วันนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสและเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายว่า ประชาชนที่ได้รับโทรศัพท์ข่มขู่วางระเบิดจากผู้ไม่หวังดี สามารถที่จะโทรศัพท์แจ้งมายังสายด่วน 1111 ได้ ทางศูนย์ดังกล่าวสามารถตรวจสอบหาโทรศัพท์ลึกลับที่โทร.ข่มขู่ได้ทันที โดยขอให้แจ้งเวลาและสถานที่ที่ผู้ไม่หวังดีโทร.เข้ามา ซึ่งทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปที่ชุมสาย เพื่อยืนยันได้ว่าเป็นโทรศัพท์มาจากหมายเลขใดหรือตู้ชุมสายที่ใด เพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนต่อไปได้ ซึ่งขณะนี้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 ศูนย์มิสกวัน แจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมเป็นต้นมา มีประชาชนโทรศัพท์แจ้งเบาะแสเข้ามามาก ผ่านทางหมายเลข 02- 2811828
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการรับมือสถานการณ์ความวุ่นวายต่อไปอีก1-2 เดือนนั้น ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงเตรียมพร้อมเต็มที่ทั้งทหารและตำรวจในและนอกเครื่องแบบที่ลงพื้นที่ รวมทั้งงานด้านการข่าว แต่ในส่วนของประชาชนคงต้องขอความร่วมมือ และต้องตระหนักว่าขณะนี้มีบุคคลที่ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล จึงต้องร่วมกันประณามและผนึกกำลังกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ไม่ว่าจะเหตุการณ์ระเบิดหรือภัยนอกเหนือจากนี้ ที่ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาได้ ทั้งนี้วิถีชีวิตของพี่น้องคนไทยคงจะเปลี่ยนแปลงไประดับหนึ่ง ต้องดำเนินชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาท ที่สำคัญคือความสมานสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีน้ำใจต่อกันในประเทศชาติของเรา ซึ่งต้องผนึกกำลังช่วยกันสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งในด้านจิตใจ ไม่อ่อนไหวต่อข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวป่วน เพราะที่ผ่านมาสังคมอาจมีความกังวลใจจากคำทำนายคำพยากรณ์จากส่วนต่าง ๆ ที่ออกมาบวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จึงขอให้ทุกคนมีสติในการดำรงชีวิต อย่าตื่นตระหนกกับข่าวที่เกิดขึ้น
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้จากเหตุการณ์ข่าวลือเรื่องการปฏิวัติซ้อนเมื่อคืนที่ผ่านมา(4 ม.ค.) เห็นชัดเจนว่า พอมีข่าวลือขึ้นมาแล้วไปสู่ปากต่อปาก ก็มีการขยายความไปเรื่อย ๆ ดังนั้นหากมีคนไม่หวังดีปล่อยข่าวลือออกมา ดีที่สุดคือให้ประชาชนสอบถามจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และติดตามรับฟังข่าวสารจากสื่อของรัฐที่จะแถลงการณ์ชี้แจงสถานการณ์ออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะไม่เช่นนั้นข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงจะกระจายไปอย่างรวดเร็ว สร้างความสับสนอลหม่าน ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีจิตใจอ่อนไหว จึงขอให้ทุกคนมีความหนักแน่น มีสติและมีความมั่นใจรัฐบาลและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)ในการดูแลสถาน การณ์ในขณะนี้ ซึ่งพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธาน คมช. และผู้ใหญ่ของ คมช.ทุกคนได้ยืนยันย้ำแล้วถึงความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เช่นเดียวกับรัฐบาลที่จะดูแลชาติบ้านเมืองให้สงบร่มเย็นและนำไปสู่การเลือกตั้ง และการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการร่างรัฐธรรมนูญตามกำหนดเวลาที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้รัฐบาลเปลี่ยนทิศทางไป
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการที่นายกรัฐมนตรีและประธาน คมช. สรุปว่าผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดเป็นผู้เสียประโยชน์ทางการเมืองนั้น ไม่ถือว่าสรุปเร็วเกินไป เพราะเป็นการให้น้ำหนักจากข้อมูลที่มีอยู่ ทั้งจากข่าวกรองและทางตำรวจ แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปชี้ชัดว่าเป็นกลุ่มใด บุคคลใดโดยเฉพาะเจาะจง และไม่ได้หมายความว่าตัดประเด็นอื่นออกไป ยังต้องสอบสวนต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า รายงานการข่าวมีรายชื่อพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดด้วย โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าไม่มี และอย่าเพิ่งไปสนใจ เพราะเป็นข่าวที่จะไปสร้างความสับสนขึ้นมา ขอให้ทุกคนติดตามการสอบสวนดีกว่า สิ่งสำคัญคืออย่าไปตอบโต้กันไปมา บ้านเมืองเรากำลังต้องการความสมานฉันท์สามัคคี และขอความกรุณาอย่าไปตีความคำพูดของนายกรัฐมนตรีจนก่อให้เกิดความสับสนแตกแยก
-----------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

