วันนี้ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 12 ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการระงับการเสนอข่าวที่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นการขอความร่วมมือจากสื่อในการนำเสนอข่าวสาร ที่จะไม่สร้างผลกระทบต่อความพยายามของทุกฝ่าย ในการที่จะสร้างความสามัคคีและความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองในช่วงเวลานี้ ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์พิเศษที่ชาติบ้านเมืองต้องการความร่วมมือร่วมใจ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลังจากที่สังคมไทยต้องบอบช้ำมานานจากความแตกร้าวเป็นฝักเป็นฝ่ายทางการเมืองของประชาชน รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มีวาระในหน้าที่ที่มีกรอบเวลาชัดเจน มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการร่างรัฐธรรมนูญและการจัดให้มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมโดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและสื่อมวลชนในการบริหารบ้านเมือง และในการสร้างสรรค์สังคมไทยสู่ความสมานฉันท์ แม้ว่าบ้านเมืองขณะนี้อยู่ในสภาวะพิเศษที่มีการประกาศกฎอัยการศึกและคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐบาลก็ได้เปิดรับฟังข้อชี้แนะ คำแนะนำจากประชาชน สื่อมวลชนอย่างเต็มที่ โดยมิได้มีการจำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนแต่อย่างใด ซึ่งประชาชนและสื่อมวลชนควรจะเห็นได้ว่า เป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากสภาวะในอดีต ที่การนำเสนอข้อมูลข่าวสารของฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกับรัฐบาลถูกปิดกั้น
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ให้คำแนะนำ และส่วนใหญ่ได้นำเสนอข้อมูลข่าวสาร การวิเคราะห์ในเชิงสร้างสรรค์ สนับสนุนการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อีกทั้งก่อนหน้านี้ สื่อมวลชนได้มีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องสมดุล ช่วยให้ประชาชนรับทราบและตระหนักถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาลในอดีต จนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ได้เกิดขึ้น รัฐบาลหวังในความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนงที่จะทำหน้าที่ร่วมกับรัฐบาลในภารกิจหลักที่นายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือ ขอการสนับสนุนจากสื่อไว้ ทั้งการแก้ไขปัญหาความแตกแยกในสังคมและการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
-----------------------
ปวีณา ปริวัตนศักดิ์ รายงานจากเมืองเซบู ฟิลิปปินส์
กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก

