วันนี้ เวลา 14.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงานแนะนำรายงานด้านการพัฒนามนุษย์ของประเทศไทย ปี 2550 (Thailand Human Development Report 2007)พร้อมทั้งกล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ “เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนามนุษย์”
(Sufficiency Economy and Human Development) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสเปิดงานแนะนำรายงานด้านการพัฒนามนุษย์ของไทยในปี 2550 ซึ่งมีหัวข้อเรื่องว่า “เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนามนุษย์” และในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง รู้สึกเป็นเกียรติที่องค์การสหประชาชาติ ภายใต้โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้ให้ความสำคัญกับคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักอย่างจริงจังถึงคุณค่าของปรัชญาดังกล่าวในการส่งเสริมการพัฒนามนุษย์ทั่วโลก
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รายงานฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การเผยแพร่รายงานนี้ยังเป็นถวายสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากการที่องค์การสหประชาชาติได้ทูลเกล้าถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 ด้วยพระราชหฤทัยที่คำนึงถึงทุกข์สุขของประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชนไทยทั้งประเทศ โดยทรงเห็นว่า ปรัชญานี้จะสามารถใช้เพื่อลดผลกระทบทางลบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และป้องกันเหตุการณ์ซึ่งสามาถนำไปสู่วิกฤตในครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติโดยรวม ดังที่ได้รับการจุดประกายจากแนวพระราชดำริ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการนำไปปรับใช้อย่างกว้างขวางในประเทศไทยภายหลังวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2540 ความสำคัญของปรัชญานี้เพิ่มสูงขึ้นทุกปี กระทั่งถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และในขณะนี้ เราสามารถเห็นได้ว่าปรัชญาดังกล่าวได้หยั่งรากลึกในสังคมไทย กลายเป็นปรัชญาชี้นำยุทธศาสตร์และนโยบายการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550-2554
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลได้ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาประเทศและกำหนดความท้าทายหลัก ได้แก่ การส่งเสริมการพัฒนามนุษย์ การลดความไม่เท่าเทียมทางรายได้ และการส่งเสริมรากฐานที่เข้มแข็งเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังใช้ทฤษฎีที่ให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยเฉพาะการสร้างความสมดุลระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบทให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง พร้อมๆ ไปกับความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก รัฐบาลไทย เชื่อมั่นว่าการนำปรัชญาดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต จะเป็นการส่งเสริมกิจกรรมทางสังคมและนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ขยายโอกาสของประชาชนเพื่อให้เข้าถึงสุขภาพดี ความมั่นคง เสรีภาพ และศักดิ์ศรี
รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนามนุษย์ การสร้างบรรยากาศที่เอื้อเพื่อให้ประชาชนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยการจัดหาเครื่องมือต่างๆ อาทิ การสะสมองค์ความรู้ การเข้าถึงทรัพยากร รวมทั้งการมีส่วนร่วมในชุมชน ซึ่งหากไม่มีความสามารถดังกล่าวนี้ ก็ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสต่างๆ ในชีวิตได้ ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียงจึงหมายถึงการสร้างอำนาจ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นความพยายามของรัฐบาลไทยในการบริหารประเทศด้วยแนวทางสายกลาง สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพมากกว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วแต่เปราะบาง ยึดมั่นการพัฒนาอย่างยั่งยืน นโยบายเศรษฐกิจมหภาคเข้มแข็งและการแบ่งปันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม ในขณะเดียวกันหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่มากเกินไป ทำให้สังคมขาดคุณภาพรวมทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างไร้ประโยชน์
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้ความสำคัญต่อ “ภูมิคุ้มกัน” หมายถึง การส่งเสริมความสามารถของชุมชนในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทั้งภายในและภายนอก อาทิ การตกต่ำทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเจ็บป่วย และการเก็บเกี่ยวที่ไม่ได้ผล ในระดับประเทศนั้น “ภูมิคุ้มกัน” ตามแนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียง ยังช่วยให้สร้างความยืดหยุ่นให้แก่เศรษฐกิจมหภาค เพื่อสามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงตามเศรษฐกิจโลกรวมถึงผลร้ายที่เกิดจากโลกาภิวัตน์
นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เป็นการปฏิเสธโลกาภิวัตน์ ในทางตรงกันข้ามยังเป็นการเพิ่มความรับผิดชอบและเป็นหุ้นส่วนที่มั่นคงสำหรับมิตรประเทศ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมความสามารถของประชาชนในการแสวงหาประโยชน์ และหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้น
ในการนี้ รัฐบาลจะใช้พัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นการวางแรกฐานให้กับทุกระดับให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก่อน เพื่อให้เกิดความสามารถที่จะไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ต่อไป โดยเน้นการนำหลักการสำคัญ 4 ประการ อันได้แก่ ความโปร่งใส ความเท่าเทียมกัน ความประหยัด และความมีประสิทธิภาพ มาใช้อย่างสมดุล และหลักการสำคัญ 4 อย่างนี้ จะเป็นถูกใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาทุกโครงการการพัฒนาของรัฐบาล ควบคู่ไปกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจอย่างสูงว่า หลักปรัชญาดังกล่าวจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานรากในสังคมไทยในช่วงเวลาที่ประเทศต้องรับมือกับสิ่งท้าทายจากโลกาภิวัฒน์ ด้วยความสมดุลและยั่งยืน โดยการใช้หลักการเดินทางสายกลาง ซึ่งมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง รัฐบาลเลือกที่จะใช้ต้นทุนอย่างคุ้มค่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนไทย
ในนามของรัฐบาลไทย นายกรัฐมนตรีขอขอบคุณโครงการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติ (UNDP) ที่ร่วมเชิดชูหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การตีพิมพ์และเผยแพร่ รายงานการพัฒนามนุษย์ของประเทศไทย ปี 2550 (Thailand Human Development Report 2007) ในเวลาที่เหมาะสม และช่วยเปิดโอกาสให้พวกเราได้เรียนรู้มุมมองของนานาชาติ และจะช่วยสร้างความเข้มแข็งในความพยายามดังกล่าว
รายงานฉบับนี้ จะช่วยเผยแพร่หลักเศรษฐกิจพอเพียงต่อนานาชาติ ในห่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ อาทิ ภาวะโลกร้อน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเน้น ความพอดี การบริโภคที่มีความรับผิดชอบ ภูมิต้านทานต่อความเปลี่ยนแปลงภายนอก ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่กับทุกประเทศและชุมชนทั่วโลก โดยนายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะให้ประโยชน์กับพวกเราทุกคน ในขณะที่เราต้องพัฒนาไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอแสดงความขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับ UNDP ในการจัดงานนี้ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นเวลาอันสมควรแล้ว สำหรับเปิดงานแนะนำรายงานการพัฒนาของประเทศไทยปี 2550 (Thailand Human Development Report 2007)
-------------------
กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ปวีณา รายงาน/วิสูตร ถ่ายภาพ/ณัฐวุฒิ เทคนิค

