.

Since the beginning of his reign, His Majesty has been trying to enhance the livelihood of disadvantaged Thais throughout the country. Royally-initiated activities include economic development and protection of critical natural resources.

At numerous points during his reign, His Majesty has propounded his philosophy of "Sufficiency Economy" and urged all Thais to practice it to the greatest extent possible. Sufficiency Economy advocates taking the middle path in life as the optimal route for personal conduct at all levels: individuals, families and communities.

 

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

The Philosophy of Sufficiency Economy

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวหน้าต่อยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน มีความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุล และพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

Sufficiency Economy is a philosophy bestowed by His Majesty King Bhumibol Adulyadej to the people of Thailand. Through royal remarks on many occasions over the past three decades, His Majesty has provided guidance on appropriate conduct covering numerous aspects of life. After the economic crisis, His Majesty reiterated and expanded on his "Philosophy of Sufficiency Economy" in remarks made in December 1997 and 1998. The philosophy points the way for a recovery that will lead to a more resilient and sustainable economy that is better able to meet emerging challenges such as globalization.

Sufficiency Economy stresses the middle path as an overriding principle for appropriate conduct by Thai people at all levels, from family to community to country. It calls for national development and administration to modernize in line with the forces of globalization. "Sufficiency" means moderation, reasonableness, and a mechanism of self-immunity sufficient to protect people from the impact of internal and external change. To achieve this, the application of knowledge with due consideration and prudence is essential. In particular, great care is needed at every step in the utilization of theories and methodologies for planning and implementation. At the same time, it is necessary to strengthen the moral fiber of the nation, so that everyone, particularly public officials, academics, and businessmen, adhere first and foremost to the principle of honesty and integrity. In addition, a way of life based on patience, perseverance, diligence, wisdom and prudence is indispensable to creating balance and coping appropriately with critical challenges arising from extensive and rapid socioeconomic, environmental, and cultural changes in the world.

การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับบุคคล/ครอบครัว

Application of Sufficiency Economy at Individual and Family Levels

เริ่มต้นจากการเสริมสร้างคนให้มีการเรียนรู้ วิชาการและทักษะต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อให้สามารถรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ พร้อมทั้งเสริมสร้างคุณธรรม จนมีความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม และอยู่ร่วมกับระบบนิเวศวิทยาอย่างสมดุล เพื่อจะได้ละเว้นต่อการประพฤติผิดมิชอบ ไม่ตระหนี่ เป็นผู้ให้ เกื้อกูล แบ่งปัน มีสติยั้งคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจ หรือกระทำการใดๆ จนกระทั่งเกิดเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีในการดำรงชีวิต โดยสามารถคิดและกระทำบนพื้นฐานของความมีเหตุมีผล พอเหมาะ พอประมาณกับสถานภาพ บทบาทและหน้าที่ของแต่ละบุคคล ในแต่ละสถานการณ์ แล้วเพียรฝึกปฏิบัติเช่นนี้ จนตนสามารถทำตนให้เป็นพึ่งของตนเองได้ และเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ในที่สุด

Application of Sufficiency Economy by individuals and families starts when one acquires the essential knowledge and necessary skills to appropriately cope with critical challenges arising from extensive and rapid socioeconomic, environmental and cultural changes in the world.

At the same time, it is essential for every human being to realize how important it is both to live together in human society and also to coexist with nature. This means that one should adhere to morality; maintain honesty and integrity; share with others; be self-disciplined, patient and prudent in making decisions and taking actions; and persevere to improve oneself continuously.

All of these virtues will lead to self-immunity or sufficient protection for individuals and families from the impact arising from internal and external change. This will enable one to be moderate and reasonable in life, according to one’s roles and responsibilities, so that one can efficiently rely upon oneself and be capable of helping others and contributing to society.

การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชน

Application of Sufficiency Economy at the Community Level

ชุมชนพอเพียง ประกอบด้วย บุคคล / ครอบครัวต่างๆ ที่ใฝ่หาความก้าวหน้าบนพื้นฐานของปรัชญาแห่งความ พอเพียง คือมีความรู้และคุณธรรมเป็นกรอบในการดำเนินชีวิต จนสามารถพึ่งตนเองได้ บุคคลเหล่านี้มารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องเหมาะสมกับสถานภาพ ภูมิสังคมของแต่ละชุมชน โดยพยายามใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมคิด ร่วมทำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลหลายสถานภาพ ในสิ่งที่จะสร้างประโยชน์สุขของคนส่วนรวม และความก้าวหน้าของชุมชน อย่างมีเหตุผล โดยอาศัยสติ ปัญญา ความสามารถของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และบนพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริต อดกลั้นต่อการกระทบกระทั่ง ขยันหมั่นเพียร และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือแบ่งปันกันระหว่างสมาชิกชุมชน จนนำไปสู่ความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีของชุมชน จนนำไปสู่การพัฒนาของชุมชนที่สมดุลและพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จนกระทั่งสามารถพัฒนาไปสู่เครือข่ายระหว่างชุมชนต่างๆ

A "Sufficient Community" consists of individuals and families who have a degree of self-reliance that are based on their own knowledge and moral strength but strive for sustainable progress.

