www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
เพิ่มกำลังคุ้มครองครู นักเรียน โรงเรียนภาคใต้ตลอด 24 ชั่วโมง
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้แก่สถานศึกษา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเพิ่มมาตรการดูแลป้องกันชีวิตครู และให้ความปลอดภัยกับนักเรียน โรงเรียน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ เวลา 10.30 น. ณ ห้องสีเขียว  ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้แก่สถานศึกษา โดยมี นายวิจิตร  ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก พงษ์เทพ  เทศประทีป เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร้อยเอก ยงยุทธ  มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  คุณหญิงกษมา  วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  นางจรวยพร  ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายพงศ์โพยม  วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  นายพระนาย  สุวรรณรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พลเอก มนตรี  สังขทรัพย์ เสนาธิการทหารบก พลโท วิโรจน์  บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4  และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม 

                  
 ภายหลังการประชุม นายวิจิตร  ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   นายพระนาย  สุวรรณรัฐ  ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ พลโท วิโรจน์  บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมกันแถลงผลการประชุม ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล  ตึกนารีสโมสร  สรุปได้ดังนี้ 

                  
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวถึงสาระสำคัญการประชุมว่า  ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ศอ.บต. แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนครูจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้ประชุมร่วมกันในประเด็นหลักที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัด   ที่กระทรวงศึกษาธิการได้รายงานถึงเหตุการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษา  โดยเฉพาะการเผาโรงเรียน  การลอบทำร้ายครู อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเกือบจะเรียกว่าเป็นรายวัน   ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ  ในระดับพื้นที่ได้มีการประสานงานในพื้นที่ระหว่าง ฝ่ายความมั่นคง  ฝ่ายปกครอง  หน่วยงานในพื้นที่ทุกฝ่ายได้ทำงานร่วมกันเพื่อดูแลคุ้มครองความปลอดภัยให้ครูได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อเด็กนักเรียน  ในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษและได้ลงไปในพื้นที่ด้วยตนเอง   ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าปัญหานี้มีผลกระทบต่อขวัญ กำลังใจของครูที่หลายครั้งต้องหยุดการสอนทำให้ส่งผลกระทบต่อเด็ก   จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำมาทบทวนเพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้  ให้เรื่องการปองร้ายครูลดลงหรือหายไป   และจะได้ช่วยกันพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้   เพื่อให้การศึกษาเป็นปัจจัยหนึ่งในการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ในพื้นที่ในระยะยาว   ทั้งนี้ ผู้บริหารการศึกษาที่ได้ไปประจำอยู่ในเขตพื้นที่  ได้นำเสนอปัญหาและแนวทางการแก้ไขต่อที่ประชุม  โดยส่วนใหญ่เป็นการประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  การรายงานข้อเท็จจริงจากผู้แทนครู  ผู้แทนเขตพื้นที่การศึกษา   ซึ่งที่ประชุมได้ทบทวนถึงมาตรการที่ดำเนินการไปแล้วในหลาย ๆ เรื่องแต่ยังไม่ได้ผล  พร้อมกับหารือถึงการที่จะต้องเพิ่มเติมมาตรการหรือปรับเปลี่ยนมาตรการอย่างไร  เพื่อให้ดูแลป้องกันชีวิตครูและให้ความปลอดภัยกับโรงเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ 

                  
ต่อข้อถามว่ามีข้อสรุปในแนวคิดที่จะให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปประจำในโรงเรียนหรือไม่  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยเดิมที่ได้มีการวางกำลังคุ้มครองครู นักเรียน โรงเรียน  ที่เป็นมาตรการที่ดีอยู่แล้ว   พร้อมกับพิจารณาถึงการเสริมในบางส่วนที่ยังมีจุดอ่อนอยู่  เพื่อให้มีความมั่นใจได้มากขึ้น  ได้มองกันทุกด้าน  ซึ่งทางโรงเรียนก็มีความเข้าใจและเตรียมการป้องกันตนเองโดยประสานกับคณะกรรมการสถานศึกษา  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  ซึ่งส่วนนี้ทางโรงเรียนดำเนินการเองได้   แต่ในส่วนที่โรงเรียนไม่สามารถทำได้ตามลำพัง ต้องพึ่งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ศอ.บต.ก็จะมีมาตรการเสริมเข้ามา 

