วันนี้ เวลา 14.30น.พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติกรณีที่มีเหตุการณ์วางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเย็นวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ดังนี้
ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ต่อกรณีที่มีเหตุการณ์วางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเย็นวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และกลางคืนของวันนั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ควรจะปรากฏในห้วงเวลาซึ่งเป็นเวลาแห่งความผาสุก เป็นเวลาที่จะเปลี่ยนผ่านจากปีพุทธศักราช 2549 ไปสู่ปีใหม่ในปี 2550 โดยธรรมเนียมของผู้คนไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด ในห้วงเวลาที่ถือว่าเป็นมงคลนี้ ทุกคนอยากที่จะมีความสุข อยากที่จะได้ใช้เวลาดังกล่าวนั้น ด้วยความรู้สึกอันเป็นมงคลต่อชีวิตของตัวเอง ต่อเพื่อนฝูง ต่อครอบครัว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้ส่งผลกระทบต่อขวัญของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง กระผมขอเรียนให้ทราบถึงการเตรียมการของฝ่ายรัฐบาลต่อกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการก่อนหน้าจะถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ผมเองได้เป็นผู้ที่เตือนเจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าวว่าให้มีการประชุมในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งกระทำเป็นประจำมาโดยตลอด เพราะในช่วงเวลาวันที่ 31 ธันวาคม เข้าสู่วันที่ 1 มกราคม นั้น ในทุก ๆ ปีก็เป็นการปฏิบัติของหน่วยข่าวที่จะมีการสรุปดูว่าสถานการณ์ควรเป็นอย่างไร มีการแบ่งมอบพื้นที่ในการรักษาความปลอดภัยให้กับส่วนราชการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะต้องมีหน้าที่ดูแลในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร หน่วยข่าวเองได้ข้อมูลว่าจะมีการใช้การก่อความรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยที่หน่วยข่าวนั้นได้แจ้งให้ผมทราบว่า เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม และได้ระบุพื้นที่ที่ควรเพ่งเล็งไว้ 2 พื้นที่คือ ที่บริเวณหน้าเซ็นทรัลเวิร์ด พลาซ่าหรือสี่แยกราชประสงค์ และบริเวณศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่นั้นเกิดเหตุการณ์ขึ้นตามที่หน่วยข่าวได้ติดตามสถานการณ์มาก่อน
ก่อนที่จะถึงห้วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ ถ้าหากว่าท่านประธานจะได้ฟังสิ่งที่ผมได้ให้สัมภาษณ์ ผมได้กล่าวว่าผมจะเฝ้าโยงเพื่อติดตามสถานการณ์ นั่นหมายถึงว่า ผมได้รับทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในด้านความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ได้สั่งการโดยมิได้ละเลยในฐานะที่เป็นผู้บริหารงานในระดับสูงสุด ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบ สั่งการให้มีการแบ่งมอบพื้นที่ในการดูแล เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 31 ธันวาคม ผมได้ติดตามสถานการณ์และเห็นว่าเหตุการณ์ค่อนข้างจะรุนแรง เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บ ทั้งบาดเจ็บเล็กน้อยและบาดเจ็บสาหัสหลายคน จึงได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลราชวิถีและ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากนั้นได้ไปรับฟังสถานการณ์จากศูนย์ปฏิบัติการข่าว สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในคืนนั้น เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์หลังจากที่เกิดเหตุขึ้นมาแล้ว แต่นั่นก็เป็นเวลาก่อนที่จะถึงเวลา 24.00 น.
ซึ่งเวลา 24.00 น. ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าเซ็นทรัลเวิร์ดฯ ถึง 2 จุด นั่นเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมเกิดความคิดในลักษณะที่ว่าผู้ที่กระทำนั้น เป็นผู้ที่มีจิตใจ เรียนได้ว่าไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนส่วนใหญ่ หากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและเซ็นทรัลเวิร์ดฯ ไม่ได้ยกเลิกงาน ซึ่งเป็นงานปีใหม่ในบริเวณนั้น ผมคิดว่าน่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ส่วนงานของรัฐใด ๆ ทำให้เราได้ผ่านพ้นห้วงเวลาซึ่งเป็นเวลาวิกฤตนั้นมาได้ ยอดของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 3 คน บาดเจ็บสาหัส 15 คน บาดเจ็บเล็กน้อยออกจากโรงพยาบาลแล้ว จำนวน 27 คน รวมทั้งสิ้นเป็นผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดรวม 45 คน
จากเหตุการณ์ในคืนวันที่ 31 ธันวาคมนั่นเอง ในเช้าวันที่ 1 มกราคม ผมได้มาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ทางด้านการข่าวต่างๆ ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) อีกครั้งหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปจากการสำรวจในเบื้องต้นว่า สถานที่ ห้วงเวลา และการใช้วัตถุระเบิดนั้น มีเจตนาที่บ่งชี้ชัดว่าจะทำให้เกิดความตื่นตระหนก ความเสียหายที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ถึงแม้ว่าวัตถุระเบิดที่ใช้นั้นจะมีปริมาณไม่มาก แต่ก็แสดงถึงเจตนาว่าจะทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรืออาจจะเสียชีวิตจากวัตถุระเบิดนั้นได้
มีสิ่งเดียวที่น่าจะเป็นเครื่องชี้ต่อประเด็นของความพยายามที่จะทำให้เกิดความสูญเสียนั้น คือห้วงเวลาของการจุดระเบิด ในส่วนแรกที่มีการจุดระเบิดที่บริเวณทางด้านคลองไผ่สิงโตก็ดี ด้านซีคอนสแควร์ก็ดี ทางด้านสะพานควาย หรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็ดี ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำ การดำเนินการนั้นก็เป็นการเปิด เหตุการณ์ที่ทำให้ทางฝ่ายภาครัฐเองต้องตระหนักว่า ข่าวที่เราได้รับมาในช่วงต้นก่อนหน้าที่จะถึงวันที่ 31 ธันวาคมนั้นเป็นความจริงอย่างแน่นอน จึงได้มีการประสานงานกัน แล้วขอยกเลิกงานไม่ว่าจะเป็นที่วัดสระเกศ ราชประสงค์ ไป ซึ่งได้รับความร่วมมือ จึงทำให้ความสูญเสียซึ่งผู้ที่ไม่ประสงค์ดีนั้นตั้งใจจะให้เกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทางฝ่ายข่าวได้วิเคราะห์ก็มองภาพว่า ในส่วนตรงนี้น่าจะเป็นส่วนที่ผู้กระทำก็ยังพอมีน้ำใจที่มองถึงชีวิตของคนไทยอยู่บ้าง ที่ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาการสูญเสีย เนื่องจากผู้คนชุมนุมอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก อาจจะแตกตื่น ตระหนกตกใจ แล้วทำให้เกิดบาดเจ็บและล้มตายจากการหลบหนีระเบิด นั่นเป็นสิ่งที่ได้มีการพูดกันในการประชุมเมื่อเช้าวันที่ 1 มกราคม ในเช้าวันนั้นเองผลการตรวจสอบสถานที่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน ในเรื่องการตรวจสอบวัตถุระเบิดชิ้นส่วนต่าง ๆ ยังไม่สามารถจะชี้แจงได้ชัดเจน
ในวันนี้ผมได้รับรายงานต่าง ๆ ที่สมบูรณ์ในด้านของการตรวจวิเคราะห์ทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ของวัตถุระเบิดที่ใช้ วิธีการในการที่จะจุดระเบิด ซึ่งอาจจะดูใกล้เคียงกับทางภาคใต้ แต่ในรายละเอียดแล้ว ผมขอยืนยันจากการตรวจสอบนี้ว่าไม่เหมือนกัน นั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ยืนยันได้ว่า ผู้ที่ดำเนินการทั้งในเรื่องของพยานหลักฐานทางด้านวัตถุระเบิด ทั้งในเรื่องของห้วงเวลา เจตนาที่จะทำให้เกิดขึ้น น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาทางภาคใต้น้อยมาก ปัญหาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ผู้ที่ไม่หวังดี ผู้ที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ของเราเอง หมายถึงว่าในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นั่นเป็นส่วนที่ผมขอเรียนยืนยันต่อท่านประธานได้ว่า ผลการตรวจสอบหลักฐานได้ชี้ชัดถึงวิธีการ อุปกรณ์ที่ใช้
ในเรื่องของการติดตามสืบสวน ขณะนี้ได้มีความคืบหน้าในบางพื้นที่ บางจุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวน เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนจากภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อมูลในด้านภาพถ่าย ข้อมูลในด้านพยานหลักฐาน ซึ่งทางตำรวจได้ดำเนินการอย่างเร่งรีบอยู่ในขณะนี้
รัฐบาลได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการที่ป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ จึงได้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และมีมติที่สำคัญออกมาในเรื่องของมาตรการป้องกันและมาตรการที่จะขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ในส่วนของมาตรการป้องกันนั้นได้มอบหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลความมั่นคงภายในให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งได้เปิดทำงานตั้งแต่วันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมาให้เป็นหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ในการประสานงานในการรับผิดชอบในภาพรวม รวมทั้งการชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนต่อกรณีของการวางระเบิดในกรุงเทพมหานครนี้ด้วย
ในเรื่องที่สองที่มติคณะรัฐมนตรีได้ระบุไว้คือมาตรการป้องกันที่จะต้องอาศัยความร่วมมือ ไม่ว่าจะในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนต่าง ๆ รวมทั้งจะต้องมีการใช้เครื่องมือทางเทคนิคที่ในบางจุดบางพื้นที่ยังไม่สามารถจะวางไว้อย่างครอบคลุมในขณะนี้ จะมอบให้หน่วยงานที่ผมได้กล่าวไว้แล้ว เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงานกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และจะได้วางเครื่องมือทางเทคนิคในจุดซึ่งยังไม่มีเครื่องมือเหล่านั้นวางควบคุมไว้
ในประการที่สามคือการขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เพราะว่าเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวนี้เป็นการยากที่จะมีการตรวจสอบ จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าได้อย่างได้ผล สิ่งที่พี่น้องประชาชนจะให้ความร่วมมือคงจะเป็นเรื่องการแจ้งเตือน การให้ข่าว ต่อสิ่งใดซึ่งอาจจะเห็นว่าเป็นจุดที่ไม่ปกติ เป็นสิ่งของซึ่ง วางไว้ในลักษณะที่น่าสงสัย เราได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวขึ้น โดยพยายามที่จะจัดตั้งให้มีเพียงศูนย์เดียว ในเบื้องต้นยังไม่สามารถจะดำเนินการได้ในขณะนี้ แต่จะใช้ศูนย์ที่มีอยู่ คือ ศูนย์ของตำรวจ 191 จะเป็นส่วนที่รับข้อมูลตรวจสอบสิ่งที่ผิดสังเกตเหล่านี้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ เข้าไปดำเนินการได้ต่อไป จากในห้วงเวลาต่อมา ศูนย์นี้ได้รับข้อมูลค่อนข้างมากมาย บางข้อมูลก็เป็นข้อมูลที่หลอกลวง บางข้อมูลก็เป็นข้อมูลที่จริง ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เสริมสิ่งที่หน่วยข่าวได้สรุปไว้คือว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางภาคใต้น้อยที่สุด เพราะผู้ที่ให้ข่าวเชิงหลอกลวงนั้นมีจำนวนมากพอสมควร แสดงว่าผู้ที่ดำเนินการคงเป็นผู้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครนี้เอง ไม่ใช่ผู้อื่นใด
จากศูนย์ที่กระผมได้เรียนแล้วนี้ ต่อไปในการดำเนินงานข้างหน้า จะต้องมีความร่วมมือทั้งภาครัฐภาคเอกชนกันต่อไป คงจะต้องมีการแนะนำให้ทุกคนได้ตระหนักถึงจุดซึ่งอาจจะมีปัญหา หรืออาจจะเป็นเป้าหมายของการซุกซ่อนวัตถุระเบิดไว้ได้ นั่นเป็นจุดที่เราจะได้มีการแนะนำทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนกันต่อไป บรรดาห้างร้าน บรรดาสื่อสารในลักษณะของการขนส่งมวลชนที่จำเป็นจะต้องดูแลเป็นพิเศษ ก็เป็นจุดที่ รัฐบาลจะได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำความเข้าใจ และตรวจตราบริเวณเหล่านั้นให้รอบคอบกันต่อไป
กระผมขอเรียนว่าเรื่องนี้ คงไม่ได้เป็นเรื่องที่มีขึ้นเฉพาะในช่วงเวลานี้ เป็นเรื่องที่เราจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเผชิญกับภัยคุกคามต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนในรูปใหม่อันนี้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งต่อไปข้างหน้า รัฐบาลขอเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายตามกรอบของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่จะสร้างสังคมที่ปรองดองให้เกิดขึ้นได้ในอนาคต จะจัดให้มีการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นอย่างเสรี บริสุทธิ์และยุติธรรม นั่นเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลได้ยึดมั่นอยู่ในส่วนนี้ และขอเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งต่อท่านประธานว่า เราคงมุ่งมั่นอยู่กับแนวความคิด อยู่กับกรอบของรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดให้รัฐบาลดำเนินการตามนั้นอย่างเคร่งครัด
รัฐบาลได้มองเห็นถึงโอกาสที่จะน่าจะเป็นโอกาสที่เราจะสร้างความร่วมมือ สร้างความสมานฉันท์ขึ้นมาได้ เพราะว่าในปี 2550 นี้เอง ถือว่าเป็นปีมหามงคลแห่งการเฉลิมฉลอง 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยากที่จะเรียนผ่านท่านประธานไปถึงพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลขอความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนทุกภาคส่วนที่จะร่วมมือกันนำสันติสุขมาสู่บ้านเมืองของเรา โดยขอให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งองค์กร ภาคธุรกิจ เอกชนและหน่วยราชการต่าง ๆ ได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงภัยที่เราเผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบันนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนไม่ให้เกิดเหตุอย่างที่ได้ปรากฏมาแล้วเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา กระผมขอจบคำชี้แจงของรัฐบาลไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ
----------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