These members of a sufficient community cooperate by sharing their efforts and exchanging their ideas, knowledge, skills, and experiences. They use community resources and develop community activities in ways that are appropriate to their geo-social circumstances in order to realize the utmost benefits and happiness of community members.

Community activities are carried out and improved continuously, based on morality - honesty, patience, perseverance, generosity and sympathy - which lead to social harmony and create a community that has immunity from the impacts arising from change. Eventually sufficient communities of sufficient individuals create a network with other communities.

การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับประเทศ

Application of Sufficiency Economy at the National Level

มีแผนการบริหารจัดการประเทศ ที่ส่งเสริมให้บุคคล/ชุมชนต่างๆ มีวิถีปฏิบัติ มีความร่วมมือ และการพัฒนาในสาขาต่างๆ ตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และดำเนินการตามแผนดังกล่าวอย่างรอบคอบ เป็นขั้นตอน เริ่มจากการวางรากฐานของประเทศให้มีความพอเพียง โดยส่งเสริมให้ประชาชนส่วนใหญ่ สามารถอยู่อย่างพอมีพอกิน และพึ่งตนเองได้ ด้วยมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และมีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร เอื้อเฟื้อแบ่งปัน และใช้สติปัญญา ในการตัดสินใจและดำเนินชีวิต พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างกลุ่มคนต่างๆ จากหลากหลายภูมิสังคม หลากหลายอาชีพ หลากหลายความคิด ประสบการณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจ และรู้ความเป็นจริง ระหว่างกันของคนในประเทศ จนนำไปสู่ความสามัคคี และจิตสำนึกที่จะร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าไป อย่างสอดคล้องสมดุลกับสถานภาพความเป็นจริงของคนในประเทศ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนเป็นลำดับๆ ต่อไป

Sufficiency Economy at the national level starts with a national administrative and development plan that encourages and enables people to live their own lives and to cooperate with others in development based on the philosophy of Sufficiency Economy, while prudently implementing the plan step by step.

Application of Sufficiency Economy at the national level should begin by laying foundations that enable the majority of people to have the basic necessities to live sufficiently and to support themselves adequately through the use of knowledge and morality in their lives. People should also be encouraged to expand their vision through the creation of learning networks among various socioeconomic backgrounds and professions, which eventually will lead to harmony and solidarity in society.

การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับเกษตรกร

An Application of Sufficiency Economy for Farmers

ได้แก่ เกษตรทฤษฏีใหม่

ขั้นตอนที่ ๑ เป็นแนวทางการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมในระดับครอบครัว ที่สอดคล้องสมดุลกับระบบนิเวศวิทยา เพื่อให้พออยู่ พอกิน สมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัด และเลี้ยงตนเอง/ครอบครัว ได้

ขั้นตอนที่ ๒ การรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์ ร่วมมือกันในการผลิต จัดการตลาด และพัฒนาสวัสดิการของชุมชนในรูปแบบต่างๆ เป็นการสร้างความสามัคคีภายในท้องถิ่น และเตรียมความพร้อม ก่อนก้าวสู่โลกภายนอก

ขั้นตอนที่๓ ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอกเพื่อจัดหาทุน วิชาการ ความรู้ เทคโนโลยี จากธุรกิจเอกชน เช่น ธนาคาร บริษัท ห้างร้าน เอกชน ตลอดจน หน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิต่างๆ มาช่วยในการลงทุน และพัฒนาคุณภาพชีวิต

โดยสรุป แนวพระราชดำริส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ และมีการรวมกลุ่มกัน และเชื่อมโยงเครือข่ายในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าไปอย่างสมดุลกับสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นขั้นตอน โดยประยุกต์ใช้ความรู้ ภูมิปัญญา และทรัพยากรด้านต่างๆ ที่มีอยู่อย่างเหมาะสม บนพื้นฐานของคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร เอื้อเฟื้อแบ่งปัน และใช้สติปัญญา ในการตัดสินใจและดำเนินชีวิต

His Majesty’s "New Theory" for agriculture offers the opportunity for farmers to use and apply their wisdom and skills to support themselves in ways which are consistent with their respective environment. Royal initiatives also stimulate and support collaboration and integration using community resources to develop strong social and business networks, while encouraging members to abide by morality and wisdom in their decisions and actions. Strong Foundation should be created using self-reliance before building up more market reliance in the advanced stage.

