• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
นายกรัฐมนตรีประกอบพิธีเททองหล่อ “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ”
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ” ในงานพิธีสยามมงคล ตามโครงการสามัคคีธรรมนำสันติสุข ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

วันนี้  เวลา 18.19 น.  ณ  มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์  นายกรัฐมนตรี   เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  ประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ”  ในงานพิธีสยามมงคล  ตามโครงการสามัคคีธรรมนำสันติสุข  โดยมีพลเอก บุญรอด  สมทัศน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  นายเกริกไกร  จีระแพทย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นายแพทย์ มงคล ณ สงขลา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  นายวรากรณ์  สามโกเศศ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  พลเอก พงษ์เทพ เทศประทีป  เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ        โฆษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก 

 

เมื่อเดินทางถึง ณ เวทีใหญ่ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  นายกรัฐมนตรีได้เปิดกรวยเครื่องราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จากนั้นเข้าสู่ปะรำพิธีศาสนาพุทธ  นายกรัฐมนตรีถวายสักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  และจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย  บัณฑิตอาราธนาศีล  พระสงฆ์ให้ศีล 

 

หลังจากนั้น พลเอก วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพิธีสยามมงคล ตามโครงการสามัคคีธรรมนำสันติสุข  กล่าวรายงานผลการดำเนินงานว่า  เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และจะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา  ในปีพุทธศักราช 2550   มูลนิธิพิทักษ์ภูมิไทย  พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า  ทั้งผู้นำศาสนา  ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ  ทหาร พนักงานองค์กรรัฐวิสาหกิจนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนทุกสาขาอาชีพ  ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  และทุกจังหวัดทั่วประเทศ  ต่างพร้อมใจกันร่วมจัดงานพิธีสยามมงคล  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์   

 

การจัดงานในครั้งนี้กำหนดตั้งแต่ วันที่  31 มกราคม ถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์  2550   โดยแต่ละวันจะมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทุกศาสนา  ทั้งในภาคเช้าและภาคเย็น  ภาคเช้าเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-11.00 น.  ภาคเย็นเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น.  รวมระยะเวลา 12  วัน  อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความจงรักภักดี  ด้วยการเขียนคำถวายพระพรลงในแผ่นโลหะ ทองเหลือง ทอง นาค เงิน  เพื่อรวบรวมหล่อ “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร  เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ต่อไป   ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมครั้งนี้จะสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า  สร้างความร่วมมือร่วมใจให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยทุกเชื้อชาติทุกศาสนา  สร้างความสงบสุขร่มเย็นแก่ชาติบ้านเมือง อีกทั้งเป็นการเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติภูมิของพระมหากษัตริย์ ให้แผ่ไพศาลทั่วทิศานุทิศสืบไป   

 

โอกาสนี้ พลเอก วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพิธีสยามมงคล ตามโครงการสามัคคีธรรมนำสันติสุข  ได้กราบนมัสการนิมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และกราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีรับมอบรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวร เป็นของที่ระลึก และเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีเททองหล่อ “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ” เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ปวงชนชาวไทยและประเทศไทย โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะ  ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  และนายกรัฐมนตรีได้ร่วมลงนามถวายพระพรในแผ่นโลหะแผ่นจารึก เพื่อนำมาหล่อ  “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ”  ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 


จากนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานฝ่ายสงฆ์  พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส  ได้ประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป  “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ” เป็นพระพุทธรูปที่ถอดแบบมาจากพระพุทธรูปศิลปะศรีวิชัย ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 ปางประทานพร  หน้าตัก 18 นิ้ว โดยมีความหมายคือ “ผู้ให้แสงสว่างทั้งทางโลกและทางธรรม เปรียบประดุจแสงแห่งพระอาทิตย์ในภาคกลางวัน และพระจันทร์ในภาคกลางคืน  เป็นแสงสว่างอันทำให้เกิดสติปัญญา”  ระหว่างนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา 3 จบ 

 

ในการนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  ได้กล่าวสัมโมทนียกถา มีใจความดังนี้   “นายกรัฐมนตรีพร้อมทั้งคณะกรรมการจัดงาน  ท่านผู้มีจิตเป็นกุศลทั้งหลาย  อาตมาภาพในนามของพระสงฆ์ทั้งปวง  ขออนุโมทนาสาธุการชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้พร้อมใจกันประกอบพิธีภายใต้นามว่า “สยามมงคล”  เพื่อให้เกิดผลคือสันติสุขแก่ประเทศชาติ  บ้านเมือง  พี่น้องประชาชน  ทุกหมู่เหล่า  โดยมุ่งหมายที่สำคัญร่วมกันว่า เมื่อเกิดเป็นความดีโดยประการใด ๆ ก็ตามที่ร่วมกันจากนี้  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  พระราชวงศ์  ซึ่งทรงเป็นหลักของประเทศที่สำคัญยิ่ง  เมื่อท่านทั้งหลายได้พร้อมใจกันตั้งความปรารถนาเช่นนี้   เป็นการแสดงความปรารถนาดี  ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า  ที่ตรัสสอนให้คนทั้งหลายมีความปรารถนาดีต่อกัน  แม้จะเป็นคนธรรมดาสามัญ  แต่ก็ตั้งความปรารถนาดีต่อกันให้สูงเข้าไว้  เพราะความปรารถนาดีต่อกันเท่านั้น  ที่จะเชื่อมโยงให้ถึงกัน  และเกิดสันติสุข  พระพุทธองค์ตรัสสอนให้รู้จักสามัคคีพร้อมใจกัน   ก็เพื่อผลดังที่กล่าวโดยย่อนี้ 

 

สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้พระราชทานพระราชดำรัสดังที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า “รู้รักสามัคคี” คือ ความปรารถนาดีต่อกันนั้นเอง  ความปรารถนาดีต่อกันจะเกิดขึ้นได้ด้วยการตั้งฐานที่ความปรารถนาดีที่จิตใจ  แล้วให้เกิดเป็นการกระทำและการพูดที่แสดงถึงความปรารถนาดี  เมื่อความปรารถนาดีพร้อมกันทั้งสามส่วนคือ  ทั้งกาย วาจา และใจ  จะเป็นเหตุให้เกิดความสันติสุข  จิตใจจึงเป็นรากฐานเบื้องต้นที่ท่านทั้งหลายได้ตั้งไว้ถูกต้องแล้วคือให้มีจิตที่ปรารถนาดีต่อกัน  ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสเรียกจิตอย่างนี้ว่า “กุศลจิต”  แม้จะเป็นกุศลจิตอย่างธรรมดา  แต่ก็มีผลอย่างเดียวคือนำมาซึ่งความสุข  เมื่อสามารถพัฒนาจิตให้สูงขึ้นไปอีกด้วยความมีสมาธิ  และสูงขึ้นไปถึงขั้นปัญญา  มีเหตุมีผล  พิจารณาเห็นความเป็นจริงของสภาพทั้งหลาย   ก็จะทำให้จิตที่เป็นกุศลนั้นสูงขึ้น  จิตที่เป็นกุศลนั้นจะมีผลอย่างเดียวอย่างที่กล่าวแล้ว  ซึ่งมีพระบาลีว่า สุขกะ  วิปากะ  คือมีผลนำมาซึ่งความสุขอย่างเดียวเท่านั้น 

 

