วันนี้ เวลา 12.00 น. ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2) สนามเป้า กรุงเทพฯ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการให้ความคุ้มครองครู นักเรียน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะเปิดโรงเรียนทำการเรียนการสอนในวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคมนี้ ว่าได้หารือกับคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ซึ่งคุณหญิงกษมาฯ รายงานว่าได้ลงไปหารือในรายละเอียดในพื้นที่แล้ว และจะเปิดโรงเรียนในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ จึงได้ฝากข้อคิดกับคุณหญิงกษมาฯ ไปว่า ในส่วนของโรงเรียนที่อาจจะยังมีความไม่ปลอดภัยอย่าเพิ่งไปเร่งรัด เพราะจะเป็นภาระ ส่วนเรื่องความร่วมมือนั้น ฝ่ายทหาร ตำรวจ ร่วมกับชาวบ้าน ทุกส่วนจะช่วยกันทั้งหมด คงจะไม่เฉพาะจัดชุดรักษาความปลอดภัยเหมือนกับที่ผ่านๆ มา ชาวบ้านเองจะต้องช่วยกันดูแล ดังนั้นจะเดินทางไปโรงเรียนพร้อมกันทั้ง ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ชาวไทยพุทธซึ่งอพยพไปอาศัยอยู่ที่วัดนิโรธสังฆาราม จังหวัดยะลา รู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากกดดันที่เจ้าหน้าที่ต้องการให้เดินทางกลับไปอยู่พื้นที่เดิม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่ได้ลงพื้นที่ไปพบนั้นยืนยันชัดเจนว่าจะดำเนินการด้วยความสมัครใจ เพราะอาจจะมีผู้ใดที่อยากจะไปดูแลทรัพย์สินของตัวเอง และจะจัดเจ้าหน้าที่ที่จะให้การดูแลและระวังป้องกันด้วย ในขณะนี้กำลังทหารเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้ว เช่น อำเภอธารโต และบางส่วนของอำเภอที่ใกล้เคียง ซึ่งคิดว่าไม่มีปัญหาตรงนั้นแน่ อยู่ที่ความสมัครใจของแต่ละครอบครัวที่จะกลับไปดูบ้าน ซึ่งภาครัฐจะพยายามให้การดูแลความปลอดภัยในพื้นที่นั้นเป็นไปได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และคงต้องค่อย ๆ ทำ เมื่อส่วนแรกที่เข้าไปอยู่แล้วเห็นว่าปลอดภัย ก็คงจะมาบอกเพื่อนๆ ที่ยังคงอยู่ที่วัดให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุเสียหายในหลาย ๆ จุดพร้อมกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่เรียนแล้วว่าต้องรอหน่วยปฏิบัติ โดยผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ต้องรอให้หน่วยปฏิบัติซึ่งเป็นหน่วยในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ แต่จะไม่ลงไปชี้ในเรื่องการปฏิบัติ โดยจะติดตามรายงานสถานการณ์และจะคอยฟังว่าหน่วยปฏิบัติแก้ไขปัญหาอย่างไร เหตุการณ์คลี่คลายหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องที่จะต้องดูแล
ผู้สื่อข่าวถามว่าตามที่ระบุว่า 3 เดือนจะต้องมีการประเมินครั้งหนึ่ง หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อประเมินแล้วว่าเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น รัฐบาลต้องปรับวิธีการใหม่
ด้านร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "สายตรงทำเนียบ" ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการประกาศให้พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สงขลา สตูล เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ว่า ที่ผ่านมามีข้อจำกัดในเรื่องของระเบียบการปฏิบัติราชการ ซึ่งในภาวะปกติจะมีระเบียบการปฏิบัติราชการ แต่ในภาวะไม่ปกตินั้นไม่มี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระเบียบการปฏิบัติราชการที่นำไปใช้ได้ในภาวะไม่ปกติด้วย นอกจากนั้นบุคลากรที่จะเข้าไปทำงานต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและเต็มที่ และที่ผ่านมานักธุรกิจ นักลงทุนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ทำให้การค้า การลงทุนลดน้อยลง เพราะฉะนั้น การประกาศให้พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจนั้น เพื่อเอื้อให้เกิดบรรยากาศการค้าการลงทุนให้มากที่สุด โดยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเสนอแนะจากนักธุรกิจในพื้นที่ ทั้งเรื่องการลดภาษีรายได้ การเพิ่มวงเงินกู้ การลดดอกเบี้ย การลดค่าธรรมเนียมต่างๆ การส่งเสริมอาชีพ การเพิ่มวงเงินประกันวินาศภัยในพื้นที่ โดยข้อเสนอต่างๆ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะมีกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกัน โดยเป็นการบูรณาการผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
----------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