                  
ด้านแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวเสริมว่า  การหารือกันในวันนี้แต่ละพื้นที่เงื่อนไขสถานการณ์และลักษณะการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้ามไม่เหมือนกัน   ฉะนั้นแต่ละพื้นที่จะมีการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน  ไม่เฉพาะแต่ตำรวจ ทหาร  โดยจะมี อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. และภาคประชาชนโดยเฉพาะผู้ปกครอง  ให้มีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยด้วย   ส่วนเรื่องกำลังรักษาความปลอดภัยขึ้นอยู่กับครูว่าต้องการให้มีอยู่ระหว่างที่ทำการสอนหรือไม่  ซึ่งก็มีอยู่  หรือบางจุดก็จะมีการลาดตระเวนไปรอบ ๆ พื้นที่   โดยจะมีลักษณะแตกต่างกันไป  ไม่เป็นรูปแบบที่แน่นอนในพื้นที่ 3 จังหวัด

                  
ต่อข้อถามว่าจะมีการให้ครูพกพาอาวุธปืนไปโรงเรียนได้หรือไม่  แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า  แล้วแต่ครู  แต่ไม่ต้องการให้ครูไปต่อสู้  เพราะครูมีหน้าที่ในการสอนหนังสืออย่างเดียว  แต่หากเป็นเวลาส่วนตัวของครู เช่น ไปจ่ายตลาด ก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง   แต่ในขณะที่ครูเดินทางหรือทำการสอน  จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับครูตลอดเวลา 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีมาตรการใดที่จะให้ความมั่นใจกับครูได้หรือไม่  แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า  มี แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ในขณะนี้ว่าจะทำอย่างไร แต่เท่าที่ได้หารือกันแล้ว  ครูมีความพอใจ  ที่เจ้าหน้าที่สามารถทำตามที่ครูต้องการได้ตามที่ได้ตกลงกันเป็นรายจุด รายคน  รายคณะ โดยขณะนี้ได้เริ่มแล้ว หากครูคนใดเห็นว่าไม่ปลอดภัยก็ได้ตกลงกันว่ายังไม่ต้องไปสอน 

                  
ต่อข้อถามว่า  ทำไมจึงมีการเปลี่ยนเป้าหมายจากการทำร้ายชาวบ้านเป็นการทำร้ายครู แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า  ไม่ได้เป็นการเปลี่ยน  เป้าหมายยังเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นครู  บางทีถ้าเขาหาเป้าหมายได้  ก็ยิงคนเก็บขยะ คนพิการ  อยากจะถามคนพวกนี้เหมือนกันว่าจิตใจทำด้วยอะไร   ทำไมถึงอำมหิต เพราะไม่มีศาสนาใดสอนให้มีความอำมหิตเช่นนี้  ถึงแม้จะมีการปลุกปั่น ปลุกระดม  ซึ่งเป็นหน้าที่ที่จะต้องดูแลว่าที่ใดมีการปลุกระดมบ้าง 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีการจัดโซนพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า   มี แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าที่ใดเสี่ยงหรือไม่เสี่ยง  แต่ละพื้นที่มีการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน  แต่ทราบว่าจุดใดจะรักษาความปลอดภัยให้ครูในลักษณะใด  ฝ่ายตรงข้ามก็ติดตามข่าวสารจากสื่ออยู่เพื่อหาทางแก้  เราก็ต้องแก้จุดอ่อนของเราและพยายามจะใช้มาตรการตอบโต้เมื่อจำเป็นหรือเมื่อมีโอกาส 

