www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งทำคดีระเบิดให้เร็วที่สุด
พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้เดินทางเข้าพบ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรายงานความคืบหน้าเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา

วันนี้ เวลา 09.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้เดินทางเข้าพบ พลเอก  สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า

จากนั้น พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า พลเอก สนธิฯ ได้มารายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เพราะขณะนี้ทุกฝ่ายมีความเป็นห่วง และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ก็ขอชี้แจงว่ารัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวให้ลุล่วงไป พร้อมกันนั้นในส่วนของการป้องกันก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน และทางเจ้าหน้าที่ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือจากประชาชน แต่มีอีกส่วนหนึ่งที่ยังโทร. มาแจ้งข่าวลวง ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่เสียเวลา ขอเรียนว่าผู้ที่พบสิ่งต้องสงสัย ขอให้ชี้แจงด้วยความเป็นจริง เราไม่อยากที่จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับประชาชน เช่นเดียวกันผู้ที่ปล่อยข่าวลวงมาหรือโทร.มาลวงเจ้าหน้าที่ก็ควรจะระงับการดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสถานการณ์อะไรที่ยังน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะงานวันเด็กที่จะถึงนี้ หลายฝ่ายมีความเป็นห่วง ซึ่งได้มีการหารือในเบื้องต้นว่าจะมีมาตรการในการป้องกันที่จะทำให้ผู้ที่ไม่หวังดีนั้นไม่สามารถก่อเหตุร้ายได้อย่างไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถเปิดเผยความคืบหน้าเหตุระเบิดได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ในรายละเอียดจริง ๆ เจ้าหน้าที่ได้นำภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดมาดูและติดตามบุคคลซึ่งอาจจะถือว่าเป็นบุคคลต้องสงสัย เพราะถือว่าเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่พอมีอยู่ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า บุคคลต้องสงสัยที่เห็นในภาพสามารถชี้ชัดได้หรือไม่ว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกำลังติดตามอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากหลักฐานที่มีอยู่พอจะบอกได้หรือไม่ว่าจะมีความชัดเจนในคดีได้เมื่อไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงไม่ต้องการที่จะไปกำหนดระยะเวลา อยากให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาที่มีอยู่เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ และทุกคนทราบดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นประชาชนให้ความสนใจ จึงไม่อยากไปกำหนดเวลา เพราะไม่อยากไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ด้วยเวลา แต่ได้ขอร้องว่าขอให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวการปลด พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากไม่สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีการปลด เรียนตรงนี้ว่ายังไม่มี ซึ่งอยากให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ในช่วงเวลานี้ ไม่มีอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวระบุว่าจะใช้เงื่อนไขการจับตัวบุคคลที่เป็นมือวางระเบิดมาเป็นตัวชี้วัดผลงานของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้เป็นผู้กำหนดเงื่อนไขดังกล่าว และขณะนี้ยังไม่มีตัวชี้วัดใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าภายใน 1-2 เดือนนี้อาจจะมีเหตุร้ายขึ้นอีกทำให้ประชาชนหวาดผวา จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าเราไม่ประมาทดีกว่า ถ้าเราประมาทและเกิดเหตุการณ์ขึ้น เราก็จะเสียใจกัน แต่ถ้าเราตั้งอยู่บนความไม่ประมาท และระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก คิดว่าน่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้าพบของประธาน คมช. วันนี้ได้มีการหารือถึงการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีการหารือเรื่องนี้ แต่มาหารือถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ระเบิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คมช.ออกมาตั้ง 3เงื่อนไขว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณฯ จะเดินทางกลับประเทศ ต้องยอมรับหมายเรียกและหมายจับ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของทาง คมช.รัฐบาลยังไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร

------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนัก