เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายวีระวุฒิ วัจนะพุกกะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางไปเจรจาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G กับรัฐบาลประเทศโกตดิวัวร์ ระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการที่รัฐมนตรีการค้าโกตดิวัวร์ได้เดินทาง มาพบหารือ เพื่อขอซื้อข้าวจากไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2555 ซึ่งการเจรจาของคณะผู้แทนไทยดังกล่าวได้ประสบผลสำเร็จโดยฝ่ายโกตดิวัวร์ตกลง ซื้อข้าวจากไทยในปริมาณ 2.4 แสนตัน ประกอบด้วยข้าว 4 ชนิด คือ ข้าวขาว 5 เปอร์เซนต์ และข้าวหอมมะลิไทย 100 เปอร์เซนต์ ชั้น 2 ซึ่งเป็นข้าวปีการผลิตเก่า ปลายข้าวหอมมะลิไทย เอวันเลิศ และปลายข้าวหอมมะลิไทย เอวันเลิศพิเศษ ซึ่งเป็นข้าวปีการผลิตใหม่ คิดเป็นมูลค่า 145 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4,350 ล้านบาท มีกำหนดส่งมอบข้าวภายใน 6 เดือน โดยเป็นราคาที่ถือว่าใกล้เคียงกับราคาตลาด อย่างไรก็ตามได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ทางการค้าในระยะยาวระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ ผลสำเร็จของการตกลงการค้าครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางด้าน การค้าข้าวในปีต่อไป และยังถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไทยสามารถเจรจาขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐให้ กับรัฐบาลประเทศโกตดิวัวร์
นายบุญทรง กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาประเทศโกตดิวัวร์นำเข้าข้าวจากต่างประเทศปีละประมาณ 9 แสนตัน โดยไทยครองส่วนแบ่งตลาดข้าวร้อยละ 58 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมดของประเทศโกตดิวัวร์ รวมทั้งยังได้เสนอให้จัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง การค้าข้าวระหว่างสองประเทศ โดยดำเนินการระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลโกตดิวัวร์ ในกรอบปริมาณการค้าไม่เกิน 1 ล้านตัน ในระยะเวลา 5 ปี (2555-2560) ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาลโกตดิวัวร์ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเจรจาซื้อขายข้าวกับ BULOG ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นหน่วยงานของอินโดนีเซียที่รับซื้อ-จำหน่ายผลผลิต ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และอีกหลายประเทศ เชื่อว่าจะสามารถระบายข้าวได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 9.5 ล้านตันแน่นอน