www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รัฐบาลอยากให้ครูมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาของชาติ
นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบูชาบูรพาจารย์ และมอบรางวัลเนื่องในโอกาสวันครู ประจำปี 2550 ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

วันนี้ เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบูชาบูรพาจารย์และมอบรางวัลเนื่องในโอกาสวันครูประจำปี 2550 ซึ่งการจัดงานวันครูในปีนี้ใช้ชื่องานว่า “51 ปีวันครู เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจัดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้นำพานดอกไม้คารวะครูบุญมี นพประไพ ซึ่งเป็นครูประจำชั้นของนายกรัฐมนตรีสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลด้วย

ศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ประธานกรรมการ   คุรุสภา ได้กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ในการจัดงาน ดังนี้ 1) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 2) เพื่อระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ 3) เพื่อส่งเสริมและเชิดชูเกียรติวิชาชีพครู 4) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบุคลากรผู้ประกอบวิชาชีพครูกับประชาชนในการพัฒนาการศึกษาของชาติและสังคม ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดงานวันครูได้กำหนดให้จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบโล่รางวัลพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับรางวัลคุรุสภา ผู้ชนะเลิศการประกวดคำขวัญวันครูผู้ชนะเลิศประกวดบทร้อยกรองเทิดเกียรติคุณครู ผู้ชนะเลิศการประกวดข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู และมอบของที่ระลึกให้แก่ นายศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ผู้อ่านโองการอัญเชิญบูรพาจารย์ นายไพบูลย์ เสียงก้อง ครูอาวุโสนอกประจำการ ผู้กล่าวนำพิธีสวดคำฉันท์ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ นายเดชา ธรรมศิริ ครูอาวุโสในประจำการ ผู้กล่าวนำคำปฏิญาณตนเนื่องในโอกาสวันครู พร้อมทั้งมอบโล่ยกย่องครู ผู้มีอุดมการณ์และจรรยาบรรณครู ให้แก่ นางสาวจูหลิง ปงกันมูล และ นายประสาน มากชู

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาร่วมงานวันครู ประจำปี 2550 เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่ให้ความเคารพและยกย่องครู เพราะตระหนักดีถึงบทบาทและหน้าที่ที่มีความสำคัญของครู ซึ่งมีความเสียสละ อดทน ตลอดจนมีความเพียรพยายามที่จะปลูกฝังลูกศิษย์ให้เติบโตขึ้นเป็นคนดี มีคุณธรรมนำความรู้ และเป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองต่อไป

อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมอันดีงามดังกล่าวได้ลดน้อยลงไป เนื่องจากได้มีการเผยแพร่เรื่องราวอันน่าห่วงใยเกี่ยวกับสถาบันครูอยู่เสมอๆ ซึ่งมีผลมาจากหลายปัจจัย ทั้งในส่วนของครู นักเรียน ผู้ปกครอง สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อครู จะต้องเริ่มต้นที่ครู โดยครูจะต้องมีความจริงใจและมีความปรารถนาดีที่จะมอบแต่สิ่งที่ดีๆ ให้กับสังคม ต้องทุ่มเทและเสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ และเวลา ที่จะประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนของเรา เพื่อช่วยกันสร้างสังคมคุณภาพ สังคมคุณธรรม และสังคมแห่งความสมานฉันท์ ที่ทุกคนมีความปรองดอง เอื้ออาทรและช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ในขณะเดียวกันครูก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง การยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต และการมีคุณธรรมจริยธรรม เพราะครูคือแม่พิมพ์ของศิษย์

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าความเป็นครูที่แท้จริงนั้น จะต้องเกิดจากการกระทำและจิตใจ ผู้ที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครูเท่านั้นที่จะเสียสละและอบรมสั่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดีได้ พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าหากครูได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับสังคมแล้ว สังคมก็จะไม่ทอดทิ้งครูเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนครูในทุกๆ ด้าน และอยากเห็นครูมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาของชาติ ด้วยการจัดการศึกษาโดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้ เสริมสร้างความตระหนักในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความสมานฉันท์ สันติวิธี และวิถีชีวิตประชาธิปไตย โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับสถาบันครอบครัว ชุมชน และสถาบันทางศาสนาเข้าด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความขอบคุณครูที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครูมาโดยตลอด ด้วยความเสียสละและมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาของชาติ จนเกิดผลดีต่อการพัฒนาประเทศชาติ ขอให้ผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่านจงภูมิใจในเกียรติภูมิที่ได้รับและรักษาความดีนี้ไว้ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เพื่อนร่วมวิชาชีพและเด็กและเยาวชนต่อไป

-------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

อภิญญา ตันติรังสี/รายงาน จินตนา จ้อยจุมพจน์/ตรวจ