ดังนั้น การที่ท่านทั้งหลายได้ร่วมใจกันปฏิบัติเช่นนี้เป็นการประมวลความรู้สึกในใจ ให้เกิดเป็นการกระทำและการพูดรวมกันทั้งสามทาง  ได้พยายามจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่นวันนี้ได้หล่อพระพุทธปฏิมา ซึ่งแทนองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า นั่นเอง  เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี  ซึ่งรวมเป็นรัฐบาลของท่าน  ได้มาเป็นประธานเพื่อแสดงความพร้อมใจกันทุกฝ่าย  ตามที่คณะกรรมการผู้จัดงานได้ตั้งความปรารถนาไว้  การปฏิบัติของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  เป็นการปฏิบัติสอดคล้องกับที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสอน  เพราะมีความรู้สึกมั่นคงต่อพระพุทธศาสนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง  ปรารถนาดีต่อเพื่อนประชาชนร่วมชาติ  จนกระทั่งร่วมโลก  เมื่อท่านมีความปรารถนาดีในใจก็พยายามที่จะแสดงการกระทำและการพูดให้เห็นว่ามีความปรารถนาดีดังกล่าว  ทำให้ทุกฝ่ายทุกท่านซึ่งมาร่วมกันประกอบพิธีในวันนี้  ได้เกิดความปีติมั่นใจว่า คงจะเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่จะนำสันติสุขมาสู่ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา 

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้  อาตมาภาพในฝ่ายพระสงฆ์ทั้งปวง  ขอเจริญพร  เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  คณะของท่าน  คณะกรรมการผู้จัดงาน  ประชาชนผู้มีจิตเป็นกุศลทั้งหลาย  ได้ตั้งจิตอธิษฐานใจรวมพลังเป็นอันเดียวกัน  ขอให้สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ  พร้อมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชวงศ์  ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน  ทรงมีพระราชปรารถนาในสิ่งใดส่วนใด  ขอให้ได้พลันสัมฤทธิ์ตามที่ทรงปรารถนานั้นจงทุกประการ  ขอให้การอธิษฐานพร้อมใจกันขณะนี้  เกิดเป็นความศักดิ์สิทธิสำคัญบันดาลให้เป็นไปตามที่ได้ตั้งใจกันไว้นั้นอย่างฉับพลัน 

 

และถือโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งแล้วนี้   ขอพรจากพระศรีรัตนตรัยได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ความคุ้มครองรักษา “ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วยคณะ   คณะกรรมการผู้จัดงาน  และประชาชนผู้มีจิตอันเป็นกุศลทั้งหลาย  ให้เป็นผู้มีกาย วาจา และใจ  ประกอบด้วยความปรารถนาดีต่อกัน  มีความปรารถนาที่ดีงามในสิ่งใดส่วนใด   ขอให้ความปรารถนานั้นจงทำสำเร็จตามที่ปรารถนาโดยทั่วกัน เทอญ” 

 

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีถวายเครื่องไทยธรรมแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  และได้กราบนมัสการลา  เสร็จแล้วได้เดินทางพบปะผู้นำศาสนา    ต่าง ๆ  ในปะรำพิธีทั้งศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์  พราหมณ์-ฮินดู  และซิกข์  ก่อนเดินทางกลับ

 

ก่อนหน้านี้  ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น.  ภายในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  พระบรมมหาราชวัง  ได้มีพิธีสวดพระปริตร  เพื่อให้ประเทศชาติกลับสู่ความสงบสุข   และคุ้มครองแผ่นดินและประชาชนชาวไทยที่ประสบความเดือดร้อนทุกข์ยาก  ให้อยู่เย็นเป็นสุขถ้วนหน้า  และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์   โดยมีหลวงพ่ออารยวังโส  วัดป่าพุทธ จังหวัดลำพูน  เป็นพระประธาน ซึ่งพลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี  ได้เดินทางมาร่วมในพิธีสวดพระปริตรเป็นการส่วนตัว  ร่วมกับพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก

 


อนึ่ง ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์  2550 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของพิธีสยามมงคล  กำหนดให้มีพิธีหล่อพระพุทธรูป  “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ”  ในเวลา 17.49  น.  และร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลในเวลา 18.59 น.   จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกศาสนา ร่วมในพิธีสยามมงคล ตามโครงการสามัคคีธรรมนำสันติสุข  โดยพร้อมเพรียงกัน

 

--------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์  สำนักโฆษก

วิไลวรรณ รายงาน/จินตนา ตรวจ