เปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ AEC Digest ในหัวข้อย่อย เรื่อง "ยากให้ง่าย ทำเรื่องลึกให้ตื้น ให้อุตสาหกรรมไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้และเครื่องเรือน ตื่นตัวก่อนตกขบวน" ที่สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ส่วนพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเรือน ร่วมกับสมาคมธุรกิจไม้ จัดขึ้น เพื่อถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการได้เร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือนทั้งระบบ เพื่อให้ทันกับการแข่งขันกับประเทศอื่น โดย รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า แม้อัตราการเติบโตและยอดการส่งออกของประเทศจะเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง ยังไม่ครอบคลุมอุตสาหกรรมทั้งหมด ซึ่งไทยต้องหันมาเจาะตลาดกลุ่มอาเซียนให้มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่เติบโตค่อนข้างเร็ว จากปัจจุบันที่ทำตลาดสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป เป็นหลัก ทั้งนี้ มองว่าแหล่งวัตถุดิบในประเทศ ยังไม่สามารถรองรับกับความต้องการทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ทำให้ไทยจำเป็นต้องมีแหล่งวัตถุดิบใหม่ ด้วยการนำเข้าไม้จากต่างประเทศเพิ่มจากปัจจุบัน เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ และวางแผนเชิงรุกให้ทันกับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
ปัจจุบันอุตสาหกรรมไม้ของไทย ประกอบด้วย ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ก่อสร้าง อาทิ ไม้พื้น วงกบ ประตู หน้าต่าง กลุ่มผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และกลุ่มไม้อัด ไม้บาง มีผู้ค้าและผู้ผลิตทั่วประเทศกว่า 10,000 ราย เฉพาะในกรุงเทพฯ มีมากกว่า 2,700 ราย มีเกษตรกรผู้ปลูกสวนป่าเพื่อเศรษฐกิจมากกว่า 50,000 ราย แรงงานในอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ประมาณ 800,000 คน มีกลุ่ม SMEs ผู้ผลิตร้อยละ 95 มียอดการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ 40,000 ล้านบาท และวัสดุก่อสร้าง 60,000 ล้านบาท
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