The "New Theory" Agriculture has three phases:

The First Phase is to manage agricultural land and resources at the household level in a way that provides enough return to live appropriately and with self-reliance, according to one’s conditions.

The Second Phase is the formation of groups in the form of cooperatives to collaboratively produce goods, organize markets, and develop community welfare to increase social solidarity and prepare communities to keep pace with the world outside.

The Third Phase is to build contacts and partnerships with outside institutions such as banks, businesses, government and non-government organizations, to obtain the financial, knowledge and technical support necessary for further development.

การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับนักธุรกิจ

Application of Sufficiency Economy for Businessmen

นักธุรกิจพอเพียง จะคำนึงถึงความมั่นคงและยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจ มากกว่าการแสวงหาผลประโยชน์ระยะสั้น ฉะนั้นจึงต้องมีความรอบรู้ในธุรกิจที่ตนดำเนินการอยู่ และมีการศึกษาข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มีความรอบคอบในการตัดสินใจในแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันข้อบกพร่องเสียหายต่างๆไม่ให้เกิดขึ้น และต้องมีคุณธรรม คือมีความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบอาชีพ ไม่ผลิตหรือค้าขายสินค้าที่ก่อโทษ หรือสร้างปัญหาให้กับคนในสังคมและสิ่งแวดล้อม มีความขยันหมั่นเพียร อดทน ในการพัฒนาธุรกิจไม่ให้มีความบกพร่อง และก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การปรับปรุงสินค้าและคุณภาพให้ทันกับความต้องการของตลาดและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และในขณะเดียวกัน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และระบบนิเวศวิทยา ในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ โดยการรักษาสมดุล ในการแบ่งปันผลประโยชน์ของธุรกิจในระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ อย่างสมเหตุสมผล ตั้งแต่ผู้บริโภค พนักงาน บริษัทคู่ค้า ผู้ถือหุ้น และสังคมวงกว้าง รวมถึงสิ่งแวดล้อม

Businessmen adhering to Sufficiency Economy demonstrate the following characteristics;

They are more concerned with sustainable and stable long-term profits than with short-term results. They are well - informed about business-related knowledge, eager to learn new information in order to cope with change, and prudent in decision-making.
They conduct business ethically, with honesty and integrity. They display perseverance and diligence by continuously developing their businesses through improvements in production efficiency and product quality based on changing technologies and market needs.
They are socially responsible and concerned about the environment at every step, while balancing profit - sharing among all stakeholders: consumers, staff/workers, business partners, and shareholders.
การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับนักการเมือง

Application Sufficiency Economy for Politicians

นักการเมืองที่มีหลักคิด และหลักปฏิบัติบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องเป็นตัวอย่างของผู้นำที่มีความเข้มแข็งทางด้านคุณธรรม จริยธรรม มีความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำความผิด แม้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากการกระทำของผู้นำส่งผลกระทบในวงกว้างต่อชุมชน/สังคม และในขณะเดียวกัน นักการเมืองในทุกระดับ จะต้องรู้จักสังคม ชุมชนที่แต่ละคนเป็นผู้แทน อย่างถ่องแท้ มีความเข้าใจระบบการปกครอง และระเบียบปฏิบัติต่างๆตามกฎหมายและขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคม รอบรู้และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยมุ่งที่จะดำเนินวิถีทางการเมือง ให้ท้องถิ่น/ประเทศชาติ มีความก้าวหน้าไปอย่างสมดุลในทุก ๆ ด้าน คนในท้องถิ่น/ประเทศชาติ อยู่อย่างพอเพียง สมัครสมานสามัคคีปรองดองกัน

การกำหนดนโยบาย การออกกฎหมายและข้อบัญญัติต่างๆ ต้องยึดมั่นอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง โดยบำรุงรักษาสิ่งที่ดีที่มีอยู่แล้ว เช่น ค่านิยม องค์ความรู้ สิ่งแวดล้อมที่ดี ให้คงอยู่ ปรับปรุง/แก้ไข/ยกเลิก ส่วนที่ไม่ดี ที่เป็นเหตุให้เกิดความไม่สมดุล ไม่พอเพียง ในสังคม ให้กลับมาสู่แนวทางปฏิบัติที่มุ่งสู่ความสมดุล และสนับสนุนให้เกิดสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ยังขาดอยู่ เช่น ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี การพัฒนาฝีมืออาชีพต่างๆ ให้เกิด ให้มีขึ้น อย่างสมดุลกับศักยภาพ และระดับการพัฒนาของท้องถิ่น/ประเทศชาติ เพื่อนำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองได้ของ คน/ชุมชน ในทุกระดับ

A politician whose conduct is based on Sufficiency Economy can set an example of leadership and moral discipline by being afraid and ashamed of misconduct even on small issues. Any decision or action by a politician tends to have a very wide impact on society.