                  
“ พลังมวลชนส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นของเราอยู่  แต่ที่ไม่กล้าแสดงออกอะไรเพราะเกิดความหวาดกลัว  เขาใช้วิธีนอกกฎหมาย  ถ้าไม่เป็นพวกก็ยิงทำร้าย  เหมือนกับทางอิรัก  ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมหรือไม่  ถ้าไปเข้าข้างเจ้าหน้าที่เขาจะทำร้าย  ทำให้ไม่กล้าแสดงออก  แต่ในบางพื้นที่เราก็เข้าไปดำเนินการจัดการ  แยกระหว่างคนดีกับคนไม่ดี   เอาคนไม่ดีออกจนหมด  แล้วจัดตั้งพลังมวลชนของฝ่ายเรา  และต่อไปคงจะอยู่กันอย่างถาวร เพราะเรามีทหารพรานที่จะลงมา 10 กองร้อยในเร็ว ๆ นี้  และจะตามมาอีก 20 กองร้อยในเดือนเมษายน   ซึ่งเป็นคนในพื้นที่นั้น  หมู่บ้าน ตำบล อำเภอนั้น  ความหวาดระแวงจะไม่มี  เพราะเป็นลูกหลานเขา  ลงไปดูแลความปลอดภัยให้หมู่บ้านของเขาเอง  ถ้ามีข่าวสารอะไรญาติพี่น้องก็ต้องมาแจ้ง เพราะเขาต้องเป็นห่วงลูกหลาน  เรื่องนี้เป็นขั้นตอนต่อไป  ต้องใช้เวลา  ทุกคนเร่งอยากจะให้เกิดโดยเร็ว  แต่ต้องทำให้มั่นคง   ทั้งนี้ ทหารพรานที่จะลงไปในพื้นที่ไม่ได้กลับไปในพื้นที่เพื่อเป็นหน่วยสังหาร  หรือเป็นหน่วยไล่ล่า  แต่ไปทำความเข้าใจ  ไปดูแลความสงบสุข  พวกที่คิดไม่ดีต้องอยู่ไม่ได้   ซึ่งเมื่อกำลังทหารพรานลงไปแล้วคาดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว 

                  
ต่อข้อถามว่า  ศอ.บต.จะมีบทบาทอย่างไรในการที่จะช่วยดูแลครู  ผอ.ศอ. บต. กล่าวว่า  ภารกิจในการดูแลรักษาความปลอดภัยครู นักเรียน โรงเรียน  เป็นหน้าที่ของฝ่ายกำลัง  แต่ก็ต้องกอดคอกันทำงาน  ฉะนั้นงานที่เป็นด้านเสริม  กระทรวงมหาดไทยได้ดูแลเต็มที่  โดยพยายามเพิ่มอส. ในพื้นที่เป้าหมาย  เพิ่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านละ 1 คน เป็นหมู่บ้านละ 4 คนเป็นอย่างน้อย   เพื่อให้เกิดความอุ่นใจในพื้นที่ได้มากขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง   นอกจากนี้ได้ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ  ทำให้ผู้ปกครอง หรือกรรมการสถานศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่   พร้อมกับพยายามหาปัจจัยมาช่วยผู้นำศาสนา  ที่เปรียบได้ว่ามีสนาม มีนักกีฬาแล้ว แต่ยังไม่มีลูกบอลส่งลงไป   ศอ. บต. กำลังเจรจาเพื่อช่วยเหลือด้านงบประมาณให้คณะกรรมการสถานศึกษาได้มีบทบาทมากขึ้น   ถ้าชุมชนมีส่วนร่วมมากขึ้นแล้ว  การดูแลความปลอดภัยสถานศึกษา  นักเรียนและครูน่าจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

                   
“ ในช่วงปลายเดือนนี้  นายกรัฐมนตรีจะลงไปในพื้นที่อีกครั้ง  และจะได้เริ่มดำเนินโครงการให้บุคลากรของรัฐได้เข้าไปทำงานอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และยั่งยืนมากขึ้น  โจทย์คือทำอย่างไรจะสร้างศรัทธาให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ หมู่บ้าน  ให้กลับมามีศรัทธาต่อบุคลากรของรัฐ และรัฐ ได้เร็วขึ้นในที่สุด  ซึ่งสิ่งที่จะทำร่วมกันนี้  นายกรัฐมนตรีได้มอบแนวทางให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว  โดยจะพยายามสนธิกำลังภาคพลเรือนทั้งหมดที่ควรจะต้องปฏิบัติงานในพื้นที่  เป็นการทำงานในเชิงบวก ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต  เข้าไปยังพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้มวลชนเกิดความมั่นใจในภาครัฐมากขึ้น  ซึ่งจะต้องทำควบคู่กันไปกับฝ่ายกำลัง ”  ผอ.ศอ. บต. กล่าว 

                                     
-------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิมลมาส  รัตนมณี / รายงาน

จินตนา  จ้อยจุมพจน์ / ตรวจ