www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือให้ตรวจสอบข้อมูลกับ กอ.รมน.
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังที่พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และคณะ เข้าพบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับข่าวลือที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นและค่ำเมื่อวานนี้

วันนี้ เวลา 11.10 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล  ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล  พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังที่พลเอก สนธิ  บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)   และคณะ เข้าพบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

                  
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ประธาน คมช. และคณะได้เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับข่าวลือที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นและค่ำเมื่อวานนี้    โดยข่าวลือดังกล่าวสร้างความตระหนกตกใจให้กับประชาชน   และถือได้ว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การวางระเบิดในช่วงที่ผ่านมา    รวมทั้งเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกขึ้นกับประชาชน   เมื่อประชาชนได้รับข่าวลือก็ขอความกรุณาให้ประชาชนได้ตรวจสอบข่าวลือกับทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) หรือโทรศัพท์ไปที่ศูนย์วิทยุตำรวจ เพื่อตรวจสอบ  โดยทางศูนย์ฯ จะรับข้อมูลและแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป    ซึ่งเท่าที่ได้หารือกับประธาน คมช. แล้ว  จะทำการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้มากขึ้น   แม้ในช่วงที่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง  ก็จะแจ้งให้ทุกคนได้รับทราบว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายในลักษณะการสับเปลี่ยนกำลังหรือเป็นในลักษณะใด  

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า  ต้นตอที่มาของข่าวลือเป็นเพราะสาเหตุของการปรับเปลี่ยนกำลังใช่หรือไม่  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ยังไม่ทราบว่าต้นตอมาจากที่ไหน  เป็นข่าวที่ลือกันโดยทั่วไป สาเหตุของข่าวลือคงจะต้องติดตามกันต่อไป   คิดว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่จะสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น  

                  
" ต้องขอให้ประชาชนช่วยตรวจสอบ  ถ้ามีความสงสัย   ขอให้ตรวจสอบมายังเจ้าหน้าที่ของรัฐ    แน่นอนว่าผู้ที่ดำเนินการก็หวังที่จะให้เกิดผล  ในส่วนของรัฐบาลจะหาทางแก้ไข  สร้างความเข้าใจ  ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น  เกิดความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้น  ซึ่งมาตรการต่าง ๆ จะมีการดำเนินการในช่วงต่อไปตามลำดับ  ในขณะนี้ยังไม่สามารถชี้แจงในรายละเอียดได้ " นายกรัฐมนตรีกล่าว 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่ากระบวนการก่อเหตุระเบิดเป้าหมายสูง   นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ในขณะนี้คงวิเคราะห์ได้เพียงเท่านั้น  เพราะเราไม่ได้เป็นคนทำ  เป็นการวิเคราะห์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  จากหลักฐานที่มีอยู่ 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ปล่อยข่าวลือเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ทางการเมืองใช่หรือไม่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ยังไม่สามารถจะระบุกลุ่มบุคคลได้  แต่เหตุการณ์แสดงถึงความเชื่อมโยง 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า  ประธานคมช. ได้แจ้งถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วางระเบิดหรือไม่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ไม่ได้แจ้ง  เพียงแต่หารือกันว่าจะหาทางแก้ไขกันอย่างไร  ยังไม่มีการแจ้งผลสรุปการตรวจสอบมา  คงต้องไปถามประธาน คมช.   เพราะส่วนที่มาคุยกันวันนี้ยังไม่ได้แจ้ง 

                  
ต่อข้อถามว่า ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตือนรัฐบาลในเรื่องของการแก้ไขปัญหา  พร้อมกับเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา   โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  รับมา  แต่ขอเรียนด้วยความจริงใจในส่วนนี้ว่า  ในเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่จะมีการปรับกระบวนการยุติธรรมนั้น  ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  แต่จะดูในทุก ๆ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  จะต้องทำทั้งระบบ  มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมซึ่งเราอาจจะไม่ทราบ  แต่เป็นความยุติธรรมซึ่งอาจจะมีข้อติติง  มีความบกพร่องเกิดขึ้นได้ แม้กระทั่งผู้ที่ถูกพิพากษาไปแล้ว  ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่  ทั้งในการดูแล  ทั้งในลักษณะที่ว่าบุคคลเหล่านั้นอาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์  เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องดูแลทั้งระบบให้ครอบคลุม  ไม่ใช่เฉพาะตำรวจ  ซึ่งตอนนี้รัฐบาลได้จัดความสำคัญเร่งด่วนไว้แล้ว   โดยจะดูแลในเบื้องต้นคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ที่มีคณะกรรมการดูแลและจะส่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการมาให้รับทราบในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ความวุ่นวายปั่นป่วนที่นายกรัฐมนตรีได้พูดในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าจะยังมีอีกวาระหนึ่ง   นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า   เพียงแต่ให้ข้อคิดเห็นในฐานะที่ถือได้ว่ามีข้อมูลจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ว่าควรจะต้องมีความระมัดระวังไปอีกระยะหนึ่ง  ซึ่งระยะนี้ไม่แน่ใจว่าจะยาวมากขนาดไหน  แต่จะต้องมีการเฝ้าระวังเพื่อดูแลสถานที่  ดูแลตัวเอง  ช่วยกันไประยะหนึ่ง  โดยระยะนี้ในเบื้องต้นคิดว่าเป็นระยะประมาณ 1 – 2  เดือน  ที่จะต้องติดตามประเมินผลกันอีกครั้ง 

                  
ต้อข้อถามว่า ระยะเวลา 1 -2 เดือนนี้เป็นไปได้หรือไม่ที่จะยกเลิกการทูลเกล้าฯ ยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ที่ประกาศไปแล้ว  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  กระบวนการในเรื่องของการยกเลิกกฎอัยการศึกได้ดำเนินการไปแล้ว  เราคงไม่ได้ยกเลิก  และไม่มีการทบทวนเพราะเป็นมติคณะรัฐมนตรีไปแล้ว    ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า  ทำไมกระบวนการยกเลิกถึงได้ช้า  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  คงจะต้องไปติดตามเพราะว่าการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย  ต้องผ่านกระบวนการหลายช่วง 

                  
ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการระยะสั้นในการดูแลสถานการณ์ในตอนนี้  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  สิ่งแรกที่อยากจะเรียนคือความร่วมมือของพวกเราทุกคน   ถ้าทุกคนร่วมมือกันโดยฉพาะการเฝ้าระวัง  การตรวจสอบ  ทุกคนก็จะสามารถให้ข่าวที่ถูกต้องกับประชาชนได้  ไม่ใช่ให้ข่าวลือ  ซึ่งตรงนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ และสื่อ  ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความวุ่นวาย  1 - 2 เดือนที่ประเมินไว้ การก่อเหตุจะเป็นในลักษณะไหน   นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  เราคงไม่ได้มองอะไรที่มากขึ้น  มองในลักษณะของที่สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว  อย่างที่ท่านได้ประสบมาแล้ว  เราก็เตรียมป้องกันในสิ่งเหล่านั้น 

                  
ต้อข้อถามว่า ระเบิดจะยังมีใช่หรือไม่  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน  คิดว่าทุกคนคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น  ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า  มีการชี้จุดหรือไม่ว่าจะก่อเหตุจุดไหน  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูล  ที่พูดหมายถึงว่าได้นำสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมาเป็นเครื่องเตือนใจของพวกเราทุกคน ที่จะต้องระมัดระวังและร่วมมือกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีก  อะไรที่ช่วยกันได้ในส่วนของภาครัฐก็จะทำ  ในภาคประชาชนจะได้ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐให้มากขึ้น 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีการพูดถึงมาตรการวันเด็กหรือไม่  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  วันนี้ไม่ได้พูดถึงเพราะได้มีการตกลงกันแล้ว  เป็นเรื่องที่ได้เตรียมการ  และไม่อยากทำให้เยาวชนเกิดความตื่นตระหนกไปด้วย  แต่เราจะดูแลในเรื่องของความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมากขึ้น 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า   การให้ข่าวคนละทิศละทางทำให้ประชาชนสับสน   นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  การชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องระเบิด ได้มอบให้ทาง กอ.รมน.ไปแล้ว  ทางตำรวจก็รับทราบอยู่แล้วว่าทาง กอ. รมน. จะเป็นผู้ชี้แจง  คงจะต้องไปถามทาง กอ.รมน. ว่าจะมีความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง  

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของสถานศึกษาที่จับได้และเป็นเด็กจะดูแลอย่างไร เพราะโทรศัพท์มือถือมีมาก  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงศึกษาธิการจะต้องดำเนินการ

                  
ต่อข้อถามว่า  จะต้องใช้มาตรการต่าง ๆ ให้เข้มมากขึ้นหรือไม่เพราะรัฐบาลถูกมองว่าอ่อนปวกเปียกในการแก้ปัญหา   นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คงไม่มีอะไรที่ถือว่าเป็นเรื่องที่เราจะทำเกินกว่าเหตุ   คงทำมาตรการอะไรที่ตามสมควรแก่เหตุ  ถ้าทำเข้มงวดมากเกินไปก็มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมากเช่นเดียวกัน  อะไรที่เห็นว่าเหมาะ  ควร  ก็จะตัดสินใจทำ 

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า  จะให้การรับประกันหรือไม่ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ตรงนี้คงไม่มีรัฐบาลในประเทศไหนที่จะสามารถทำได้  แม้แต่สหรัฐอเมริกายังไม่สามารถจะทำได้  รัฐบาลไทยคงอยู่ในลักษณะเดียวกัน  เวลานี้รัฐบาลมีข้อมูลที่จะได้เตรียมการป้องกันแต่ก็มีข้อบกพร่อง  ซึ่งกำลังติดตามผลการดำเนินการอยู่

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า  ข้อบกพร่องนี้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  กำลังดูอยู่ว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

                  
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ถึงขั้นที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ยังไม่สามารถที่จะระบุตรงนี้ได้  ขอให้ติดตามผลในเรื่องข้อบกพร่องอันนั้นอีกระยะหนึ่ง  

                   
ต่อข้อถามว่า แสดงว่าที่ผ่านมาใส่เกียร์ว่างเกินไปหรือเปล่า  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คงไม่สามารถที่จะไปกล่าวตรงนั้นได้  คงพูดได้เฉพาะกรณีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นเท่านั้นเอง

                  
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเจ้าหน้าที่มีเทปลับและในภาพมีคนหัวเกรียนอยู่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นคนมีสี   นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า   มีการรายงาน  คงไม่เข้าไปชี้แจงรายละเอียด  อย่างที่เรียนแล้วว่ากรณีของระเบิดเป็นเรื่องของทาง กอ.รมน. ถ้าพูดถึงมาตรการในภาพรวมรัฐบาลจะต้องช่วยดูแล  ถ้าเป็นรายละเอียดทางกอ.รมน. จะเป็นผู้ชี้แจง  ขอให้ไปถามทาง กอ.รมน.

--------------------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์  สำนักโฆษก

วิมลมาส  รัตนมณี / รายงาน

จินตนา  จ้อยจุมพจน์ / ตรวจ

วิสูตร  รามบุตร / ถ่ายภาพ

ดุสิต  ปุจฉาการ / เทคนิค