In addition, politicians at every level have to truly understand local conditions in the communities that they represent. Such politicians also must understand the political system, its laws and regulations, social values and traditional culture, while being well - informed about domestic and international developments.

These politicians will play their roles in such a way as to create balanced progress for people so they can live sufficiently, support themselves, and be harmoniously united.

Making policies and laws based on Sufficiency Economy not only conserves good customs, social values, wisdom, and the environment, but also undoes the damage from any improper behavior that has led to imbalance or unsustainable development. In addition, leaders should encourage the development and adoption of new practices, knowledge, or technologies that prove beneficial, keeping in mind the potential and conditions of the community and nation so that people can be more self-reliant.

การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

Application of Sufficiency Economy for Government Officers

เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องเริ่มต้นสร้างความพอเพียงให้เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลก่อน โดยตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนในการเป็นผู้ให้บริการแก่สังคม และร่วมเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม และอยู่ร่วมกับระบบนิเวศน์วิทยาได้อย่างสมดุล มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต มีสติยั้งคิด ใช้ปัญญาพิจารณาอย่างรอบคอบ ในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ บนพื้นฐานของความมีเหตุมีผล พอประมาณกับศักยภาพและสถานภาพ ของแต่ละบุคคล ในแต่ละสถานการณ์ และหมั่นเสริมสร้างความรู้ ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

การเตรียมนโยบาย แผนงาน หรือโครงการต่างๆ ต้องสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นการพัฒนาที่สร้างความสมดุลในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ให้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยมุ่งให้ประชาชน/ชุมชน สามารถพึ่งตนเอง และสามารถเป็นที่พึ่งของสังคม/ประเทศชาติ ได้ในที่สุด

Government officers and staff should first apply Sufficiency Economy in their own lives; starting with realizing their roles and responsibilities as social-service providers enhancing a social environment in which people can live in harmony within society and in balance with ecology.

Each officer should be morally conscious and honest, leading lives with perseverance and prudence, knowing the causes and effects of their actions, being moderate in his or her life, and having prepared oneself for internal and external change.

An officer should prepare and implement policies, plans, and projects pertinent to Sufficiency Economy with emphasis on the balanced development of economy, society, environment and culture, so that eventually people and the community as a whole can depend on themselves and appropriately cope with challenges in the world.

การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับครูอาจารย์

Application of Sufficiency Economy for Educators

ครูอาจารย์จะต้องทำตนให้เป็นตัวอย่างแก่ นักเรียน/นักศึกษา ในการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงให้ได้ก่อน จึงจะสามารถถ่ายทอด/ปลูกฝัง/อบรม และทำตนให้เป็นตัวอย่างแก่ นักเรียน/นักศึกษา ให้เข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถูกต้อง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ผ่านการบูรณาการในสาระเรียนรู้วิชาต่างๆ ตลอดจนสอดแทรกในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนต่างๆ

การดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ต้องเริ่มจากการตระหนักถึงความจำเป็นของการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม และอยู่ร่วมกับระบบนิเวศน์วิทยาอย่างสมดุล และเข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้ จนเห็นว่าเป็นหลักคิดและหลักปฏิบัติที่จะเสริมสร้างให้สังคมเกิดสันติสุข มีความเจริญก้าวหน้าอย่างสมดุลและยั่งยืน และคนในสังคมมีความสามัคคีปรองดองกัน แล้วฝึกปฏิบัติตนให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต มีสติยั้งคิด ใช้ปัญญาพิจารณาอย่างรอบคอบ ในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ บนพื้นฐานของความมีเหตุมีผล พอประมาณกับศักยภาพและสถานภาพ ของแต่ละบุคคล ในแต่ละสถานการณ์ และหมั่นเสริมสร้างความรู้ในด้านต่างๆ ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

A teacher or lecturer should be a role model for students by living a life based on Sufficiency Economy, so that they can teach by example and be able to guide students to a better understanding of Sufficiency Economy through classroom curriculum and student activities.

To live one’s life based on Sufficiency Economy, it is essential to realize the necessity for human beings to live together in society and also to coexist with nature. One should reflect on and practice sufficiency economy until one believes that the principles will lead to progress in one’s own life and to peace and harmony in society. In practice, one should adhere to morality; honesty and integrity; generosity; self-discipline, patience and prudence in making decisions and taking action; and perseverance in improving oneself continuously. These will lead to self-immunity from change, and enable one to be moderate and reasonable in life, so that one can efficiently rely upon oneself and be capable enough to help others and contribute to society.

--------------------------------


ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่โดย คุณจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Approved by Crown Property Bureau

ขอขอบคุณ Mr. Steve Barth ในการตรวจแก้ไขภาษาอังกฤษ